7 เกมที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูลทำประตูชัย – winning goal – ในช่วงท้ายเกมได้ถึง 6 นัดเป็นพรีเมียร์ลีก 5 แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 และล่าสุดคาราบาว คัพอีก 1ใน 6 เกมที่ว่า นักเตะที่ทำประตูชัยให้ทีมหงส์แดงกระจายกันไป 6 คนไม่ซ้ำหน้ากันจากทุกตำแหน่งยกเว้นผู้รักษาประตูชนะบอร์นมัธ เฟเดริโก้ เคียซ่า กองหน้า ทำประตูชัยนาที 88ชนะนิวคาสเซิ่ล ริโอ เอนกูโมอา ปีกซ้าย ทำประตูชัยนาที 90+10ชนะอาร์เซน่อล โดมินิก โซโบซไล กองกลาง ทำประตูชัยนาที 83ชนะเบิร์นลี่ย์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกขวา ทำประตูชัยนาที 90+5ชนะแอตเลติโก มาดริด เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลัง ทำประตูชัยนาที 90+2และเกมล่าสุดที่ชนะเซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อคืนวันอังคาร อูโก้ เอกิติเก้ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสรับผิดชอบประตูชัยก่อนหมดเวลา 5 นาทีพาทีมเข้ารอบ 4 ฟุตบอลถ้วยลีก คัพ6 ประตู จาก 6 คน.. และยังได้มาจาก 6 รูปแบบประตูของเคียซ่าจากการเปิดยาวไปทางปีกขวาแล้วโยนโด่งเข้าเขตโทษ ประตูของเอนกูโมอาจากการต่อบอลสั้นรุกคืบกินแดนก่อนได้ผ่านเรียดจากทางขวาประตูของโซโบซไลจากฟรีคิก ประตูของซาลาห์จากจุดโทษ ประตูของฟาน ไดค์ จากลูกเตะมุมประตูของเอกิติเก้.. จากการวางบอลยาวแนวลึกกลางสนามข้ามแนวกองหลังเข้าเขตโทษประตูชัยจากโอเพ่นเพลย์ 3 จากลูกเซ็ตพีซอีก 3ลิเวอร์พูลของ อาร์เน่อ ในฤดูกาลนี้ยังไม่ได้สมบูรณ์แบบหรอกครับ ไม่ได้ไล่กดคู่ต่อสู้แบบโงหัวไม่ขึ้นหรือยิงถล่ม 4-5 ประตูทุกเกม ทุกแมตช์แฟนบอลต้องลุ้นกันตัวโก่ง หวาดหวั่นปนระทึกว่าแต้มจะกระเด็นหลุดมือไหม แต่ทีมหงส์แดงก็สามารถหาช่องทางทำประตูที่ต้องการในเวลาที่ต้องการได้เสมออันที่จริงการยิงประตูสำคัญท้ายเกมนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ยุค เยอร์เก้น คล็อปป์ แล้ว แต่ อาร์เน่อ ยกระดับมันขึ้นไปอีกด้วยผลงานที่เหลือเชื่อทำประตูชัยท้ายเกม 5 นัดซ้อนและ 6 จาก 7 เกมแบบนี้เป็นบุคลิกที่ชัดเจนมากเรื่องความเชื่อมั่นและไม่ย่อท้อ เพียงหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะสร้างสภาวะที่เข้มแข็งนี้ขึ้นมาได้เกมแล้วเกมเล่าทำมันได้เกมแล้วเกมเล่า ทำมันได้เป็นประจำ ทำมันได้จนเป็นเหมือนเรื่องปกติ ก่อร่างกลายเป็นความเชื่อ ว่าตราบใดที่เสียงนกหวีดหมดเวลายังไม่ดังขึ้น ฟุตบอลของเรามีโอกาสทำประตูคู่แข่งได้เสมอแน่นอนว่ามันยังต้องมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกโดยเฉพาะคุณภาพของทีม ทั้งตัวจริง ตัวสำรอง และการปรับแก้แท็กติกประตูชัยทั้ง 6 ลูกที่เกิดขึ้นท้ายเกมนอกจากความหลากหลายแล้วยังล้วนมีส่วนมาจากคุณภาพเหล่านั้นทั้งสิ้นเคียซ่าลงสำรองมาแทน โฟลเรียน เวียร์ทซ์ แล้วก็ยิงบอร์นมัธ.. เอนกูโมอาลงสำรองมาแทน โกดี้ กักโป แล้วก็ยิงนิวคาสเซิ่ลลูกฟรีคิกของโซโบดับอาร์เซน่อลได้มาจากการเรียกฟาวล์ของ เคอร์ติส โจนส์ ตัวสำรองที่ลงมาแทน อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์..ลูกจุดโทษของซาลาห์น็อกเบิร์นลี่ย์ได้มาจากการเรียกแฮนด์บอลได้ของ เฌเรมี่ ฟริมปง ตัวสำรองที่ลงมาแทน อิบราฮิมา โกนาเต้..ลูกเตะมุมที่ ฟาน ไดค์ โหม่งพิชิตแอต.มาดริด ได้มาจากการกดดันของ คอเนอร์ แบร๊ดลี่ย์ ตัวสำรองที่ลงมาแทนฟริมปง บีบให้ ปาโบล บาร์ริออส สกัดออกหลัง..บอลยาวจาก แอนดี้ โรเบิร์ตสัน การเอาบอลลงที่นิ่มนวลของ เคียซ่า สองนักเตะตัวจริงในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน จบด้วยการยิงเข้าซุกก้นตาข่ายโดย เอกิติเก้ ที่เปลี่ยนตัวลงมาแทน อเล็กซานเดอร์ อิซัค ตั้งแต่ต้นครึ่งหลังตัวจริงยิง ตัวสำรองจ่าย.. ตัวจริงจ่าย ตัวสำรองยิงบอลเจาะ บอลโยน บอลยาว บอลจากลูกนิ่งลิเวอร์พูลไม่ได้เล่นแค่ 11 คน แต่ใช้ตัวจริงบวกตัวสำรองหาทางโค่นคู่ต่อสู้ในแต่ละเกมไม่รวมถึงการปรับแท็กติกระหว่างแมตช์ของอาร์เน่อเกมกับบอร์นมัธถอดฟริมปงใส่เอนโด ถอยโซโบยืนแบ๊กขวา จากนั้นถอดเอกิติเก้ใส่โกเมซ ขยับโซโบขึ้นมาสนับสนุนเกมรุก ให้เวียร์ทซ์เล่นฟอลส์ไนน์ จบด้วยการส่งเคียซ่าลงมาแทนเวียร์ทซ์เกมกับนิวคาสเซิ่ลส่งแบร๊ดลี่ย์แทนเวียร์ทซ์ ดันโซโบจากแบ๊กขวาขึ้นมายืนเบอร์ 10 ถอดโจนส์ใส่ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ถอดซาลาห์ใส่เอนโด แล้วเดิมพันสุดท้ายถอดกักโปเพิ่มความสดด้วยเอนกูโมอาเกมกับอาร์เซน่อลตรึงกำลังกันทั้งสองฝ่ายจนไม่ต้องปรับแท็กติก เพียงแต่ โจนส์ ที่ลงแทน แม็คก้า มีวิธีเล่นที่แตกต่างออกไป จังหวะพลิกบอลขึ้นหน้าทำให้เขาเรียกฟาวล์เป็นที่มาของประตูชัยเกมกับเบิร์นลี่ย์ส่งแบร๊ดลี่ย์แทนแม็คก้า ดันโซโบเล่นมิดฟิลด์ ท้ายเกมเดิมพันถอด โกนาเต้ กับ เวียร์ทซ์ ออกส่ง ฟริมปง กับ เอนกูโมอา ลงไปเพิ่มผู้เล่นเกมบุก ฟริมปงยืนปีกขวา ขยับ ซาลาห์ เข้าด้านในเกมกับแอต.มาดริดถอดกักโปส่งแม็คก้า ขยับโซโบยืนเบอร์ 10 โยกเวียร์ทซ์ไปเล่นปีกซ้าย ก่อนจะถอดเวียร์ทซ์ออกใส่ เอนกูโมอา แทนในช่วง 15 นาทีท้ายเกมเมื่อคืนกับทีมนักบุญ แบร๊ดลี่ย์ ลงแทน โจนส์ ดันฟริมปงขึ้นปีกขวา ขยับ เคียซ่า เข้าในเป็นหน้าต่ำ เทรย์ นีโอนี่ ยืนคู่มิดฟิลด์กับ เอนโด ในรูปแบบ 4-2-3-1 จากนั้นส่ง เจย์เดน แดนส์ แทน เอนกูโมอา ถอย เอกิติเก้ ลงต่ำ ฉีก เคียซ่า ไปยืนปีกซ้ายทุกการจัดตัว ทุกการเปลี่ยนตัว ทุกแท็กติกที่วางลงไปทีแรก และทุกการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้นระหว่างเกม มันเป็นไปตามกลไกของการทำงานเพราะไม่มีใครรู้ว่าเกมจะออกมาอย่างไร บางครั้งเราอ่านว่าคู่แข่งจะมาอย่างหนึ่ง พอลงไปเล่นจริงกลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง ไม่รวมรายละเอียดปลีกย่อยทั้งหลายที่อาจส่งผลต่อเกม สภาพสนาม สภาพอากาศ การตัดสินของกรรมการ หรือฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวาของนักเตะด้วยสาเหตุร้อยแปดอาร์เน่อไม่ได้อยู่เฉย ๆ เขาคิดตลอดเวลา อ่านเกมของคู่แข่ง รู้จักลูกทีมแบบปรุโปร่ง ทั้งยังละเอียดอย่างยิ่ง การถอด มิลอส เคอร์เคซ ตั้งแต่นาที 38 ในเกมเยือนเบิร์นลี่ย์คือการตัดความเสี่ยงใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นออกแต่เนิ่น ๆ เพราะแบ๊กซ้ายฮังการีมีใบเหลืองติดตัวและเพิ่งจะทำฟาวล์เข้าตารอดใบเหลืองที่สองอย่างหวุดหวิดสิ่งสำคัญคือในฐานะโค้ช คุณสามารถอ่านสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งแค่ไหน มีประสาทสัมผัสรับรู้ทิศทางลมไวแค่ไหน รับมือกับเรื่องที่ไม่เป็นไปตามแผนได้มีประสิทธิภาพเพียงใด ปรับแก้ได้ถูกจุดไหม ตัดสินใจคมไหม ทันท่วงทีหรือเปล่าเช่นเดียวกันกับสิ่งสำคัญในฐานะนักเตะ คุณเล่นได้ใกล้เคียงกับการซ้อมที่สุดไหม การตอบสนองต่อความเป็นไปของเกมเป็นอย่างไร เข้าใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสนามเพียงใด ปรับการเล่นตามแท็กติกที่เปลี่ยนไประหว่างเกมได้ทันทีไหม ฟิตพอที่จะทำมันไหม รวมทั้งการหาวิธีการเอาชนะคู่แข่ง และเยือกเย็นพอที่จะตัดสินใจทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดเพื่อประโยชน์ของทีมเป็นอันดับแรกไหมลองดูการตัดสินใจของ เคียซ่า ในประตูชัยเมื่อคืนนี้ก็ได้ครับ เลือกจ่าย ไม่ยิงเอง โอกาสได้ประตูเพิ่มขึ้นจากราว 70 เปอร์เซนต์เป็นเกือบร้อยเปอร์เซนต์ นี่คือการเล่นเพื่อทีมโดยแท้ลิเวอร์พูลในยามนี้แข็งแกร่งทั้งด้านคุณภาพทีมและคุณภาพจิตใจ มีประสบการณ์ มีลูกล่อลูกชน เอาตัวรอดได้จากสถานการณ์ยุ่งยาก และการเสียสละเพื่อทีม7 เกม.. 5 พรีเมียร์ลีก 1 แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 คาราบาว คัพ เก็บชัยชนะได้ทั้งหมดดูเผิน ๆ เหมือนสบาย ๆ หากรายละเอียดในแต่ละเกมบอกเราว่าการได้มาซึ่งชัยชนะแต่ละครั้งนั้นไม่ใช่ง่ายดายอย่างที่คิด และเส้นทางของฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล จะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้ถึงกระนั้นในวันที่ยังต้องปรับการเล่นให้ไหลลื่นลงตัวระหว่างคนที่อยู่เก่ากับสมาชิกที่มาใหม่ อาร์เน่อและลูกทีมของเขาก็ยังทำผลงานได้น่าชื่นชมและประทับใจตังกุย
ความแข็งแกร่งของหงส์แดง
by
Tags: