จับ 4 แก๊งคอลฯ 3 ชาติ ‘ไทย-จีน-เวียดนาม’ ตุ๋นนักศึกษาม.ดัง สูญกว่า 12 ล้าน

สืบนครบาล ร่วมสืบ 6-สน.บางรัก รวบ 4 หนุ่มสาว ไทย-จีน – เวียดนาม ขบวนการแก๊งคอลฯ อ้างเป็นตำรวจ ระนอง ตุ๋นนักศีกษามหาวิทยาลัยชื่อดังกลางกรุง เอี่ยวคดีฟอกเงิน-เว็บพนัน สูญเงินกว่า 12 ล้านบาทเมื่อวันที่ 13 ส.ค.พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. สั่งการ ให้ พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.และ กก.สส.บก.น.6 และสน.บางรัก ร่วมกันจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 4 ราย ดังนี้ 1.นายณัฐพงศ์ หรืออาร์ต อายุ 33 ปี 2.นางนูเยน (Ms.NGUYEN) อายุ 38 ปี สัญชาติเวียดนาม 3.นายตัง (Mr.Tang) อายุ 38 ปี สัญชาติจีน จับกุมทั้ง 3 ได้ที่พื้นที่จ.กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ส.ค. และ 4.นางโซ โม ทู (Ms.Soe Moe Thu)อายุ 29 ปี สัญชาติเมียนมา จับกุมได้ที่ อ.แม่สอด จ.ตากโดยทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น” พร้อมของกลางเงินสดกว่า 1 ล้านบาท, คอมพิวเตอร์แล็บท็อป 1 เครื่อง, บัตรกดเงินสด และสมุดบัญชีธนาคาร ตรวจยึดได้จากนายตัง ชาวจีน , สมุดบัญชีธนาคาร จำนวนมาก, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง และบัตรกดเงินสด จำนวนหนึ่ง ของนางโซ โม ทูสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ส.ค.69 เวลาประมาณ 23.05 น. สน.บางรัก ได้รับแจ้งจาก นายอุ้ม (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งย่านอังรีดูนังต์ ว่า วันที่ 2 ส.ค.เวลาประมาณ 11.08 น. ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพติดต่อหาผู้เสียหายอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่า มีการเปิดเบอร์โทรศัพท์ในชื่อของผู้เสียหาย โดยเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวใช้ในการชักชวนเล่นเว็บการพนันออนไลน์ จึงต่อสายให้คุยกับบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระนอง จากนั้นเจ้าหน้าตำรวจคนดังกล่าวได้บอกกับผู้เสียหายว่า บัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีความเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินต้องทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายไปตรวจสอบกับ ปปง.ต่อมาผู้เสียหายได้โอนเงินจากบัญชี และส่งมอบเงินสด เพื่อไปตรวจสอบ รวมจำนวน 10 ครั้ง และนำเงินสดให้คนร้ายสวมหมวกปิดบังใบหน้า จำนวน 3 ครั้ง ในวันที่ 3 ส.ค.69 เวลาประมาณ 16.00-17.00 น., วันที่ 4 ส.ค.69 เวลา 13.00-14.00 น. และวันที่ 5 ส.ค.69 เวลาประมาณ 13.00-14.00 น. ครั้งละจำนวน 1,000,000 บาท รวมจำนวนเงิน 12,356,609 บาทจากนั้นคนร้ายได้ให้ผู้แจ้งลบแชตการสนทนา และรูปภาพที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และให้ผู้เสียหายเดินทางไปที่สถานีตำรวจใกล้เคียงเพื่อรับเช็คคืน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็น จำนวนเงิน 18,790,000 บาท เมื่อผู้เสียหายได้เดินทางไปที่ สน.ยานนาวา จึงทราบว่าตนถูกหลอกลวง จึงร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว และแจ้งความที่ สน.บางรักต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุ คือ นายณัฐพงศ์ หรืออาร์ต ซึ่งมีประวัติการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยหลังก่อเหตุ คนร้ายได้หลบหนีไปอยู่ในย่านลาดกระบัง จนกระทั่งวันที่ 10 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวนายณัฐพงศ์ บุคคลตามหมายจับได้ ก่อนขยายผลติดตามไปจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือไว้ได้อีก 3 ราย นำตัว พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสน.บางรัก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายจากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มขบวนการดังกล่าว ชุดสืบสวน เชื่อว่า ตัวนางนูเยน สัญชาติเวียดนาม เป็นตัวละครหลัก ซึ่งเชื่อมโยงกับนายณัฐพงษ์หรืออาร์ต ซึ่งมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและ พ้นโทษออกจากเรือนจำไม่นาน จึงมีการไปติดต่อขอทำงานกับนางนูเยน ชาวเวียดนาม ส่วนนายตัง ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งอยู่ในประเทศไทยโดยไม่ประกอบอาชีพ แต่จากการตรวจค้น พบเงินสดจำนวนมาก ที่นางนูเยน ได้นำไปให้ที่ห้องพัก ส่วนนางโซ โม ทู สัญชาติเมียนมา ได้ไปถอนเงินจากการหลอกลวงผู้เสียหายบางส่วน ไปยังฝั่งประเทศเมียนมา โดยร่วมมือกับนางนูเยนทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนมีการออกหมายจับกลุ่มขบวนการการแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้ อีกจำนวน 9 ราย และมีทั้งบัญชีมา แถวที่ 2 แถวที่ 3 รวมถึงตรวจยึดเงินสด ในครั้งนี้ได้จำนวนกว่า 1 ล้านบาท และอายัดบัญชีกลุ่มผู้ต้องหา ได้อีกจำนวนกว่า 12 ล้านบาท ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการหลอกลวง ผู้เสียหายรายอื่น


Posted

in

by

Tags: