ครูสาวตกใจ ถูกแอบถ่ายคาห้องน้ำ ก่อนรู้ตัวการ ที่แท้คนใกล้ตัว

เรียกได้ว่ากลายเป็นเรื่องราวที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังครูสาวรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก เพื่อเตือนภัยผู้ที่พักอาศัยในบ้านพักครู โดยเฉพาะการใช้ห้องน้ำ พร้อมระบุข้อความว่า "พื้นที่ที่คิดว่าปลอดภัย อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป" และติดแฮชแท็ก #คนใกล้ตัวน่ากลัวที่สุดครูสาวเล่าว่า ตัดสินใจนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเผยแพร่เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้ทุกคนระมัดระวังในการใช้พื้นที่ส่วนตัว โดยเฉพาะห้องน้ำ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 21.40 น. ขณะที่กำลังใช้ห้องน้ำภายในบ้านพักครู ได้ยินเสียงผิดปกติบริเวณด้านหลังห้องน้ำ เมื่อหันไปดูก็พบวัตถุคล้ายโทรศัพท์มือถือค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากช่องระบายอากาศ (กระจกบานซ้อน) ทำให้ตกใจอย่างมาก จึงรีบหลบไปอยู่มุมห้องน้ำ ก่อนที่วัตถุดังกล่าวจะหายไปหลังเกิดเหตุ เธอได้รีบไปบอกครูหญิงที่พักอยู่บ้านพักหลังเดียวกัน และปรึกษากันว่าจะออกไปตรวจสอบด้านนอก แต่ด้วยความหวาดกลัวจึงไม่กล้าออกไปเพียงสองคน ก่อนจะโทรศัพท์หาครูรุ่นน้องที่พักอยู่บ้านพักข้างเคียง ซึ่งเป็นผู้ชาย ให้มาช่วยตรวจสอบบริเวณรอบบ้านพัก พร้อมขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านด้านหลังโรงเรียนร่วมค้นหาบริเวณโดยรอบ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ไม่พบบุคคลต้องสงสัย จึงแยกย้ายกันกลับเข้าที่พักต่อมาในช่วงเช้าวันที่ 28 มกราคม 2569 ครูสาวได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ และในช่วงบ่ายได้พูดคุยกับครูที่พักอยู่บ้านเดียวกัน ก่อนสังเกตเห็นว่ามุมกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านพักเปลี่ยนไป จึงร่วมกันตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจากการตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. มุมกล้องวงจรปิดถูกขยับออกจากตัวบ้านพัก ทั้งที่ตำแหน่งเดิมสามารถมองเห็นรั้วด้านหลังห้องน้ำได้ โดยภาพจากกล้องยังปรากฏบุคคลเดินไปบริเวณด้านหลังบ้านพัก ก่อนเดินย้อนกลับและหายไปจากมุมกล้องเมื่อย้อนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตลอดเดือนมกราคม ยังพบบุคคลลักษณะเดียวกัน เดินบริเวณข้างบ้านพักครูหญิงและมุ่งหน้าไปยังด้านหลังห้องน้ำในช่วงเวลากลางคืนหลายครั้ง ได้แก่ วันที่ 14 มกราคม วันที่ 21 มกราคม จำนวน 2 ครั้ง และวันที่ 27 มกราคม ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมดครูสาวระบุว่า ได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายนอกจากนี้ เธอยังเปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ บุคคลดังกล่าวพยายามติดต่อเข้ามาเจรจากับเธอและคนรอบข้างผ่านหลายช่องทาง รวมถึงเดินทางไปพบครอบครัวที่บ้าน เพื่อขอให้ช่วยเจรจาไม่ให้ดำเนินคดีทั้งทางกฎหมายและทางวินัย อย่างไรก็ตาม เธอตัดสินใจดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายและกระบวนการทางวินัยต่อไปครูสาวยังเผยอีกว่า แม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือน แต่ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงอยู่ในจิตใจ ทำให้เกิดความหวาดระแวง วิตกกังวล และรู้สึกไม่ปลอดภัย เนื่องจากยังต้องปฏิบัติงานในสถานที่เดียวกัน


Posted

in

by

Tags: