ตลอดกว่าแปดสิบกว่านาที ทั้ง ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ต่างปิดช่อง, ทำลายจังหวะ จนเกมถูกตัดสินด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ แล้วฟรีคิกของ โดมินิค โซโบซไล จากระยะ 30 หลาก็เพียงพอตัดสินผลการแข่งขันลูกยิงของ โซโบซไล คือการสรุปภาพรวมของเขาในฐานะฟันเฟืองสำคัญของ ลิเวอร์พูล ยุคนี้แบบไร้ข้อกังขาบอลวางไกล 30 หลา ถูกซัดด้วยเท้าขวา พุ่งเสียบมุมบนชนิดที่ ดาบิด ราย่า พุ่งเต็มเหยียดก็เอาไม่อยู่ และนั่นคือประตูแรกของฤดูกาลที่นายด่าน อาร์เซน่อล ต้องสังเวย"โชคดีที่เราซ้อมลูกนิ่งกันมาบ้าง ผมรู้สึกอยากเสี่ยงและมั่นใจในตัวเอง… จริง ๆ เราไม่ได้ซ้อมระยะไกลแบบนี้มาสองสามสัปดาห์ เพราะโฟกัสที่ระยะใกล้กว่า""แต่ผมรู้ว่า ราย่า ชอบขยับหลังลูกถูกยิง ผมเลยต้องกดให้แรงและเสียบมุม ไม่อย่างนั้นเขาเซฟได้" แข้งฮังกาเรียน กล่าวหลังจบเกมตั้งแต่ เจเรมี่ ฟริมปง เจ็บ คอเนอร์ แบร็ดลี่ย์ ไม่ฟิต เขาก็ถูกขยับมารับบทแบ็กขวา ตำแหน่งที่ไม่อยู่ในสคริปต์ตอนย้ายจาก ไลป์ซิก ในปี 2023 แต่เขากลับทำได้เนียนกริบทั้งเกม ด้วยการปิด กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ จนเงียบหายและยังคอยลดทอนพิษสงของ ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ ได้ดีอีกเช่นกันการตัดสินใจให้ โซโบ ยืนก่อน แบรดลี่ย์ และ โจ โกเมซ จึงพิสูจน์แล้วว่าถูกคู่กับแมตช์-อัพเกมนี้…แนวคิดของ มิเกล อาร์เตต้า ชัดเจนคือสู้เชิงร่างกายให้นานที่สุด แล้วค่อยเติมครีเอทีฟตอนช่วงท้ายเกมเปิดกว้างพอให้ อาร์เซน่อล ดันมิดฟิลด์เชิงรุกลงมายึดจังหวะ แต่ความจริงคือทั้ง เอเบเรชี่ เอเซ่ และ มาร์ติน โอเดการ์ด มีเวลาน้อยเกินไปจะคอนโทรล ก่อนต้องมาโดนฟรีคิกของ โซโบซไล ลงโทษครึ่งแรกที่โอกาสจะแจ้งแทบไม่มี กลายเป็นเวทีดวลของ โนนี่ มาดูเอเก้ กับ มิลอส เคอร์เคซ แบบถึงพริกถึงขิงอาร์เซน่อล เลือกหนีพื้นที่แดนกลางที่ถูกล็อกแน่นด้วยการวางยาวออกปีกและเจาะจุดอ่อนลูกกลางอากาศของ เคอร์เคซ ซึ่งเป็นวิธีที่ บอร์นมัธ เคยใช้ในเกมเปิดซีซั่นมาดูเอเก้ มี progressive carries หรือการเลี้ยงบอลพาบอลไปข้างหน้ามากสุดในสนามครึ่งแรก (3 ครั้ง)แต่ เคอร์เคซ ก็สไลด์ถูกที่ถูกเวลา สกัดออกหลังสองจังหวะ และบล็อกช็อตสำคัญนาที 22นาที 54 มาดูเอเก้ พลิกหนีในเขตโทษได้ แต่ เคอร์เคซ ก็ยังไล่กลับมาบล็อกออกหลังคำถามที่แฟนหงส์ตั้งบ่อยช่วงแรก ๆ คือ "ทำไม เคอร์เคซ ไม่ถูกปล่อยให้เติมเกมรุกเหมือนสมัยอยู่ บอร์นมัธ?"แล้วคำตอบจากสนามคือเฮดโค้ชอาร์เน่อ วางให้เขาช่วยบิลด์-อัพจากแนวหลังมากกว่า และเมื่อถูกคู่แข่งโจมตี เขาก็ยืนชนได้ไม่หลุดคอนโทรลขณะเดียวกัน ฟอร์มของ มาดูเอเก้ ก็ฉายให้เห็นว่าเขาสามารถเป็นทดแทน ซาก้า ทางขวาได้อีกคำถามคือ ทำไม อาร์เซน่อล เปลี่ยนเป็นเตะมุมแบบ outswinger แล้ว ลิเวอร์พูล รับมือยังไงลูกเตะมุม 6 จาก 7 ครั้งแรกของ อาร์เซน่อล เป็นแบบโค้งออกหนีประตูทั้งหมด และ เดแคลน ไรซ์ รับหน้าที่เปิดมันเป็นภาพที่ต่างจากฤดูกาลก่อนแบบชัดเจน (ทั้งซีซั่นมีเพียง 4 ครั้ง) ปัจจัยคือการหายไปของ ซาก้า และการที่ โอเดการ์ด, เลอันโดร ทรอสซาร์, อีธาน นวาเนรี ไม่ได้ลงส่งผลให้คุณภาพการเปิดยังไม่คมพอฝั่ง ลิเวอร์พูล เลือกบล็อกเขตอันตรายด้วยความดุดัน ไม่ยอมปล่อยให้ความสูงของผู้เล่น อาร์เซน่อล รุมยำในกรอบ โดยมี อิบราฮิม่า โกนาเต้ เป็นเสาเอกคอยโขกบอลแรกทิ้งซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนหนึ่งในอาวุธเด็ดของทีมเยือนถูกทำให้ลดทอนความอันตรายแล้วเมื่อ โกนาเต้ บาดเจ็บ จึงพาเรื่องตลาดนักเตะ ที่อาจทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องเร่งเครื่องในเป้าหมายกองหลังก่อนตลาดปิด (คนที่รู้ว่าใคร)เสียงวิจารณ์แนวรับ ลิเวอร์พูล จากสองเกมแรก (เสีย 4 ประตู) ถูกกลบในนัดนี้ เมื่อทั้งแนวรับและความเขี้ยวในกรอบเขตโทษทำให้ อาร์เซน่อล จบเกมด้วยค่า xG เพียง 0.39ฝั่ง ลิเวอร์พูล เองก็ไม่ได้ฉายด้านรุกมากนัก ค่า xG แค่ 0.34 และโอกาสจะแจ้งมีน้อย นี่คือเกมที่ชนะด้วยรายละเอียดมากกว่าความไหลลื่นความน่ากังวลเดียวคือ ตัวเปลี่ยนเกมจากม้านั่ง ที่มีไม่มาก แม้ก่อนนี้ เฟเดริโก้ เคียซ่า และ ริโอ เอ็นกูโมฮา จะเคยสวมผ้าคลุมฮีโร่มาแล้วก็ตามประเด็นนี้เชื่อมตรงไปยังคำถามปลายตลาด หากทีมไม่สามารถเติมกองหน้าได้ตามที่เป็นข่าว จะเพียงพอไหมกับโปรแกรมถี่ยิบในสองสามเดือนข้างหน้าข้อเท็จจริงวันนี้คือ ลิเวอร์พูล ยังรักษา 100% เอาไว้ และได้ความได้เปรียบทางจิตวิทยาในช่วงตอนต้นเส้นทางลุ้นแชมป์ค่ำคืนนี้ โซโบซไล คือชื่อที่ถูกเขียนด้วยตัวหนา ทั้งบทบาทแบ็กขวาจำเป็น ทั้งฟรีคิกที่กลายเป็นภาพจำใหม่ของ แอนฟิลด์ส่วนวันนี้ สมรภูมิจะย้ายจากหญ้าเขียวไปสู่ห้องประชุมและสายโทรศัพท์ของวันเดดไลน์ ว่า ลิเวอร์พูล จะใส่เติมกระสุนให้เพียงพอหรือไม่สำหรับฤดูกาลที่มีสัญญาณว่าจะเข้มข้นทุกสัปดาห์HOSSALONSO
กลยุทธ์วิธี ลิเวอร์พูล ชนะ อาร์เซน่อล
by
Tags: