กองทัพไทย ล็อกเป้าฐานยิงขีปนาวุธหลายลำกล้องระยะยิง 130 ก.ม.ของกัมพูชา พร้อมปฏิบัติการโจมตียุทธศาสตร์สั่งการทำลายล้างการยิง ล้มล้างระบบส่งกำลังบุกรังทันทีหากฝ่ายตรงข้ามละเมิดข้อตกลง เน้นประชาชนคนไทยปลอดภัยเป็นที่ตั้งสำนักข่าวThe Room 44 ติดตามสถานการณ์ตามแนวตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 68 หลังประเทศไทยมีการผลัดเปลี่ยนแม่ทัพนายกอง โดยเฉพาะพล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 “แม่ทัพเติ่ง” นักรบลูกอีสานเชี่ยวชาญในพื้นที่ ขยับขึ้นมาจากรองแม่ทัพภาคที่ 2 อยู่ในพื้นที่กับ“แม่ทัพกุ้ง”พล.ท.บุญสิน พลาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุชัด “ขณะนี้กำลังพลมีความพร้อมอยู่เสมอ” “น้องผมคนนี้โหดกว่าผมเยอะคูณสาม” พล.ท.บุญสินการันตีถึงบทบู๊ของขุนพลคู่ใจทั้งนี้จุดยุทธศาสตร์ในพื้นที่ไทย – กัมพูชา ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ในพื้นที่เกิดการปะทะบ่อยครั้ง ทำให้กองทัพภาคที่ เฝ้าระวังความเคลื่อนไหวของกัมพูชาตลอด โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์ปราสาทตาควาย ปราสาทพระวิหาร ที่มีความอ่อนไหวสูง มักตรวจพบโดรนฝ่ายกัมพูชา ทำให้กองกำลังภาคที่ 2 เตรียมพร้อมตลอดเวลา และกองทัพภาคที่ 2 ของไทยยังเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าระวัง ขีปนาวุธ PHL-03 ระบบจรวดหลายลำกล้องมีระยะยิงไกล 130 กิโลเมตรครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัดของไทย ขีปนาวุธชนิดนี้สามารถทำลายล้างที่หมายยุทธศาสตร์ และที่ตั้งกำลังทหาร โดยกองทัพไทยเตรียมการรองรับสถานการณ์ในการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่หลัง มีเครื่องมือทำลายขีปนาวุธชนิดนี้ และว่ากันว่ามีการล็อกเป้าตำแหน่งยิงตามจุดยุทธศาสตร์ต่างๆในกัมพูชาเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านั้นที่มีการปะทะกันหนัก กองทัภาคที่ 2 ได้เตือนเพื่อความไม่ประมาทในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน ขอให้ระมัดระวังการถูกโจมตี ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ติดตามตรวจสอบข่าวสารและการแจ้งเตือนจากทางราชการ ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่สำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง ควรเตรียมการป้องกันโดยหาที่หลบภัยในพื้นที่ปลอดภัย รักษาระยะห่างจากจุดที่อาจเป็นเป้าหมาย หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่อาจเกิดการโจมตีเมื่อได้รับการเตือนด้านสภากลาโหมในที่ประชุมมอบนโยบายสำคัญในช่วงที่รัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ 4 เดือน หนึ่งในนโยบายสำคัญที่เร่งด่วนคือ “แก้ปัญหาความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ความสำคัญกับการ “รักษาอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ ความปลอดภัยของประชาชนเป็นลำดับแรก” ในวันดังกล่าว “บิ็กเล็ก”พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ได้เชิญผบ.เหล่าทัพ และ “บิ๊กดุลย์”พล.ท.อดุลย์ บุญธรรม รมช.กลาโหม อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่จะดูแลพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หรือ กปช.จต. คุยนอกรอบระหว่างรับประทานอาหาร พร้อมระบุมาช่วยงานแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งนี้ “บิ๊กเล็ก”ระบุว่า “จะเร่งเสริมสร้างความพร้อมรบให้มากขึ้น ผ่านการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่เน้นการจัดหาแนวป้องกันประเทศ แต่จากนี้ไปจะเน้นเชิงรุก เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพให้มากยิ่งขึ้น”สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย เป็นประธาน เห็นคงมาตรการทหารปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา อนุมัติกรอบสร้างรั้วตามเขตชายแดนไทย-กัมพูชา ในวันดังกล่าวนายกฯได้ตอบคำถามที่ใช้เวทีต่างประเทศกดดันกัมพูชามากกว่าการใช้กำลังทหารหรือไม่ “ต้องทำคู่กัน กองทัพไทยต้องมีความพร้อม เพื่อป้องกันแผ่นดินและอธิปไตย รัฐบาลสนับสนุนกองทัพเต็มที่”สอดรับกับพล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่1 ระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมปฏิบัติการกองกำลังบูรภา(กกล.บูรภา) พื้นที่จ.สระแก้ว เน้นย้ำถึงการปกป้องอธิปไตยของชาติ และมอบนโยบายให้ หน่วยทหารพร้อมปฏิบัติทุกรูปแบบตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนการปฏิบัติแผนต่างๆทั้งในส่วนของกำลังทหาร ตำรวจและส่วนราชการจังหวัดมีความพร้อมปฏิบัติเมื่อไหร่ “เมื่อมีความได้เปรียบพร้อมจัดการทันที”สำนักโฆษกรัฐบาลขอความร่วมมือสื่อมวลชนทุกแขนง งดเผยแพร่ภาพปราสาทตาเมือนธม ทุกกรณี เนื่องจากเหตุผลความมั่นคง ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่จุดต่างจ.สุรินทร์ เพื่อเกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นครั้งแรกตั้งแต่รับตำแหน่งนากรัฐมนตรีก่อนหนั้นที่ยังเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย กองทัพไทยเปิดฉากรุก 3 ระลอก โดยล็อกเป้าโจมตียุทธศาสตร์สั่งการทำลายล้างการยิง ล้มล้างระบบส่งกำลังบำรุง ยึดพื้นที่ได้ 11 พื้นที่หลังหยุดยิง ได้แก่ ภูมะเขือ ช่องอานม้า ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ช่องบก โดนตวล สัตตะโสม ช่องจอม ช่องสายตะภู พระวิหารและพลาญยาว ก่อนปฏิบัติการเจรจาระดับต่างๆตามมา แต่ยังมีปัญหาตามแนวตะเข็บชายแดนเป็นระยะ โดยฝ่ายกัมพูชายั่วยุและทำตัวให้นานาชาติเห็นว่าเหมือนเป็นฝ่ายโดนกระทำ แต่ไทยรู้ทันเกมไม่เดินตามที่กัมพูชาขุดบ่อล่อปลาเอาไว้ จนกระทั้งนายสหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ แฉกัมพูชาบนเวทียูเอ็น
กองทัพไทย ล็อกเป้าฐานขีปนาวุธกัมพูชา พร้อมสั่งโจมตีทำลายระบบทันทีหากละเมิดข้อตกลง
by
Tags: