ภาพไฮไลต์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 สำหรับชีวิตหลังแต่งงานของ ‘ยิปซี คีรติ’ และ ‘นิโคลัส ฮอว์’ ในฐานะสามีภรรยาที่ยังคงคลั่งรักกันไม่ต่างจากวันแรกที่คบหา โดยทั้งคู่ได้ใช้เวลาเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และช่วยเยียวยาบาดแผลทางใจของกันและกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ Healthy อย่างไรก็ตาม ชีวิตหลังแต่งงานคืออีกสเต็ปที่สำคัญของคู่รัก เนื่องจากทั้งสองต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกันในทุกๆ วัน ความแตกต่างที่ไม่ทันสังเกตเห็นจึงอาจเด่นชัดขึ้น เมื่อสถานะเลื่อนไปอีกขั้นก่อนหน้านี้ ‘ยิปซี’ ได้ออกมาแชร์มุมมองเกี่ยวกับ ‘ความต่างในความสัมพันธ์’ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเธอ นับตั้งแต่เรื่องระดับความโรแมนติก, ภาษารัก (Love Language), มนุษย์กลางวัน VS มนุษย์กลางคืน, สายความรู้สึก VS สายตรรกะ ไปจนถึงเรื่องการทิ้งหรือเก็บของเก่าๆ เอาไว้‘ยิปซี’ เป็นคนชอบโละของที่พังแล้วทิ้งไป ส่วน ‘นิโคลัส’ เป็นนักสะสมสิ่งของที่เต็มไปด้วยความหมาย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ‘นิโคลัส’ แอบเอาของเก่ามาดัดแปลงเป็น ‘โคมไฟ’ เพื่อสร้างชีวิตใหม่ให้กับสิ่งของเหล่านั้น แต่ท้ายที่สุด ‘ยิปซี’ ก็ได้ล่วงรู้ความลับนี้ ทว่า สิ่งที่ตามมากลับไม่ใช่การทะเลาะ การต่อว่า หรือการตำหนิ แต่เป็นคำชื่นชม แม้ว่าการกระทำของสามีจะไม่ตรงกับมุมมองหลักคิดของตัวเองก็ตามคำชื่นชมครั้งนั้นเปรียบเสมือนแรงผลักดันที่ทำให้โรงงานโคมไฟของ ‘นิโคลัส’ ขยายใหญ่ขึ้น และนำไปสู่จุดเริ่มต้นของนิทรรศการ ‘Dark star’ by Nicholas Haw ที่มีคอนเซปต์หลักคือการเปลี่ยนสิ่งของที่ถูกลืมเลือนหรือถูกทอดทิ้งให้กลายเป็น ‘โคมไฟ’ ที่กลับมาเปล่งประกายอีกครั้งนิทรรศการ ‘Dark star’ เป็นหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ที่ดีจำเป็นต้องมีความพยายามเป็นส่วนประกอบเสมอ เพราะไม่มีใคร ‘ใช่’ สำหรับใคร 100% ขณะเดียวกัน ความแตกต่างก็ไม่ใช่ปัญหา หากเราเคารพในตัวตนและคุณค่าที่อีกฝ่ายยึดถือ เพราะความรักที่ Healthy ไม่ควรมีใครต้องละทิ้งความเป็นตัวเองไปทั้งหมดMIRROR Thailand จึงเดินทางไปหาทั้งคู่ถึงที่นิทรรศการ เพื่อพูดคุยอัปเดตชีวิตหลังแต่งงาน โดยเฉพาะประเด็น ‘ความต่างในความสัมพันธ์’ ว่าทั้งคู่ประคับประคองความรักนี้ให้เป็นด้วยดี โดยบาลานซ์ทั้งความต้องการของตัวเองและอีกฝ่ายได้อย่างไร?“การมองพาร์ตเนอร์ให้เป็นทีมเราจริงๆ มันมีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะเวลาทะเลาะกัน แน่นอนว่าคนเราไม่เหมือนกัน …แต่ถ้าเรามองกันและกันเป็นทีมเดียวกัน ว่านี่คือพาร์ตเนอร์ฉัน นี่คือทีมฉัน มุมมองตอนทะเลาะกัน มันจะเปลี่ยน เพราะเรารู้ว่าต่อให้จะทะเลาะกันยังไง แต่เราทะเลาะเพื่อที่จะไปต่อด้วยกัน”‘คนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม’ ในความสัมพันธ์ของคนเราจริงๆ มันเป็นตามคำกล่าวนี้ไหมยิปซี: จากวลี ‘คนที่ใช่ไม่ต้องพยายาม’ สำหรับเรามองว่าควรพยายามนิดหนึ่ง เพราะในทุกความสัมพันธ์ มันไม่มีใครที่แมตช์กัน 100% หรอก ไม่ใช่แค่แฟน แต่รวมไปถึงเพื่อนสนิทและครอบครัวด้วย ในทุกความสัมพันธ์ที่เราตั้งใจจะทำให้ดี มันควรจะมีความพยายามเป็นส่วนประกอบอยู่ในนั้นเสมอนิโคลัส: ต้องพยายามครับ ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดี เราต้องทุ่มเทให้กับมัน เรากับพาร์ตเนอร์ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง ดังนั้นจึงต้องหาวิธีที่อยู่ด้วยกันได้ แต่ก็ยังมีความเป็นตัวเองด้วย นั่นคือการหาวิธีที่ทำให้ข้อดีของเราและเขาได้เปล่งประกายออกมา บางครั้งข้อดีเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่เราก็ต้องสนับสนุน เข้าใจ และเคารพกันยิปซี: ใช่ ถ้ามีความตั้งใจที่จะอยู่ด้วยกันจริงๆ ‘ความเคารพ’ ในความต่างเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ เพราะถ้าเราไม่เคารพในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นทันทีนิโคลัส: ความสัมพันธ์ก็เหมือนทีมฟุตบอล ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเอง แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเราอยู่ในทีมเดียวกันที่ต้องซัพพอร์ตอีกฝ่าย เพื่อให้เราไปด้วยกันได้ความแตกต่างทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในความสัมพันธ์บ้างไหมยิปซี: ความต่างของคู่เราเยอะมาก เราเคยคิดว่า เราเป็นผู้หญิงโรแมนติกแล้ว แต่พอมาเจอนิค (นิโคลัส ฮอว์) เราชิดซ้ายเลย นิคเป็นคนโรแมนติกแบบคลั่งรักสุดขั้ว จนเราไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นคนโรแมนติกได้แล้ว เรากลายเป็นคนแข็งกระด้างไปเลยนอกจาก Level ความโรแมนติกจะไม่เท่ากันแล้ว Love Language ของเราก็ค่อนข้างต่างกัน นิคจะอยากได้รับ Word of Affirmation แต่ยิปเป็นสไตล์ Acts of Service ฉันทำอันนี้ให้เธอ ฉันก็คิดว่าเธอจะรับรู้ถึงความรักของฉันแล้ว แต่พออยู่ด้วยกันนานๆ ก็เลยเริ่มเข้าใจว่า ‘การแสดงความรัก’ ต้องพูดในภาษาที่อีกฝ่ายอยากได้ยินด้วยแต่โชคดีที่คู่เรามีความเป็นทีมที่อยากจะไปด้วยกันต่อ แม้จะต่างกันมากๆ แต่เรามีความเคารพและเห็นอกเห็นใจอีกคนหนึ่ง ต่อให้ Love Language นั้นจะไม่ใช่เวย์ของเรา แต่เราก็อยากฝึก เพื่อทำให้เขารู้สึกว่า ฉันรักเธอนะ เธอสำคัญสำหรับเรานะทั้งคู่ทำอย่างไรให้สามารถบาลานซ์ทั้งความต้องการของตัวเองและอีกฝ่ายนิโคลัส: ถ้าเราอยากได้แฟนที่เหมือนกับตัวเองทุกอย่าง เราอยู่กับตัวเองก็ได้ ไม่ต้องมีใคร บางทีผมก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำ บางทีก็รู้สึกน้อยใจหรือเสียใจยิปซี: ใช่ การกระทำของเธอก็สอนอะไรบางอย่างให้เราด้วย เช่น เราเป็นคนพูดจาค่อนข้างตรงไปตรงมา บางครั้งอาจจะทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บได้ แต่นิคมีใจที่เปิดกว้าง เขาไม่ได้ปิดกั้นความคิดที่แตกต่าง เขาเปิดใจรับฟังสิ่งที่เราพูด และเก็บไปคิดจริงๆ แม้ว่าบางไอเดียจะคนละขั้วกับสิ่งที่เขาคิดเลย ซึ่งการที่เขาเป็นแบบนี้ มันก็ทำให้เราอยากจะเปิดใจยอมรับสิ่งที่เขาเป็นเหมือนกัน ต่อให้เราจะไม่เก็ตบางอย่าง แต่เราจะไม่ปิดประตูทันที ไม่ตัดสินทันที เราจะถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วพยายามทำความเข้าใจว่า ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น มีที่มาที่ไปอย่างไรนิโคลัส: เราต้องเตือนตัวเองไว้เสมอว่า เราทั้งคู่ต่างทำเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด บางทีเขาทำให้เราเจ็บ หรือบางทีเราทำให้เขาอารมณ์เสีย ถึงเราจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาแบบนั้น แต่สุดท้าย เราก็ต้องเชื่อในกันและกัน เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือผลลัพธ์ที่ดี แต่วิธีของเราอาจจะต่างกันยิปซี: เข้าใจละ สิ่งที่นิคพยายามจะสื่อคือ เราต้อง ‘เชื่อใจ’ ในคู่ของตัวเอง ถึงแม้ว่ากระบวนการจะไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายปลายทางของเราเหมือนกัน คืออยากให้ความสัมพันธ์เป็นไปด้วยดี มันแค่นั้นเลย ถ้าเราเชื่อในตัวพาร์ตเนอร์ของเราได้ ถ้าเราเชื่อในทีมของเราได้ เราอาจจะได้เรียนรู้มุมมองใหม่ๆ ที่ไม่ใช่ทางถนัดของเราบ้างเล่าถึงมุมมองเรื่องการกำหนดขอบเขต (Set Boundaries) ของทั้งคู่ให้ฟังหน่อยนิโคลัส: เราต้องเห็นคุณค่าในตัวเองด้วย เพราะนี่คือชีวิตของเราเหมือนกัน เราไม่จำเป็นต้องทิ้งตัวตน ความฝัน หรือเป้าหมายของตัวเองไป แม้ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์ก็ตาม เพราะถ้าเรามีความสุขและสุขภาพจิตที่ดี ความสัมพันธ์ของเราก็จะดีตามไปด้วย แต่ถ้าคุณต้องฝืนเป็นในแบบที่ตัวเองไม่ต้องการ คู่ของคุณก็จะรับรู้ได้เองยิปซี: พอยต์นี้ดีมากๆ เลย นิคเป็นคนที่ตามใจยิปมาก แต่เขาก็ยังเก็บความเป็นตัวเองไว้ด้วย คู่รักหลายคู่เปลี่ยนแปลงตัวเองเยอะเกินไป จนสูญเสียความเป็นตัวเองหรือตัวตนไป ซึ่งเราก็เคยอยู่ในจุดนั้นนะ ยอมเปลี่ยนตัวเองจนไม่เหลือตัวตนของยิปซีเลย แล้วสุดท้ายความสัมพันธ์นั้นก็ไม่เวิร์กอย่างนิทรรศการ Dark Star จะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้านิคตามใจและเปลี่ยนตัวเองเพื่อยิปทุกอย่าง เพราะจริงๆ เราไม่ชอบเก็บของเก่าเอาไว้ ไม่อยากให้ห้องรก นิทรรศการนี้จึงเป็นหลักฐานที่ช่วยยืนยันได้ว่า เขาเลือกที่จะเก็บความชอบส่วนนี้ของตัวเองไว้ โดยที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วผลผลิตก็กลายเป็นนิทรรศการนี้การพูดคุยเรื่องเป้าหมาย หรือการสร้างอนาคตร่วมกันเป็นสิ่งที่สำคัญไหมยิปซี: การพูดคุยเรื่องเป้าหมายในอนาคตร่วมกันเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคุณจะเดินทางไปด้วยกัน ก็ต้องมีแผนที่คร่าวๆ ให้ทั้งสองฝ่ายรู้ว่าเรากำลังจะไปที่ไหน อย่างน้อยคู่ชีวิตควรจะมี Milestone หลักๆ ที่พูดคุยกันไว้ก่อน เพราะจะช่วยลดการทะเลาะกันในอนาคต เช่น อยากจัดงานแต่งงานแบบไหน คำถามแค่นี้ก็เป็นจุดที่คนเห็นต่างและทะเลาะกันได้แล้วนะ รวมไปถึงทัศนคติเรื่องการมีลูกด้วย ว่าทั้งคู่อยากมีลูกไหม อยากมีกี่คน หรืออยากให้ลูกเรียนที่โรงเรียนแบบไหน สิ่งที่ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่ร่วมกัน ถ้าพูดคุยกันตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ดี เพราะเรื่องต่างๆ ในความสัมพันธ์ไม่ควรเป็นการตัดสินใจของใครคนใดคนหนึ่งคอนเซปต์ของนิทรรศการ Dark Star คืออะไรนิโคลัส: จุดเริ่มต้นของนิทรรศการ Dark Star ไม่ใช่แค่ผมไม่ชอบทิ้งของเก่าๆ แต่ผมมองเห็นความทรงจำและคุณค่าในสิ่งของเหล่านั้น ผมจึงไม่กล้าทิ้งเพราะรู้สึกสงสารมัน อยากทำให้มันกลับมามีชีวิตใหม่ เวลาเห็นเขาทิ้งของบางอย่าง ผมจำได้ว่าของชิ้นนั้นมาจากไหน เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว เราไปเดินซื้อด้วยกัน และใช้มันมาตลอด ผมไม่ยอมทิ้งครับ อยากเก็บความทรงจำไว้ เพราะมันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่คือการเดินทางของเราทั้งคู่ สิ่งของเก่าๆ ก็เหมือนกับคนแก่ ถึงเขาจะไม่ทำงานแล้ว แต่เขาก็ยังมีคุณค่าโคมไฟทุกชิ้นมีชื่อและสตอรี่ของตัวเอง อยากให้ยกตัวอย่างหนึ่งชิ้นที่มีความหมายต่อคุณนิคมากๆนิโคลัส: ชิ้นที่ผมชอบที่สุดชื่อ ‘Jonathan’ เพราะสร้างมาจาก ‘กล้องถ่ายรูป’ ที่พ่อให้ผมตั้งแต่อายุ 16 และผมก็เอามาประเทศไทยด้วย ตอนเด็กๆ บ้านเราไม่ได้มีเงินเยอะ ไม่ได้เป็นคนรวย แต่ผมอยากได้กล้องถ่ายรูปมาโดยตลอด และสุดท้าย พ่อซื้อกล้องตัวนี้ให้ผม ผมจึงอยากเก็บมันไว้ตลอดชีวิต แม้ตอนนี้มันจะพัง หรือใช้ไม่ได้แล้ว แต่ผมก็ไม่อยากเห็นกล้องตัวนี้โดนฝุ่นเกาะ มันไม่สวยงามผมเลยเอากล้องตัวนี้มาสร้างเป็นโคมไฟร่วมกับ ‘ราวแขวนผ้าม่าน’ ที่ผมกับภรรยาใช้มาตั้งแต่ตอนอยู่คอนโดเล็กๆ เขาอยากทิ้ง แต่ผมเก็บไว้ เพราะราวแขวนผ้าม่านอันนี้เปรียบเสมือนพาร์ตหนึ่งในชีวิตคู่ของผมและภรรยา ผมจึงเก็บมาตั้งแต่คอนโดเก่า บ้านใหม่ จนผมเปิดและปิดร้านกาแฟไป สุดท้าย มันก็ยังคงอยู่ในบ้านปัจจุบันของเราซึ่งตอนที่ยิปได้เห็น เขายังไม่ค่อยชอบเท่าไร ผมก็พยายามทำใหม่แล้วให้เขาดูอีกรอบ เขาก็ยังไม่ชอบ จนผมเอา ‘สายฉีดชำระ’ มาประดิษย์ร่วมด้วย เพื่อให้ทุกอย่างเชื่อมกันสมบูรณ์ ‘Jonathan’ จึงกลายเป็นโคมไฟอันแรกที่เขาบอกว่า “อื้ม อันนี้ดีสุดยอดว่ะ” หลังจากนั้น ผมก็มีความมั่นใจมากขึ้น และรับรู้ได้ว่าเขาเข้าใจเราจริงๆโคมไฟ ‘Jonathan’ สร้างจาก ‘สิ่งของชิ้นสำคัญ’ ที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงตอนนี้ การได้นำมันสร้างชีวิตใหม่ ทำให้สามารถใช้งานได้และสวยงาม เป็นจุดที่ผมชอบที่สุดครับเล่าถึงโมเมนต์ที่คุณยิปซีเจอโคมไฟอันแรกของคุณนิคให้ฟังหน่อยยิปซี: โคมไฟอันแรกที่เจอก็คือ ‘Jonathan’ นี่แหละ ตอนแรกมันเป็นแค่กล้องกับเสา ซึ่งเราก็รู้สึกว่าแปลกดี น่ารักดี เพราะเราไม่คาดคิดว่ากล้องจะกลายเป็นโคมไฟได้ แล้วตอนนั้นนิคก็บอกว่า เขาทำสิ่งนี้ตอนกลางคืน ซึ่งเป็นการทำสมาธิ (Meditation) ในแบบของเขา เราก็เลยรู้สึกว่าดีจัง และไม่ได้อยากว่าอะไรเขาเลย เพราะเราเป็นคนนอนเร็วมาก สองทุ่มก็เข้านอนแล้ว แต่นิคเป็นมนุษย์กลางคืน นอนประมาณตีหนึ่งตีสองเราก็มีความรู้สึกแย่ด้วยแหละที่ไม่สามารถฝืนตัวเองแล้วอยู่เป็นเพื่อนเขาตอนกลางคืนได้ บางทีเขาก็เหงาจนทักไปคุยกับ ‘เนะ’ เพื่อนสนิทของเราที่นอนดึกเหมือนกัน และนิคก็เป็นคนคิดเยอะ มีอะไรในหัวเยอะ ยิปเคยชวนเขานั่งสมาธิแล้ว แต่มันอาจจะไม่ใช่ทางของเขา ทีนี้พอเราเห็นว่า การทำโคมไฟเป็นเหมือนการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของเขาได้ เราก็เลยอยากซัปพอร์ต และโคมไฟที่เขาทำออกมาก็ดูสวยดีด้วย พี่ก็เลยชื่นชมผลงานของเขาทำไมคุณยิปซีถึงเลือกที่จะชื่นชมและซัปพอร์ตคุณนิค มากกว่าต่อว่าที่เก็บของเก่าไว้ ทั้งที่คุณยิปซีมีทัศนคติต่อเรื่องนี้ที่แตกต่างออกไปนิโคลัส: ว่าด้วยครับ ไม่ใช่แค่ชื่นชม (หัวเราะ) เขาอาจจะไม่คิดว่าชื่นชมครั้งเดียวแล้วจะมีโคมไฟอันใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้าย เขาไม่ชอบเท่าไร เพราะบ้านรกมากยิปซี: ฉันก็ไม่ได้ว่าเธอขนาดนั้นป่ะ (หัวเราะ) เธอทำเกินไปจริงๆ พอถึงจุดหนึ่ง มันเยอะเกินไปเว้ยเธอ มันไม่มีที่ยืนในห้องนั้นแล้วนิโคลัส: เขาจะพูดประมาณว่า “พอแล้วไหมที่รัก” แต่เขาไม่เคยพูดถึงค่าไฟเลยยิปซี: ใช่ เรายังไม่เคยนึกถึงค่าไฟเลย แต่ช่วงหนึ่งค่าไฟก็แพงขึ้นจริงๆนิโคลัส: ใช่ เขาเคยพูดว่า “นิโคลัส ค่าไฟแพงจังเลย”ยิปซี: อ๋อ จำได้แล้ว ช่วงหนึ่งค่าไฟแพงขึ้นจนน่ากลัว เรานึกว่าแฟนเป็นคนขี้ร้อน เปิดแอร์ทิ้งไว้แล้วลืมปิด ค่าไฟก็เลยขึ้น เพิ่งรู้วันนี้เลยว่าสาเหตุมาจากอะไร (หัวเราะ)กลับมาที่คำถาม ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขาทำ มันจะไม่ใช่เวย์ของเรา แต่อย่างแรกคือ เขาทำในพื้นที่ของเขาเอง เขาทำในห้องส่วนตัวของเขา แล้วเราก็เป็นคนเคารพพื้นที่ส่วนตัวของคนรัก เราจะไม่เข้าไปยุ่งอยู่แล้ว อย่างที่สองคือ สิ่งที่เขาทำ มันไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีอะ จะให้เราว่าอะไร ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่ดีด้วยซ้ำ ถ้ามองที่ Fact การทำสิ่งนี้มันดีต่อเขา ดีต่อจิตใจเขา ดีต่อสมาธิเขาบางคนอาจจะออกไปกินเหล้า หรือบางคนอาจจะติดเกม แต่เขานั่งทำโคมไฟจากของรีไซเคิล จากสิ่งที่มีความหมาย เรารู้สึกว่ามันเป็นกิจกรรมที่น่าซัปพอร์ตมากๆ ขนาดตัวเราเองยังไม่ทำเลย เราแค่สวดมนต์แล้วเข้านอน แต่กิจกรรมนี้มัน Productive นะเว้ย เพราะฉะนั้น มันน่าชื่นชมมากกว่านะอยากให้ฝากถึงคนที่อยากรักษาความสัมพันธ์ที่มีอยู่ให้ Healthy ในระยะยาวนิโคลัส: ถ้าอยากได้คู่ที่ดีต้องจำไว้ว่า ทุกคนไม่เหมือนกัน และนี่คือข้อดี คุณต้องเข้าใจว่าสิ่งที่คุณและเขาเป็นอาจจะไม่เหมือนกัน คนรักของคุณไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณต้องการเสมอไป หรือไม่ได้เป็นในแบบที่คุณอยากให้เป็นตลอดเวลาหรอก แต่บางครั้งนั่นแหละคือเหตุผลที่ทำให้คุณรักเขาใช่ไหมล่ะ?อย่างเรื่องการเก็บของเก่าที่เราทั้งคู่อาจจะคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่เขาก็ไม่ได้บอกว่า “ห้ามทำ” หรือ “เอาไปทิ้ง” สุดท้าย เขาชอบในสิ่งที่เราทำออกมา และคำชื่นชมของเขาก็ทำให้เรามีนิทรรศการในวันนี้ เราต้องมองที่ภาพใหญ่ของความสัมพันธ์ ว่าเราทั้งคู่ไม่เหมือนกัน แต่เข้าใจกันได้ ถ้าเราเคารพในความต่างของพาร์ตเนอร์ เพราะบางครั้งมันอาจจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีก็ได้ยิปซี: อยากฝากเรื่อง ‘การมองพาร์ตเนอร์ให้เป็นทีมเราจริงๆ’ มันมีประโยชน์มากๆ โดยเฉพาะเวลาทะเลาะกัน แน่นอนว่าคนเราไม่เหมือนกัน ขนาดคนในครอบครัวเดียวกัน สายเลือดเดียวกันยังทะเลาะกันเลย แต่ถ้าเรามองกันและกันเป็นทีมเดียวกัน ว่านี่คือพาร์ตเนอร์ฉัน นี่คือทีมฉัน มุมมองตอนทะเลาะกัน มันจะเปลี่ยน เพราะเรารู้ว่าต่อให้จะทะเลาะกันยังไง แต่เราทะเลาะเพื่อที่จะไปต่อด้วยกัน ถ้าเรายังเห็นภาพทีมเราอยู่ตรงปลายทาง เราจะทะเลาะกันอีกแบบ แต่ถ้าเรามีมายเซ็ตในการทะเลาะกันแบบฉันและเธออยู่คนละฝั่ง สถานการณ์ก็จะออกมาเป็นอีกแบบหนึ่งนิโคลัส: เมื่อก่อนตอนทะเลาะกัน ผมจะคิดว่าเราจะเลิกกัน เราจะแยกกัน เขาจะทิ้งเรา เขาไม่เอาผมแล้ว แต่สุดท้าย เขาแค่พยายามทำให้เราอยู่ด้วยกันได้ ผมคิดว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ดีของคู่เราบทความต้นฉบับได้ที่ : การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ของ ‘ยิปซี – นิโคลัส’ เมื่อคนที่ใช่ก็ยังต้องพยายาม และเรียนรู้ที่จะเคารพในความต่าง เพราะชีวิตคู่คือการเป็นทีมเดียวกันบทความที่เกี่ยวข้องJob Description ของ ‘รัฐบาล’ ไม่ว่าจะชุดไหนก็แล้วแต่ คือการมอง “คนให้เท่ากัน” และพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ‘ประชาชน’ ให้ดียิ่งขึ้น ชวนดู 5 สิทธิขั้นพื้นฐาน (แบบสุดๆ) ที่ควร ‘ส่งเสียง’ ให้ดังกันต่อไปการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ของ ‘ยิปซี – นิโคลัส’ เมื่อคนที่ใช่ก็ยังต้องพยายาม และเรียนรู้ที่จะเคารพในความต่าง เพราะชีวิตคู่คือการเป็นทีมเดียวกันวาเลนไทน์นี้ ไม่ถือช่อกุหลาบ แต่ขอเป็นกุหลาบเองเลยแล้วกัน!! กับ 5 ไอเท็มน้ำหอมและสกินแคร์กลิ่นโรสสุดหอม จากกุหลาบหลากสายพันธุ์ พร้อมเป็นของขวัญแทนใจ หรือสร้างโมเมนต์สุดตรึงใจในวันพิเศษตามบทความก่อนใครได้ที่- Website : Mirror Thailand.com
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในความสัมพันธ์ของ ‘ยิปซี – นิโคลัส’ เมื่อคนที่ใช่ก็ยังต้องพยายาม และเรียนรู้ที่จะเคารพในความต่าง เพราะชีวิตคู่คือการเป็นทีมเดียวกัน
by
Tags: