กล้องเจมส์ เวบบ์ ถ่ายภาพแสงออโรร่าบนดาวเนปจูนได้เป็นครั้งแรก

กล้องเจมส์ เวบบ์ ถ่ายภาพแสงออโรร่าบนดาวเนปจูนได้เป็นครั้งแรกวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NASA) เปิดเผยว่า กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope หรือ JWST) สามารถบันทึกภาพแสงออโรร่าที่สว่างจ้าบนดาวเนปจูนได้เป็นครั้งแรก นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการศึกษาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของดาวเคราะห์ยักษ์น้ำแข็งดวงนี้แสงออโรร่าบนดาวเนปจูนโดยคาดว่าแสงออโรร่าหรือแสงเหนือ-ใต้ เกิดขึ้นเมื่ออนุภาคพลังงานสูงจากดวงอาทิตย์ถูกสนามแม่เหล็กของดาวเคราะห์ดักจับและพุ่งชนชั้นบรรยากาศชั้นบน ส่งผลให้เกิดการปลดปล่อยพลังงานในรูปของแสงสีสันสวยงาม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เคยพบเห็นบนโลก ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และดาวยูเรนัสมาแล้ว แต่สำหรับดาวเนปจูน นักดาราศาสตร์เพิ่งสามารถยืนยันการมีอยู่ของแสงออโรร่าได้อย่างชัดเจนจากภาพถ่ายของเวบบ์ในครั้งนี้ดร.เฮนริก เมลิน (Henrik Melin) หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ธัมเบรีย ซึ่งดำเนินการวิจัยระหว่างสังกัดมหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ระบุว่า “เราสามารถจับภาพแสงออโรร่าบนดาวเนปจูนได้ด้วยกล้องอินฟราเรดใกล้ของเวบบ์เท่านั้น ความละเอียดและความชัดเจนของภาพทำให้เราประหลาดใจอย่างยิ่ง”ข้อมูลดังกล่าวถูกบันทึกในเดือนมิถุนายน 2023 ด้วยใช้อุปกรณ์สเปกโตรกราฟอินฟราเรดระยะใกล้ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ โดยนอกจากภาพถ่ายของดาวเนปจูนแล้ว ทีมวิจัยยังสามารถวิเคราะห์สเปกตรัมเพื่อตรวจสอบองค์ประกอบและวัดอุณหภูมิของชั้นบรรยากาศชั้นบน หรือไอโอโนสเฟียร์ได้เป็นครั้งแรกผลการสำรวจพบเส้นการแผ่รังสีเด่นชัดที่บ่งชี้การมีอยู่ของไอออนไตรไฮโดรเจน ซึ่งเกิดจากการที่โมเลกุลไฮโดรเจนถูกโฟโตนอิออไนซ์ (Photon ionization) หรือถูกชนโดยอนุภาคพลังงานสูง ซึ่งเกิดขึ้นจากกระบวนการของแสงเหนือ หรือออโรร่า โดยแสงเรืองของไอออนไตรไฮโดรเจน ปรากฏเป็นรอยด่างสีฟ้าอมเขียวในภาพถ่ายดร.ไฮดี แฮมเมล (Heidi Hammel) จากสมาคมมหาวิทยาลัยวิจัยดาราศาสตร์ (Association of Universities for Research in Astronomy) นักวิทยาศาสตร์สหวิทยาการประจำโครงการเวบบ์ และหัวหน้าโครงการ Guaranteed Time Observation (GTO) สำหรับระบบสุริยะ อธิบายว่า “ไอออนไตรไฮโดรเจน ถือเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของกิจกรรมออโรร่าบนดาวเคราะห์ก๊าซยักษ์ทุกดวงในระบบสุริยะ และกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ คือ เครื่องมือแรกที่สามารถยืนยันการมีอยู่ของมันบนดาวเนปจูนได้อย่างชัดเจน”ตำแหน่งของแสงออโรร่าไม่เหมือนกับโลกจุดที่น่าสนใจ คือ แสงออโรร่าของดาวเนปจูนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณขั้วเหนือและขั้วใต้ของดาวเหมือนโลก แต่กลับปรากฏที่ละติจูดกลางของดาว หากเทียบกับโลกจะเป็นตำแหน่งที่ทวีปอเมริกาใต้ตั้งอยู่บนโลก ทั้งนี้เป็นผลมาจากสนามแม่เหล็กของดาวเนปจูนที่มีลักษณะผิดปกติ โดยเอียงถึง 47 องศา จากแกนหมุนของดาว ซึ่งเป็นข้อมูลที่ค้นพบโดยยานโวเอเจอร์ 2 (Voyager 2) เมื่อปี ค.ศ. 1989ความสำเร็จในการตรวจจับแสงออโรร่าครั้งนี้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกการทำงานของสนามแม่เหล็กของดาวเนปจูนและการโต้ตอบกับอนุภาคจากดวงอาทิตย์ได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นการเปิดมุมมองใหม่ต่อการศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ยักษ์น้ำแข็งในระบบสุริยะอุณหภูมิชั้นบรรยากาศดาวเนปจูนลดลงทีมวิจัยสามารถวัดอุณหภูมิของไอโอโนสเฟียร์บนดาวเนปจูนได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ภารกิจของยานโวเอเจอร์ 2 โดยดร.เมลินเผยว่า “ผลการสำรวจพบว่าอุณหภูมิของชั้นบรรยากาศด้านบนของดาวเนปจูนในปี 2023 ลดต่ำลงกว่าที่เคยบันทึกไว้ในปี 1989 มากกว่าครึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แสงออโรร่าบนดาวเนปจูนจางและตรวจจับได้ยากตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา”การค้นพบดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าชั้นบรรยากาศของดาวเนปจูนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก แม้ดาวเคราะห์ดวงนี้จะอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ถึง 30 เท่าของระยะห่างโลกก็ตาม นักดาราศาสตร์จึงมีแผนจะติดตามศึกษาดาวเนปจูนตลอดวัฏจักรสุริยะซึ่งมีระยะเวลา 11 ปี เพื่อทำความเข้าใจต้นกำเนิดของสนามแม่เหล็กอันผิดปกติและหาคำอธิบายว่าเหตุใดสนามแม่เหล็กของดาวเนปจูนจึงเอียงมากเช่นนี้กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ นับเป็นหอสังเกตการณ์ทางวิทยาศาสตร์อวกาศชั้นนำของโลกในปัจจุบัน ดำเนินโครงการโดยองค์การนาซา ร่วมกับสำนักงานอวกาศยุโรป (European Space Agency หรือ ESA) และสำนักงานอวกาศแคนาดา (Canadian Space Agency หรือ CSA) มีภารกิจสำรวจระบบสุริยะ ดวงดาวและโลกต่าง ๆ ในจักรวาล รวมถึงค้นหาคำตอบเกี่ยวกับต้นกำเนิดและโครงสร้างของเอกภพ ตลอดจนบทบาทของมนุษยชาติในจักรวาลแห่งนี้ภาพประกอบ : ภาพด้านซ้ายเป็นภาพสีที่ปรับปรุงใหม่ของดาวเนปจูนจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของ NASA ส่วนภาพทางด้านขวาเป็นภาพรวมกับข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ของ NASA รอยด่างสีฟ้าซึ่งแสดงถึงกิจกรรมของแสงเหนือ และเมฆสีขาวเป็นข้อมูลจากกล้องสเปกโตรกราฟอินฟราเรดใกล้ของเวบบ์ (NIRSpec) โดยใช้เทคนิคซ้อนทับบนภาพเต็มของดาวเนปจูนจากกล้องไวด์ฟิลด์คาเมรารี 3 (WFC3) ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลข่าวที่เกี่ยวข้องกล้องเจมส์ เวบบ์ ถ่ายภาพแสงออโรร่าบนดาวเนปจูนได้เป็นครั้งแรกแบตเตอรี่รถ EV Xiaomi (เสียวหมี่) โชว์เทพ ปล่อยจากตึก 6 ชั้น รอด !รู้หรือไม่? ปลามีเสียงร้อง นักวิทยาศาสตร์สร้าง AI แยกพันธ์ุปลาจากเสียงได้แล้ว


Posted

in

by

Tags: