จับคาสนามบิน จีนเทารับฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แค่ปีครึ่ง หมุนเวียน 330 ล้านบาท เตรียมเผ่นหนีออกนอกประเทศ อ้างทำตามคำสั่งลูกค้าชาวจีนวันที่ 14 พ.ย. 2568 พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พ.ต.อ.สุพจน์ พุ่มแหยม ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ต.วชิรเชษฐ์ อัครธีระพงศ์ สว.กก.2 บก.ปอท. นำกำลังร่วมกันจับกุมนายต้าเฉียง อายุ 39 ปี สัญชาติจีน ตามหมายจับศาลอาญาที่ 3508/2568 ลง 13 มิ.ย.68ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” ขณะจะหลบหนีออกนอกประเทศไทย ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ และตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, บัตรเอทีเอ็ม/บัตรเครดิต 10 ใบ ซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือ 12 อัน, ใบเสร็จการโอนเงิน, สลิปฝาก/ถอนเงินสด อีกหลายรายการทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่า พบเห็นโฆษณาขายสินค้าทางเฟซบุ๊ก และถูกชักชวนเข้ากลุ่มไลน์ สมาชิกกว่า 700 คน ผู้เสียหายทดลองลงขายสินค้า 1 ชิ้น ราคา 1,420 บาท ซึ่งมีผู้สั่งซื้อจริง ผู้เสียหายจึงติดต่อขอรหัสร้านค้าเพื่อถอนเงิน แอดมินแจ้งว่าต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ “SELLER CENTER” โดยให้ติดต่อเจ้าหน้าที่การเงิน อ้างว่ามียอดขายเข้าระบบจริง แต่ยังถอนเงินไม่ได้ เพราะยังไม่เปิดการมองเห็นร้านค้าจากนั้นผู้เสียหายถูกเชิญเข้ากลุ่มไลน์ กลุ่มเล็กชื่อ “เปิดการมองเห็นร้านค้า” ก่อนถูกหลอกให้ทำกิจกรรม ซึ่งจะต้องโอนเงินเข้าระบบนำไปหมุนเวียนสต็อกสินค้า ซึ่งในเว็ปไซต์ที่คนร้ายส่งมาให้ มีเงินจากการทำกิจกรรมเข้ามาในระบบจริง ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ ยอมลงทุนเพิ่มภายหลังเมื่อต้องการจะถอนเงิน คนร้ายอ้างเหตุผล หรือสร้างเงื่อนไขต่างๆ จนผู้เสียหายต้องยอมโอนเงินเข้าระบบเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่สามารถเบิกถอนเงินออกมาได้ รวมความเสียหายกว่า 2.9 ล้านบาทเจ้าหน้าที่ทำสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาได้ 34 ราย แบ่งเป็นชาวจีน 10 ราย และชาวไทย 24 ราย มีตั้งแต่ระดับนายทุน สั่งการ, ฟอกเงิน, รับผลประโยชน์, กลุ่มบัญชีม้า, นายหน้าจัดหาบัญชี, ผู้ดูแลคอกม้า/ควบคุมการเบิกถอนเงินสด โดยแบ่งการปฏิบัติการเป็น 2 ห้วง คือ ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 8 เม.ย.68 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 พ.ค.68สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมทั้งสิ้น 28 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินต่างๆ อาทิเช่น คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก 12 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 64 เครื่อง และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาทหลังจากนั้นได้สอบสวนขยายผลจนทราบว่า นายต้าเฉียง ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ฟอกเงินในประเทศไทย มีหน้าที่แลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัล (USDT) เป็นเงินบาท และเงินหยวน เพื่อโอนต่อไปยังเครือข่าย จึงรวบรวมพยานหลักฐานเข้าจับกุมจากการตรวจสอบยังพบอีกว่า ภายในระยะเวลา 1 ปีครึ่ง นายต้าเฉียง รับเงินสกุลดิจิทัล (USDT) มากกว่า 330 ล้านบาท ก่อนนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท และเงินหยวน ผ่านเอ็กเชนจ์แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อโอนต่อให้เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายอื่นๆสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเป็นผู้ใช้งานกระเป๋าเงินดิจิทัลจริง ในการรับและแลกเปลี่ยนเงิน ตนทำไปตามคำสั่งของลูกค้าชาวจีน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จับคาสนามบิน จีนเทารับฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แค่ปีครึ่ง หมุนเวียน 330 ล้านติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
จับคาสนามบิน จีนเทารับฟอกเงิน แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แค่ปีครึ่ง หมุนเวียน 330 ล้าน
by
Tags: