วันที่ 26 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการปกครองได้มีคำสั่งลงโทษไล่ นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งปลัด จ.สงขลา (ผู้อำนวยการสูง) ออกจากราชการ ตามมติคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงมหาดไทย หรือ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย ในการประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 13 ส.ค.2568สำหรับมติการลงโทษและไล่ นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ออกจากราชการในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายอำเภอวังวิเศษ จ.ตรัง ก่อนจะไปดำรงตำแหน่ง ปลัด จ.สงขลา ว่าทุจริตเงินรายได้ปาล์มน้ำมันของอำเภอวังวิเศษ จ.ตรัง โดยนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยภายหลังชี้มูลความผิด ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนการไต่สวนและเอกสารหลักฐาน พร้อมความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ โดยไม่ต้องแต่งตั้ง คณะกรรมการสอบสวนอีก และพิจารณาโทษ จนกระทั่งมีมติลงโทษไล่ออกจากราชการดังกล่าวนี้สืบเนื่องจากเรื่องนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาไต่สวนเบื้องต้น แล้วมีมติว่า พฤติการณ์ของ นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ มีมูลเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเที่ยงธรรม อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติตามแบบแผนของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ ด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ เอาใจใส่ และรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานอาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่นอันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 (1) (2) และ (3) ประกอบมาตรา 85 (1) (4) และ (7) และมาตรา 83 (3) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ในเรื่องทุจริตเงินรายได้ จากสวนปาล์มน้ำมันของ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง โดยนำเงินไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวทั้งนี้จากการไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. ปรากฏว่า กรมธนารักษ์ ได้อนุญาตให้กรมการปกครอง ครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินราชพัสดุ ในพื้นที่ ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง เป็นศูนย์ราชการอำเภอวังวิเศษ ที่ว่าการอำเภอ และบ้านพักข้าราชการกรมการปกครอง โดยมีเนื้อที่ทั้งหมด 154 ไร่ 1 งาน 74 ตารางวา ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2554 นายอำเภอขณะนั้น เห็นว่าพื้นที่บริเวณด้านข้างที่ว่าการอำเภอวังวิเศษ ซึ่งอยู่ติดกับบ้านพักนายอำเภอ ยาวไปจรดกับเทศบาล ต.วังวิเศษ เนื้อที่ประมาณ 20 กว่าไร่ เป็นพื้นที่ว่างเปล่าไม่ได้ใช้ประโยชน์ จึงได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแปลงสาธิตด้านเกษตร และทำการปรับพื้นที่ปลูกต้นปาล์มน้ำมัน ประมาณ 400 ต้น โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการและก็ไม่ได้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ราชพัสดุดังกล่าวจากนั้น เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2558 นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ผู้ถูกกล่าวหารายนี้ ได้มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอวังวิเศษ จึงเข้ามาดูแลบริหารจัดการสวนปาล์มน้ำมันของอำเภอวังวิเศษดังกล่าว โดยมีอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอวังวิเศษ (อส.) ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นหน้าของของนายอำเภอรายนี้ เป็นผู้ดูแลจัดการให้ และเมื่อได้รับเงินจากการขายผลปาล์มน้ำมันแล้ว จะนำเงินมามอบให้แก่ นายวรพันธุ์ ผู้ถูกกล่าวหา โดยในเริ่มแรกตั้งแต่เดือน พ.ย.2558 จนถึงประมาณกลางปี 2560 โดยได้มีการเก็บผลปาล์มน้ำมัน เฉลี่ย 15 – 20 วัน/ต่อครั้ง มีรายได้เป็นเงินประมาณ 6,000 – 10,000 บาท/ต่อครั้ง เมื่อคำนวณเงินรายได้จากการขายผลปาล์มน้ำมันในช่วงเวลาประมาณ 2 ปี จะมีรายได้เงินประมาณ 200,000 – 300,000 บาทซึ่งปรากฏว่า นายวรพันธุ์ ผู้ถูกกล่าวหา ได้ชี้แจงว่าได้นำเงินรายได้ดังกล่าว ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนปาล์มน้ำมัน เช่น ค่าซื้อปุ๋ยบำรุงต้นปาล์ม จำนวน 39,000 บาท ค่าคนงานใส่ปุ๋ย จำนวน 1,500 บาท ค่าคนงานตัดหญ้า/ตัดทางปาล์ม จำนวน 15,000 บาท รวมเป็นเงิน 55,500 และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายจัดกิจกรรมต่างๆ ของอำเภอเป็นเงินจำนวน 70,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 125,500 บาท โดยยังมีเงินส่วนที่เหลืออีก เป็นเงินประมาณ 74,500 – 174,500 บาท ที่ไม่ปรากฏพยานหลักฐานที่แน่ชัดว่า นายวรพันธุ์ ผู้ถูกกล่าวหา ได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการใดของทางอำเภอวังวิเศษหรือทางราชการ ไม่สามารถรับฟังหรือชี้แจ้งได้โดยที่นายวรพันธุ์ ผู้ถูกกล่าวหา เป็นผู้เก็บเงินรายได้ดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งไม่มีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย หรือมีหลักฐานการใช้จ่ายที่ทำให้สามารถตรวจสอบได้ในภายหลัง อีกทั้งขณะที่นายวรพันธุ์ ผู้ถูกกล่าวหา ดำรงตำแหน่งนายอำเภอวังวิเศษในขณะนั้นก็ได้มีหนังสือลงวันที่ 14 ธ.ค.2558 แจ้งให้อำเภอวังวิเศษ ทำการตรวจสอบว่ามีการนำที่ราชพัสดุไปจัดหาประโยชน์ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตหรือผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ หรือนำไปใช้นอกเหนืออำนาจหน้าที่ หรือนำที่ราชพัสดุไปใช้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในราชการ ไปจัดหาประโยชน์โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งหากใช้ที่ราชพัสดุไม่ถูกต้องให้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ แต่ปรากฏว่า นายวรพันธุ์ ผู้ถูกกล่าวหา กลับไม่ดำเนินการตามหนังสือที่ได้สั่งการไปแต่อย่างใดอ่านข่าว :รมว.ยุติธรรมเผย 2 สจ.โยงพนันออนไลน์ หนีออกนอกประเทศแล้วกฤษฎีกาชี้เป็นอำนาจ กกต.ตัดสิทธิ "หมอสุภัทร" ลงชิง สส."โดม" ส่งทนายขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีคุกคามทางเพศ
กรมการปกครองสั่งไล่ “วรพันธุ์ สุวรรณยุหะ” ปลัด จ.สงขลา ออกจากราชการ
by
Tags: