กสทช. รับทราบผลการประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น ปี 2568ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (14 พ.ย.) กสทช. ได้รับทราบผลการประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น ในปี 2568 การประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 1,993 คลื่นความถี่ มีผู้มีสิทธิเข้าร่วมการประมูล รวมทั้งสิ้น 2,237 นิติบุคคล มีผู้เสนอราคาสุดท้ายและรับรองราคา รวมทั้งสิ้น 1,895 คลื่นความถี่ คลื่นความถี่ที่เหลือจากการประมูลครั้งนี้ มีจำนวน 98 คลื่นความถี่ โดยมีมูลค่าการประมูลรวมทั้งสิ้น 65,030,000 บาท (หกสิบห้าล้านสามหมื่นบาทถ้วน) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มโดยมีรายชื่อคลื่นความถี่ที่มีการเสนอราคาสุดท้ายสูงสุดในครั้งนี้ 5 ลำดับ ได้แก่1.) คลื่นความถี่ 94.50 MHz อำเภอเมือง จังหวัด เชียงใหม่ ราคาประมูล 1,400,000 บาท2.) คลื่นความถี่ 96.25 MHz อำเภอบางละมุง จังหวัด ชลบุรี ราคาประมูล 775,000 บาท3.) คลื่นความถี่ 95.25 MHz อำเภอเมือง จังหวัด สมุทรสาคร ราคาประมูล 720,000 บาท4.) คลื่นความถี่ 107.50 MHz เขตคลองสามวา จังหวัด กรุงเทพมหานคร ราคาประมูล 691,000 บาท5.) คลื่นความถี่ 88.00 MHz อำเภอเวียงเก่า จังหวัด ขอนแก่น ราคาประมูล 559,000 บาทพลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า การประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น ปี 2568 ในครั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการประมูลคลื่นความถี่ในระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น ในปี 2568 และสำนักงาน กสทช. ได้ออกประกาศเชิญชวนให้ผู้ประสงค์ขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ระบบเอฟเอ็ม สำหรับการให้บริการกระจายเสียง ประเภทกิจการทางธุรกิจ ระดับท้องถิ่น จำนวน 2,507 คลื่นความถี่ ซึ่งมีผู้มีสิทธิเข้าร่วมประมูลจำนวน 2,237 นิติบุคคล โดย สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดราคาเริ่มต้นเท่ากันทุกคลื่นที่ 25,000 บาท และผู้เข้าร่วมการประมูลจะต้องเพิ่มราคาอย่างน้อย 1 ครั้ง ของการประมูล ในราคาครั้งละ 1,000 บาท โดยมีระยะเวลาในการประมูล รอบละ 60 นาทีการประมูลในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 14 พ.ย. 2568 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าร่วมการประมูล ให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 10 รอบ ครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค ได้แก่ 1.) วันที่ 12 พ.ย. 2568 สำหรับการประมูลในพื้นที่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้2.) วันที่ 13 พ.ย. 2568 สำหรับการประมูลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 3.) วันที่ 14 พ.ย. 2568 สำหรับการประมูลในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประมูลในครั้งนี้การประมูลครั้งนี้นับเป็นครั้งประวัติศาสตร์ เนื่องจากทำให้วิทยุท้องถิ่นที่มีกว่า 3 พันราย สามารถเข้าสู่ระบบใบอนุญาตได้ ถือเป็นการสิ้นสุดการรอคอยมามากกว่า 20 ปี ซึ่งกิจการกระจายเสียงถือเป็นกิจการสื่อสารสุดท้ายของประเทศไทยต่อจากกิจการดาวเทียมและเป็นการประมูลคลื่นความถี่แบบออนไลน์ทั่วประเทศในลักษณะ Super Multi Bands พร้อมกัน 1,993 คลื่น โดยไม่ปรากฎข้อขัดข้องหรือมีการทักท้วงทำให้การประมูลต้องสะดุดหรือหยุดพัก ส่งผลต่อความโปร่งใส รวมทั้งการแข่งขันก็เป็นไปตามกลไกตลาด ดังจะเห็นได้จากในพื้นที่ที่มีความต้องการก็ย่อมมีการแข่งขันที่สูง นับว่าเป็นความสำเร็จตามที่ตั้งใจ แม้ว่ารายได้ที่ได้รับจะไม่สูงเท่ากับกิจการโทรคมนาคม แต่ที่ผ่านมา “รัฐ” ไม่เคยมีรายได้จากกิจการวิทยุระดับท้องถิ่นมาเลย จะมีเพียงสำนักงาน กสทช. ที่ได้รับค่าคำขอใช้คลื่นในการทดลองออกอากาศเท่านั้นดังนั้น เมื่อมีการประมูลเกิดขึ้นจึงเป็นครั้งแรกที่ “รัฐ” ได้รับจากการประมูลครั้งนี้ทั้งหมด และหากมีการนำมาเปรียบเทียบกับการประมูลคลื่นวิทยุ FM ประเภทธุรกิจ ที่ กสทช. ชุดที่ผ่านมาที่ได้ดำเนินการในปี 2565 แม้จะมีรายได้จากการประมูลที่สูงกว่านี้ แต่ในครั้งนั้นเป็นการประมูลในระดับภูมิภาคที่ทำให้ผู้ประกอบการมีกำลังส่งในการออกอากาศได้มากกว่า 40 เท่า และไม่ได้ปิดกันให้เฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องมีภูมิลำเนาในท้องถิ่นนั้นเท่านั้นเหมือนการประมูลครั้งนี้นอกจากนั้น ที่ประชุม กสทช. ในวันนี้ ยังได้เห็นชอบผลการพิจารณาการอนุญาตใช้คลื่นความถี่วิทยุประเภทชุมชนและสาธารณะระดับท้องถิ่น โดยประเภทชุมชนเห็นชอบจำนวน 114 คลื่นความถี่ และสาธารณะจำนวน 485 คลื่นความถี่ ทั้งนี้ให้สำนักงาน กสทช. จะประกาศรายชื่อผู้ชนะการประมูลให้ทราบเป็นทางการต่อไป
“กสทช.” ประมูลวิทยุท้องถิ่นประเภทธุรกิจ 1,993 คลื่นความถี่ ได้เงินเข้ารัฐกว่า 65 ล้านบาท
by
Tags: