คุมตัว ‘ปอนด์’ ฝากขัง เจอ 3 ข้อหาหนัก เจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้สังหารเพื่อน ขณะที่แม่มั่นใจลูกบริสุทธิ์ เชื่อคนตายเสพยาเกินเอง รอผลชันสูตรคืนความยุติธรรมคุมตัว ‘ปอนด์’ ฝากขัง เจอ 3 ข้อหาหนัก เจ้าตัวปฏิเสธไม่ได้สังหารเพื่อน ขณะที่แม่มั่นใจลูกบริสุทธิ์ เชื่อคนตายเสพยาเกินเอง รอผลชันสูตรคืนความยุติธรรมคืบหน้าคดีปริศนาเมืองนนท์! ตำรวจ สภ.บางบัวทอง คุมตัว “ปอนด์” วัย 28 ปี ส่งฝากขังศาลจังหวัดนนทบุรีผัดแรก หลังสอบเครียดตลอดคืน พร้อมแจ้ง 3 ข้อหาหนัก ทั้งเจตนาฆ่า, อำพรางศพ และเสพยาเสพติด โดยเจ้าตัวมีสีหน้าอิดโรย แต่ยังคงยืนกรานปฏิเสธว่าไม่ได้ลงมือทำร้ายเพื่อนจนเสียชีวิต ยอมรับเพียงว่าเสพยาด้วยกัน ด้านแม่ผู้ต้องหาเดินทางมาเยี่ยมพร้อมเปิดใจน้ำตาคลอ ยอมรับลูกชายพัวพันยาเสพติดจนมีอาการหูแว่วมานานกว่า 3 ปี และมักมีพฤติกรรมเก็บตัว แต่ส่วนตัวยังไม่ปักใจเชื่อว่าลูกจะเป็นคนลงมือ คาดเพื่อนอาจช็อกจากการเสพยาเกินขนาด (Overdose) วอนขอให้รอผลชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อคืนความยุติธรรมจากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.บางบัวทอง จับกุมนายสุรภัสร์ หรือ “ปอนด์” อายุ 28 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัย คดีการเสียชีวิตปริศนาของนายศักดินันท์ หรือ “เฟรนช์ฟรายส์” อายุ 28 ปี หลังแกะรอยสืบสวนจนทราบเบาะแสการหลบหนี ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (6 มิ.ย. 69) เวลา 09.30 น. ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ควบคุมตัวนายสุรภัสร์ หรือ “ปอนด์” อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตปริศนาของนายศักดินันท์ หรือ “เฟรนช์ฟรายส์” อายุ 28 ปี ไปขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีฝากขังผัดแรก หลังจากทำการสอบปากคำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาภายหลังการรวบรวมพยานหลักฐาน และผลการสอบสวนในเบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายปอนด์รวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา, ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย และ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายขณะที่พนักงานสอบสวนนำตัวนายปอนด์ออกจากห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อนำขึ้นรถควบคุมผู้ต้องขังไปยังศาลจังหวัดนนทบุรี ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยนายปอนด์มีสีหน้าเคร่งเครียด สีหน้าค่อนข้างอิดโรยจากการถูกสอบปากคำอย่างหนักตลอดทั้งคืนโดยนายปอนด์ได้ปฏิเสธไม่ได้ทำร้ายนายเฟรนช์ฟรายส์ และไม่ได้ลงมือฆาตกรรมแต่อย่างใด แต่ยอมรับว่าเสพยาด้วยกัน และอยากฝากบอกแม่ว่าไม่ต้องคิดมาก ทำตัวให้สบายๆ เพราะไม่มีอะไรผู้สื่อข่าวถามว่าอยากจะบอกกับแม่คนตายหรือไม่ โดยนายปอนด์ได้ตอบว่าไม่มีอะไรจะบอก ขอให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หากมีหลักฐานยืนยันว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องก็ขอเป็นไปตามพยานหลักฐานที่เกิดขึ้น ส่วนวันเกิดเหตุไม่แน่ใจว่านายเฟรนช์ฟรายส์เสพยามากแค่ใหน ก่อนที่จะมาเสพกับตนเองเมื่อถามว่าเสพเพื่อให้มีอารมณ์ทางเพศเพิ่มขึ้นหรือไม่ นายปอนด์ไม่ขอตอบ พร้อมกับยกมือไหว้ผู้สื่อข่าวก่อนที่จะปิดวาจาด้านนางแดง อายุ 60 ปี แม่ของนายปอนด์ ได้เดินทางมาเยี่ยมลูกชาย และร่วมรับฟังการสอบสวน และให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อก่อนนายปอนด์อาศัยอยู่กับครอบครัวที่ฝั่งธนบุรี แต่มีปัญหาทะเลาะกับพ่ออยู่เป็นประจำ ก่อนจะย้ายไปอยู่บ้านที่ผ่อนเอาไว้ในพื้นที่บางบัวทอง ภายหลังตนทราบว่านายปอนด์ผ่อนบ้านไม่ไหว เนื่องจากไม่ได้ทำงานแล้วเมื่อก่อนนายปอนด์เคยทำงานดี แต่ลาออกเพราะทะเลาะกับหัวหน้าเรื่อง OT ซึ่งตนมารู้เรื่องการเสพยาเสพติดของนายปอนด์ จากการที่เจ้าตัวมาสารภาพด้วยตัวเองเมื่อหลายปีก่อน ทำให้รู้สึกเสียใจมาก ช่วงที่ยังอยู่บ้านฝั่งธนบุรี นายปอนด์มักพาเพื่อนมาที่บ้าน และอยู่กันในห้องเป็นเวลานาน ตนไม่ต้องการให้มีการมั่วสุมหรือเสพยาในบ้าน จึงเคยบอกลูกชายว่าหากจะพาเพื่อนมาก็ให้ออกไปอยู่ข้างนอก เพราะที่บ้านทำมาค้าขายกันเหนื่อย ทั้งพ่อและแม่ ขณะที่ลูกชายก็ไม่ค่อยเข้ามาช่วยงานที่บ้านเชื่อว่านายปอนด์น่าจะใช้ยาเสพติดมานานกว่า 3 ปีแล้ว และหลังจากย้ายไปอยู่บ้านที่บางบัวทองเพียงลำพัง ก็มักพาผู้ชายเข้า-ออกบ้านอยู่เป็นประจำ ทั้งในลักษณะคบหากันและเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านตนเคยเตือนหลายครั้งให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด แต่นายปอนด์ก็มักรับปากว่าจะเลิก ก่อนจะกลับไปใช้เหมือนเดิม ตนยอมรับว่าตอนที่นายปอนด์ย้ายออกไปอยู่คนเดียว ตนก็เคยคิดว่าสักวันหนึ่งอาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมา แต่ไม่คิดว่าจะบานปลายมาถึงขนาดนี้ส่วนกรณีการเสียชีวิตของผู้ตายนั้น ตนยังไม่เชื่อว่านายปอนด์จะเป็นผู้ลงมือทำร้ายจนเสียชีวิต และมองว่าอาจต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดก่อน เพราะส่วนตัวมองว่าอาจมีความเป็นไปได้ที่ผู้ตายจะใช้ยาเสพติดมากเกินขนาดจนเกิดอาการโอเวอร์โดสนอกจากนี้ ตนเคยได้รับข้อมูลจากชาวบ้านเกี่ยวกับพฤติกรรมของนายปอนด์ และเคยเดินทางไปหาที่บ้าน แต่บางครั้งนายปอนด์ไม่ยอมให้เข้าไปภายในบ้าน ขณะที่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวก็เคยพยายามส่งสัญญาณบางอย่างให้รับรู้ แต่ไม่กล้าพูดอะไรมากนัก ส่วนอาการทางจิตเวชนั้นยอมรับว่านายปอนด์มีอาการป่วยจริง และที่ผ่านมาเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวจากกรณีอาละวาดมาแล้ว 1 ครั้ง ซึ่งครั้งนั้นตนเป็นคนแจ้งให้ตำรวจเข้ามาจับเองนายปอนด์เป็นคนไม่ค่อยดูแลตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการอาบน้ำ ซึ่งตั้งแต่สมัยอยู่บ้านฝั่งธนบุรีก็เป็นแบบนี้มาตลอด บางครั้งอาบน้ำเพียงสัปดาห์ละครั้ง หรือบางเดือนอาจอาบเพียง 1-2 ครั้ง แม้ครอบครัวจะคอยเตือนอยู่เป็นประจำก็ตามอีกทั้งก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน นายปอนด์ยังโทรศัพท์มาขอเงินจำนวน 200 บาท เพื่อนำไปซื้อของกิน แต่ไม่ยอมบอกว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน กระทั่งตนมาทราบเรื่องจากข่าว จึงพยายามสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นายปอนด์ก็ไม่ยอมบอกรายละเอียดใดๆ ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อทราบข้อเท็จจริงส่วนสาเหตุที่นายปอนด์เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดนั้น ตนเชื่อว่าอาจเกิดจากความอยากลอง เพราะก่อนหน้านี้นายปอนด์เคยเป็นลูกจ้างของสำงานเขตแห่งหนึ่งและทำงานได้ดี กระทั่งมีปัญหากับหัวหน้างานเรื่องการทำงานล่วงเวลา ก่อนตัดสินใจลาออก และหลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำงานอีกเลย โดยตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา ตนเป็นคนหาเงินส่งเสียให้นายปอนด์ใช้มาตลอดนายปอนด์มีพฤติกรรมพูดคนเดียว สวดมนต์ และนับถือองค์เทพหลายองค์ที่ตั้งบูชาอยู่ภายในบ้าน รวมถึงเคยเล่าให้ฟังว่ามีอาการหูแว่ว ได้ยินเสียงสั่งให้ทำสิ่งต่างๆ ซึ่งตนมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติดและความเชื่อส่วนตัวอย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้นายปอนด์จะตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี แต่ตนยังไม่เชื่อว่าลูกชายจะเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต และเชื่อว่าความจริงทั้งหมดจะปรากฏเมื่อผลชันสูตรออก
คุมตัว ‘ปอนด์’ ฝากขังศาล แม่มั่นใจลูกบริสุทธิ์ เชื่อคนตายเสพยาเกินเอง
by
Tags: