“กสทช.-AIS-ตร.ไซเบอร์” เปิดปฏิบัติการตัดวงจรลักลอบใช้เน็ตผิดกฎหมาย บริเวณแม่สอด จ.ตาก

สำนักงาน กสทช. – AIS 3BB FIBRE3-ตำรวจไซเบอร์ ผนึกกำลังต่อเนื่อง ตรวจค้น 3 อาคารพาณิชย์แม่สอด พบติดตั้ง VPN และอุปกรณ์เชื่อมต่อไปต่างประเทศ เข้าข่ายลักลอบใช้เน็ตผิดกฎหมาย และตัดวงจรโจรทันที พร้อมเร่งขยายผลดำเนินคดี ย้ำภารกิจปกป้องคนไทยจากภัยอาชญากรรมออนไลน์นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. โดยสำนักงาน กสทช. เขต36 ร่วมกับ บก.ปอท. 4 กองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 หน่วยเฉพาะกิจราชมนู และฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด รวมทั้งผู้ให้บริการ อินเทอร์เน็ต ลงพื้นที่ตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 3 หลัง ในตำบลสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ใกล้สะพาน มิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่1 หากจากแม่น้ำเมย ประมาณ 100 เมตร หลังจากได้รับแจ้งจากผู้้ให้บริการ โทรคมนาคมซึ่งตรวจพบการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณมากผิดปกติและมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์สื่อสารมากกว่า 600 เครื่อง รวมทั้งมีการติดตั้ง vpn เชื่อมต่อระบบการให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตในอาคารดังกล่าว โดยผู้ขอ ใช้บริการเป็นชายชาวเมียนมาร์ 2 คนและคนไทย 1 คนหลังจากเข้าตรวจค้นอาคารดังกล่าว พบอุปกรณ์รวมสัญญาณ จำนวน 1 ตัว Router wifi จำนวน 3 ตัว และอุปกรณ์ส่งสัญญาณระยะไกล อีก 2 ตัว โดยอุปกรณ์ทั้งหมดยังอยู่ในสถานะการใช้งานอยู่ ซึ่งจากการสอบสวน พบว่าเป็นชายชาวเมียนมาร์นำมาติดตั้งไว้ที่อาคารดังกล่าว เจ้าหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงได้ตรวจยึด เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไปสำนักงาน กสทช. ยังคงเฝ้าระวังและดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อการใช้ระบบโทรคมนาคมของ ไทยไม่ให้ใช้ในทางที ่ผิดกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน รวมทั้งกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับปฏิบัติการที่ อ.แม่สอด จ.ตาก หลังตำรวจไซเบอร์ กก.2 บก.สอท.4 ได้รับเบาะแสจาก AIS 3BB FIBRE3 พร้อมนำกำลังเข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ต้องสงสัย 3 หลัง ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เอไอเอส ร่วมสนับสนุนการตรวจสอบเชิงเทคนิคหน้างานอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการกวาดล้างวงจรโจรปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AIS 3BB FIBRE3 ตรวจพบการใช้งานที่มีปริมาณสูงผิดปกติ มีปริมาณการใช้งานหนาแน่นและต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งเป็นเหตุอันเชื่อได้ว่า มีพฤติกรรมต้องสงสัย จึงประสานงานกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อเข้าตรวจสอบและตรวจค้นพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในพื้นที่พร้อมกันนี้ ในเบื้องต้นตำรวจไซเบอร์ ตรวจพบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงิน มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนชาวต่างชาติ และเมื่อประเมินจากวงจรการใช้งานของอาคารทั้ง 3 หลัง พบว่ามีปริมาณการใช้งานสูงกว่าระดับปกติราว 2 เท่า จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ร่วมกับเอไอเอสจากการเข้าตรวจค้น พบว่าอาคารทั้ง 3 หลัง ไม่มีผู้อยู่อาศัย แต่เจ้าหน้าที่พบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ดัดแปลงใช้ในการรวบรวมสัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณข้ามประเทศ จึงได้ทำการระงับสัญญาณ พร้อมรื้อถอนอุปกรณ์ในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบผู้เกี่ยวข้อง และขยายผลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายด้าน AIS 3BB FIBRE3 ยืนยันความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคง พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและตรวจสอบการใช้งานที่ผิดปกติตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการนำโครงข่ายไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย และสนับสนุนการป้องกัน–ปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสังคม ขณะที่ตำรวจไซเบอร์อยู่ระหว่างสรุปผลการตรวจค้นและตรวจยึด โดยพบความเชื่อมโยงของเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนต่างชาติ และจะเดินหน้าขยายผลเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป


Posted

in

by

Tags: