จับแล้ว”ไอ้หม่อง” มือมีดฟันเด็กหญิงวัย14 ข้อมือขาด

จับแล้วจับแล้ว"ไอ้หม่อง"มือมีดฟันเด็กหญิงวัย14 ข้อมือขาด คาด่านตรวจยาเสพติดแม่ทา จ.ลำพูน ขณะหนีลงกรุงเทพฯเมื่อคืนวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญในพื้นที่อำเภอสันกำแพงจังหวัดเชียงใหม่ กล้องวงจรปิดร้านสะดวกซักบันทึกภาพนาทีชีวิต เมื่อกลุ่มเยาวชน 3 คนอายุระหว่าง 14–17 ปี ถูกกลุ่มวัยรุ่นใช้มีดไล่ทำร้าย หนึ่งในนั้นคือเด็กหญิงวัย 14 ปี ที่ถูกฟันจนข้อมือขาดภาพจากวงจรปิดเผย ให้เห็นว่าผู้เสียหายทั้งสามวิ่งหนี เอาชีวิตรอดจนมาถึงร้านสะดวกซัก แต่กลับถูก"นายหม่อง"หรือ MR.SAIAIKMAUNGMOBIEROLOU ใช้มีดยาวกว่า 2 ฟุตกระหน่ำฟันอย่างไม่ยั้ง เด็กหญิงวัย14ปี พยายามยกมือขึ้นป้องกันศีรษะ แต่กลับถูกฟันจนข้อมือขาดเลือดสาดทั่วพื้นที่ ผู้ที่อยู่ในร้านต่างพากันวิ่งหนีด้วยความแตกตื่นเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เพียงทำให้เด็กหญิงบาดเจ็บสาหัส เพื่อนอีกสองคน อายุ 15และ17 ปี ก็ถูกฟันได้รับบาดเจ็บเช่นกัน หลังจากก่อเหตุนายหม่องได้หลบหนีออกจากพื้นที่ ทำให้ตำรวจเร่งระดมกำลังไล่ล่าอย่างเร่งด่วนล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค5 ร่วมกับตำรวจภูธรแม่ปิง สารภีและหางดง สามารถจับกุมนายหม่องได้แล้ว ขณะพยายามหลบหนี ลงพื้นที่ภาคกลางโดยถูกสกัดจับได้ที่ด่านตรวจยาเสพติด อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูนนอกจากนี้ตำรวจยังจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุที่เป็นแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ได้เพิ่มอีก 5 คน พร้อมของกลางอาวุธมีด ทั้งหมดรับสารภาพว่านัดรวมตัวกัน เพื่อตามล้างแค้นคู่อริ แต่บังเอิญเข้าใจผิดคิดว่าผู้เสียหายทั้งสามคือกลุ่มเป้าหมายข้อมูลจากตำรวจระบุว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 คน และยังคงหลบหนีอยู่บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่มั่นใจว่า จะสามารถติดตามจับกุมได้ในเร็วๆนี้ด้านพล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 เปิดเผยว่าจะมีการจัดตั้ง “ชุดไล่ล่าทรชนคนอันธพาล” เพื่อปราบปรามกลุ่มวัยรุ่นต่างด้าว และผู้ก่อเหตุความรุนแรงทุกรูปแบบ ในพื้นที่โดยยืนยันว่าจะเร่งกวาดล้างเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนสำหรับอาการของเด็กหญิงวัย 14ปี ที่ถูกฟันจนข้อมือขาด ขณะนี้อาการปลอดภัยขึ้นแล้ว แพทย์ยังคงดูแลใกล้ชิด ส่วนเพื่อนอีกสองคนอยู่ในระหว่างพักรักษาตัว ทั้งนี้ตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายทั้งหมดเป็น“เด็กไร้บ้าน” ไม่มีผู้ปกครองดูแล ไม่ได้เรียนหนังสือและไม่มีงานทำ เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเข้ามาช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงซ้ำอีกในอนาคต


Posted

in

by

Tags: