ทำไมผู้ใหญ่ในสมาคมฯยังติดกับดัก "เหรียญซีเกมส์" และไม่พัฒนาไปไกลกว่า "วันต่อวัน"เมื่อแฟนบอลพร้อม แต่ระบบยังไม่พร้อมปรากฏการณ์แฟนบอลแน่นขนัดสนามในวันเสาร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับฟุตบอลไทย ในอดีตเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง พิสูจน์ว่า แฟนบอลไทยพร้อมสนับสนุนฟุตบอลไทยอยู่เสมอ แต่คำถามที่ตามมาคือ ทำไมด้วยผลงานและการบริหารของผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ฟุตบอลไทยจึงยังไม่สามารถพัฒนาไปไกลได้มากกว่าที่คิด? ทำไมถึงไม่มีการพัฒนาฟุตบอลตั้งแต่รากหญ้า (เยาวชน) เพื่อเตรียม "ไส้" สำหรับทีมชุดใหญ่อย่างจริงจัง?จุดบอดที่ร้ายแรง: วิสัยทัศน์แคบติดกรอบ "แชมป์อาเซียน"หมกมุ่นกับความสำเร็จระยะสั้นปัญหาใหญ่ที่สุดของการบริหารสมาคมฯ คือ การตั้งเป้าหมายที่จำกัดอยู่แค่ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะเหรียญทองซีเกมส์และแชมป์ฟุตบอลอาเซียน (AFF Championship) ความคิดของผู้บริหารถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีวิสัยทัศน์ที่จำกัด หวังเพียงแค่การเป็น "แชมป์ในภูมิภาค"แม้ความสำเร็จเหล่านี้จะสร้างความภาคภูมิใจ แต่ ไม่ได้สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากล การมุ่งเน้นเป้าหมายระยะสั้นทำให้ขาดความกล้าที่จะวางแผนงานระยะยาวเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า เช่น การเข้าแข่งขันฟุตบอลโลก หรือการติดอันดับโลกที่ดีขึ้นอย่างจริงจังการบริหารจัดการแบบ "วันต่อวัน"สมาคมฯ ยังคงบริหารงานแบบ "วันต่อวัน" หรือ "ปีต่อปี" แทนที่จะเป็นแผนกลยุทธ์ระยะยาว ปัญหาที่เห็นชัดเจนคือ:การจัดการโปรแกรมฟุตบอลเยาวชนที่ "ทับซ้อน" ขาดความเป็นระบบระเบียบทีมชาติระดับเยาวชน (เช่น U20) ไม่มีโค้ชล่วงหน้า แสดงถึงการขาดการวางแผนต่อเนื่องการบริหารแบบ "ตามใจฉัน" ขาดความเป็นมืออาชีพและมาตรฐานสากลระบบอุปถัมภ์แทนระบบสนับสนุนการที่ผู้บริหารออกมา "โหนกระแส" ความสำเร็จของทีมหมอนทองวิทยาอย่างรวดเร็วหลังเกิดไวรัล ถูกมองว่าเป็นการ "ซื้อเวลา" และเป็นภาพสะท้อนของ "ระบบอุปถัมภ์" (Patronage System) ที่ทำงานแทน "ระบบสนับสนุน" (Supporting System) ที่เป็นมืออาชีพความสำเร็จที่เกิดขึ้นจึงมักมาจากความเสียสละส่วนบุคคล (เช่น ครูผู้ฝึกสอน) มากกว่าการสนับสนุนจากโครงสร้างหลัก นี่คือการ "โรแมนติกกับความลำบาก" แทนที่จะสร้างระบบที่เข้มแข็งและยั่งยืนรากหญ้าที่ถูกละเลย: ต้นเหตุแห่งความล้มเหลวยูธลีกที่ไม่เป็นรูปธรรมปัญหาที่ร้ายแรงที่สุดคือ การขาด "ยูธลีก" ที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง นี่คือหลักฐานที่ชัดเจนของการล้มเหลวในการสร้าง "Supply Chain Management" ของนักฟุตบอล สมาคมฯ ไม่ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐาน (Hard Infrastructure) ที่สำคัญเพื่อผลิตนักเตะคุณภาพเข้าสู่ระบบอาชีพ ทำให้สโมสรและอะคาเดมี่ต้องพึ่งพาตัวเองอย่างหนัก"รถขนฝัน": สัญลักษณ์ของความล้มเหลวภาพ "รถสองแถว" ของทีมหมอนทองวิทยา กลายเป็น KPI (เครื่องมือวัดความล้มเหลว) ที่ชัดเจนที่สุดของการ ล้มเหลวในการจัดสรรทรัพยากร (Resource Allocation) ให้กับฟุตบอลรากหญ้าความขาดแคลนนี้ชี้ให้เห็นว่า ระบบไม่ได้เข้าถึง "พรสวรรค์ดิบ" (Raw Talent) ที่มีอยู่ทั่วประเทศอย่างเท่าเทียม แต่กลับทำงานในลักษณะ Passive (รอรับ) ไม่ใช่ Active Scouting (รุกเข้าหา)การที่ฟุตบอลเยาวชนมีศักยภาพใน การ "ขายได้" (มีแฟนบอลเต็มสนาม) แต่กลับถูกละเลยในการทำตลาดและพัฒนาอย่างจริงจัง แสดงให้เห็นว่าสมาคมฯ ไม่ได้มองเห็นคุณค่าของฐานรากอย่างแท้จริง นี่คือการปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือไปโดยเปล่าประโยชน์บทเรียนจากญี่ปุ่น: จากลูกไล่สู่ผู้ท้าชิงระดับโลกเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นยังเป็นรองไทยนี่คือเรื่องจริง เมื่อย้อนกลับไป30-40 ปีก่อน ทีมชาติญี่ปุ่นยังเป็นลูกไล่ของทีมชาติไทย แต่ปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้ก้าวไปอย่างอย่างมีแบบแผน พวกเขายอมเจ็บและเรื่องจากศูนย์ พัฒนายาวชนขึ้นมาอย่างมีระบบตามแผนพัฒนาฟุตบอลแบบ "เจแผนเวย์"เมื่อนักฟุตบอลพัฒนา "เจลีก" แข็งแรง ทีมสโมสรชั้นนำในยุโรปเริ่มสนใจ จนมาช็อปนักเตะญี่ปุ่นไปค้าแข้งเป็นว่าเล่น จนปัจจุบันญี่ปุ่นส่งนักเตะไปค้าแข้งในลีกชั้นนำทั่วโลก และตั้งเป้าหมายคือแชมป์ฟุตบอลโลกวิสัยทัศน์/เป้าหมายไทย: หวังเพียงเหรียญซีเกมส์และแชมป์อาเซียน (กรอบแคบ)ญี่ปุ่น: มุ่งสู่การเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก (วิสัยทัศน์ระดับสากล)โครงสร้างรากหญ้าไทย: ยูธลีกไม่เป็นรูปธรรม การจัดการโปรแกรมทับซ้อนญี่ปุ่น: ระบบ J.League และ Youth Development Program ที่แข็งแกร่ง มีการแข่งขันต่อเนื่องและเป็นมาตรฐานการผลิตนักเตะไทย: พึ่งพาความเสียสละ/ระบบอุปถัมภ์ ขาด Supply Chain ที่เป็นระบบญี่ปุ่น: การผลิตนักเตะผ่านอะคาเดมี่ที่เป็นมืออาชีพและมีคุณภาพ ส่งนักเตะไปค้าแข้งในลีกชั้นนำทั่วโลกการวางแผนไทย: วางแผนแบบ "วันต่อวัน" หรือ "ปีต่อปี"ญี่ปุ่น: วางแผนเชิงกลยุทธ์ระยะยาว 10 ปี 20 ปี และปฏิบัติอย่างต่อเนื่องสูตรสำเร็จของญี่ปุ่นความสำเร็จของญี่ปุ่นมาจากการ "ทุบ" โครงสร้างเดิม และสร้างระบบที่เน้นความเป็นมืออาชีพ (Professional Management) ตั้งแต่รากฐานสู่ยอด (Youth to Senior Team) อย่างต่อเนื่อง พวกเขาไม่ได้หยุดแค่ความสำเร็จในระดับภูมิภาค แต่มุ่งมั่นท้าทายระดับโลกต้องกล้า "ทุบ" เพื่อสร้างใหม่ฟุตบอลไทยยังคงติดอยู่ในกับดักของ การ "โรแมนติกกับความลำบาก" และความสำเร็จชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถสร้าง "สินค้า" ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อแข่งขันในระดับสากลได้ปรากฏการณ์ "รถขนฝัน" คือ "การประท้วงโดยสันติ" ของแฟนบอลที่เรียกร้องให้สมาคมฯ เลิก "โหนกระแส" และเริ่มลงมือ "ทุบ" โครงสร้างที่พังทลายทิ้งสิ่งที่ต้องทำทันทีสร้างยูธลีกที่แข็งแกร่งและต่อเนื่อง ไม่ใช่โปรแกรมชั่วคราวที่ทับซ้อนวางแผนทีมชาติระดับเยาวชนแบบข้ามปี มีความต่อเนื่องและเป็นมืออาชีพเปลี่ยนจากระบบอุปถัมภ์เป็นระบบสนับสนุนที่เป็นมืออาชีพ จัดสรรทรัพยากรอย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพตั้งเป้าหมายที่สูงกว่าระดับภูมิภาค มุ่งสู่การแข่งขันระดับเอเชียและระดับโลกอย่างจริงจังเพราะหากฟุตบอลไทยยังคงหวังแค่เหรียญทองซีเกมส์และแชมป์อาเซียน โดยไม่กล้าฝันใหญ่และลงมือสร้างระบบที่เข้มแข็งตั้งแต่รากหญ้า เราจะยังคงเห็นภาพ "รถสองแถวขนฝัน" และ "ความสำเร็จชั่วคราว" ที่เกิดจากความเสียสละส่วนบุคคล ไม่ใช่จากระบบที่ยั่งยืนแฟนบอลพร้อมแล้ว ถึงเวลาที่ระบบต้องพร้อมเช่นกัน
คำถามถึงสมาคมฯ ทำไม “รถขนฝัน” หมอนทองวิทยา คือหลักฐานความล้มเหลวของบอลไทย ?
by
Tags: