เปิดฉากการเมืองปี 2569 ด้วยชัยชนะที่น่าจับตามองของ “พรรคภูมิใจไทย” ที่จ่อคิวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หลังกวาดที่นั่ง สส. มาเป็นอันดับ 1 ทะลุ 194 ที่นั่ง (ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ ณ วันที่ 9 ก.พ. 69) สิ่งที่สปอร์ตไลท์ทุกดวงกำลังจับจ้องคือ “ชุดนโยบายเศรษฐกิจ Thailand 10 Plus” ที่ประกาศจะพา GDP ไทยโตแบบ “3% พลัส” พร้อมหมัดเด็ดอย่างการสานต่อโครงการขวัญใจมหาชน และการดึงเงินลงทุนมหาศาลเข้าประเทศการที่ภูมิใจไทยชูธงเรื่องวินัยการคลังควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่แจกเงินแต่เน้นการ "สร้างรายได้" และ "ลดรายจ่าย" อย่างยั่งยืน ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ 8 หมัดเด็ดลงสนาม สู้ศึกเลือกตั้งชูยุทธศาสตร์ "สร้างโอกาส ลดภาระ" ด้วยงบประมาณกว่า 1.48 แสนล้านบาท ปักธงเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีกครั้ง ไฮไลต์ที่ถูกจับตามองที่สุดคือการประกาศ สร้างกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา ระยะทาง 100 กม. (เฟสแรก) ใช้งบ 866 ล้านบาท เพื่อปิดตายช่องทางแรงงานเถื่อน ยาเสพติด และสินค้าหนีภาษีทางคมชัดลึก ได้นำข้อมูลมาจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เคยได้เผยแพร่ นโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาพรรคภูมิใจไทย ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ และ กกต. โดยพรรคภูมิใจไทยนำเสนอยุทธศาสตร์นโยบายเพื่อการหาเสียงเลือกตั้งภายใต้แนวคิดการสร้างโอกาสและลดภาระให้แก่ประชาชน พร้อมประกาศนโยบายหลัก 8 นโยบาย ครอบคลุมด้านความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ โดยมียอดวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้รวมทั้งสิ้น 148,326,000,000 บาท ส่วนใหญ่มาจากงบประมาณแผ่นดินร้อยละ 97.84 บางส่วนมาจากการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) รวมถึงกองทุนหมุนเวียนต่างๆ โดยรายละเอียดของแต่ละนโยบาย ได้แก่ นโยบายด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการรัฐกลุ่มนโยบายนี้มุ่งเน้นการปฏิรูประบบการทำงานของภาครัฐและการรักษาอธิปไตยเพื่อความสงบสุขของบ้านเมืองการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (รัฐมนตรีมืออาชีพ) เป็นนโยบายที่ไม่ต้องใช้วงเงินงบประมาณ โดยมุ่งเน้นความคุ้มค่าเชิงบริหารจัดการเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับภารกิจ ประโยชน์คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด ผลกระทบคือโครงสร้างการบริหารจะมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่มีความเสี่ยงการสร้างกำแพงชายแดนป้องกันภัยรุกราน ใช้งบประมาณ 866 ล้านบาท (สำหรับระยะ 100 กิโลเมตรในปีแรก) จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีความคุ้มค่าในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประโยชน์คือป้องกันแรงงานเถื่อน สินค้าหนีภาษี และยาเสพติด อย่างไรก็ตามอาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเดินทางข้ามแดนของประชาชน และมีความเสี่ยงในพื้นที่ก่อสร้างที่เป็นพื้นที่ทับซ้อนทหารอาสา 100,000 คน ใช้งบประมาณ 22,700 ล้านบาทต่อปี โดยเกลี่ยงบประมาณที่ซ้ำซ้อนจากกระทรวงกลาโหม มุ่งหวังภาพลักษณ์กองทัพที่ทันสมัยจากการสมัครใจแทนการบังคับ ประโยชน์คืออาสาสมัครจะมีรายได้ 12,000 บาทต่อเดือน ได้รับสวัสดิการ ฝึกอาชีพ และมีโควตาเข้าเรียนโรงเรียนนายสิบ นโยบายนี้ช่วยลดการเกณฑ์ทหารและปรับปรุงอัตรากำลังใหม่โดยไม่มีความเสี่ยงนโยบายด้านการศึกษา สังคม และสาธารณสุข มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และดูแลกลุ่มเปาะบางในสังคมการศึกษาเท่าเทียม พลัส (เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา) ใช้งบประมาณ 700 ล้านบาทในปีแรกจากการบริหารงบประมาณเดิมของ สพฐ. มุ่งยกระดับโอกาสทางการศึกษาผ่าน Online Learning Platform และระบบสะสมหน่วยกิต (Learning Passport) ประโยชน์คือลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองและเสริมทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ผลกระทบคือเปลี่ยนบทบาทรัฐจากผู้ควบคุมเป็นผู้สนับสนุน แต่มีความเสี่ยงด้านความพร้อมด้านดิจิทัลของบุคลากรและท้องถิ่นพยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงวัย (1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา) ใช้งบประมาณ 13,500 ล้านบาทต่อปี จากการเกลี่ยงบประมาณประจำปี มุ่งสร้างงานใหม่ 75,000 อัตราทั่วประเทศ ด้วยรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ประโยชน์คือผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความแออัดในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงเรื่องความไม่เท่าเทียมของจำนวนผู้สูงอายุในแต่ละหมู่บ้านซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพการดูแลนโยบายด้านเศรษฐกิจและพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพ มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานรากค่าไฟฟ้า หน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 ยูนิตแรก) ใช้งบประมาณ 63,360 ล้านบาทต่อปี จากงบประมาณประจำปีและรายได้จากพลังงานสะอาด นโยบายนี้มีความคุ้มค่าสูงในการลดค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือน 22 ล้านครัวเรือนทันที ประโยชน์คือยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มกำลังซื้อ ผลกระทบคืออาจส่งผลต่อการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีแต่ไม่มีความเสี่ยงมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท 60 งวด ใช้งบประมาณ 3,200 ล้านบาทต่อปี จากกองทุนพลังงานและ Green Finance, มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและลดมลพิษ PM 2.5 ประโยชน์คือประชาชนมีพาหนะใช้ประกอบอาชีพในราคาถูก ผลกระทบคือสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศโดยไม่มีความเสี่ยงคนละครึ่ง พลัส (ลดรายจ่ายผู้ซื้อ เพิ่มรายได้ผู้ขาย) ใช้งบประมาณ 44,000 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี, เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน GDP และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 80,000 ล้านบาท ประโยชน์คือช่วยร้านค้ารายย่อยและกระตุ้นกำลังซื้อ ผลกระทบคือเสริมสภาพคล่องให้เศรษฐกิจฐานราก โดยมีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากใช้ระบบดิจิทัลที่ตรวจสอบการทุจริตได้
กาง 8 นโยบายพูดแล้วทำพลัส “ภูมิใจไทย” พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลปี 69
by
Tags: