จ่อเด้งอธิบดี DSI! ลือ “ร.ต.อ.ปิยะ” เสียบแทน หลังโผล่ภาพไหว้ “อนุทิน” ที่บุรีรัมย์

เขย่าเก้าอี้ DSI! ลือสะพัดเด้ง จากกรณีช่วงเช้าวันที่ 4 มี.ค. กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสำรอง (สว.สำรอง) นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล เข้ายื่นคำร้องถึง กกต. เพื่อคัดค้านและขอให้ถอดถอน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ในฐานะเป็น 1 ใน 7 รายชื่อของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ในสำนวนคดีฮั้ว สว. ตามกฎหมายเลือกตั้ง และทราบภายหลังว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นถึงประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 เนื่องด้วยปรากฏภาพเมื่อวันที่ 1 มี.ค. 69 ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ได้ไปยืนรอต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และในฐานะ รมว.มหาดไทย ที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดและมอบรางวัลการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการโมโตจีพี ประจำปี พ.ศ. 2569 “PT Grand Prix of Thailand 2026” ณ สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยภาพดังกล่าว สว.สำรอง ยังชี้ให้เห็นว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ได้ยกมือไหว้แสดงอากัปกิริยาเป็นพรรคพวกกัน ทำให้พฤติการณ์ดังกล่าวของ ร.ต.อ.ปิยะ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ส่อไปในลักษณะขาดความเป็นกลางทางการเมืองต่อการทำหน้าที่ และหากปล่อยให้ ร.ต.อ.ปิยะ ทำหน้าที่ต่อไป ย่อมมีผลโดยตรงต่อการบิดเบือนคำวินิจฉัย จึงมาขอให้ กกต. ใช้มติถอดถอน ร.ต.อ.ปิยะ ออกจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 และห้ามยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานในสำนวนคดีฮั้ว สว. (สำนวนส่วนกลางที่ 87 สว.10/2568) หรือห้ามไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในสำนวนอีกต่อไป ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ทีมข่าวเดลินิวส์ได้ตรวจสอบไปยังคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 2633/2568 เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 โดยพบรายละเอียดว่า เป็นคำสั่งที่แต่งตั้งโดย นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 68 โดยการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 นี้ มาจากการที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการไต่สวนกรณีสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา สำนวนส่วนกลางที่ 87 เลขคดี สว.10/2568 ซึ่งสำนวนดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดที่มีความยุ่งยากซับซ้อน และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเป็นจำนวนมาก เพื่อให้การพิจารณาสำนวนดังกล่าวเป็นไปด้วยความรอบคอบและรวดเร็ว จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 37 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแต่งตั้ง การพ้นจากตำแหน่ง วิธีปฏิบัติงาน และการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ บุคคล หรือคณะบุคคล พ.ศ. 2567 และระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 5 ข้อ 74 และข้อ 35 จึงมีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้นายอนุชา จันทร์สุริยานายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ตนายนันทศักดิ์ พูลสุขนายเชาวนะ ไตรมาศนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์นายธัชสกล พรหมจมาศร.ต.อ.ปิยะ รักสกุลโดยให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีหน้าที่และอำนาจพิจารณาสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา สำนวนส่วนกลางที่ 87 เลขคดี สว.10/2568อย่างไรก็ตาม คำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ดังกล่าวนี้ ถูกแต่งตั้งขึ้นโดยประธาน กกต. เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 68 ซึ่งในช่วงนั้น ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ได้ย้ายตำแหน่งจากรองอธิบดีดีเอสไอ ไปดำรงตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และย้ายกลับมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 68 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติได้กว่า 3 เดือนแล้ว ก่อนที่ล่าสุดจะปรากฏข่าวลือสะพัดในกระทรวงยุติธรรมว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เตรียมผงาดกลับบ้านเก่า ด้วยการขึ้นนั่งตำแหน่ง “อธิบดีดีเอสไอ” ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล (หลังการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น) ซึ่งจะมี รมว.ยุติธรรม เป็นคนสายตรงจากจังหวัดบุรีรัมย์มารับหน้าที่แทน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรมคนปัจจุบัน เพื่อให้ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เข้ารับตำแหน่งแทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอคนปัจจุบัน ที่กำลังระส่ำถูกสั่นคลอนเก้าอี้จากการทำคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องเป็นเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย อีกทั้งสิ่งที่ช่วยกระพือข่าวลือดังกล่าวคือการปรากฏรูปภาพของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ไปยืนรอต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งที่มีตำแหน่งหมวกอีกใบคือการเป็น 1 ใน 7 รายชื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ที่จะต้องพิจารณาไต่สวนคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีฮั้ว สว. ซึ่งเป็นการกลั่นกรองสำนวนจากการสืบสวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่มีเจ้าหน้าที่ กกต. 4 ราย และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 ราย (พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, นายเอกรินทร์ ดอนดง ผอ.ส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษ, นายระวี อักษรศิริ ผอ.กองคดีการฟอกเงินทางอาญา) เป็นผู้ทำสำนวน และมีมติดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 ราย ประกอบด้วย สว.ตัวจริง จำนวน 138 ราย และผู้บริหาร-เครือข่ายของพรรคภูมิใจไทย จำนวน 91 ราย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสำนวนคดีดังกล่าวยังคงอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งยังคงขยายเวลาในการตรวจสอบสำนวน ก่อนส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (บอร์ด กกต.ชุดใหญ่) ทั้งนี้ ภาพถ่ายการยืนต้อนรับของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ดังกล่าว ไม่ใช่ภาพลับแต่อย่างใด แต่ถูกเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เป็นภาพชุด 16 ภาพ โดยเพจเฟซบุ๊ก “กระทรวงมหาดไทย PR” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. 69 ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากกระแสข่าวลือชื่อของ “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” ที่เตรียมมารับตำแหน่งเป็นอธิบดีดีเอสไอในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังมีชื่อของ “ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์” ชื่อเล่น เกิ้ล ที่ตีคู่มาชิงตำแหน่งเก้าอี้อธิบดีดีเอสไอดังกล่าว มีประวัติการทำงานในสายปกครองและดีเอสไอ โดย ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ ถือเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ในดีเอสไอมาก่อน ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2555 เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ก่อนที่ในปี พ.ศ. 2566 จะข้ามสายไปเป็นผู้อำนวยการกลุ่มงานวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศชุมชน และผู้อำนวยการกองคลัง กรมการพัฒนาชุมชน/กรมการปกครอง และจากนั้นในปี พ.ศ. 2567 ได้ไปเป็นผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน ก่อนเข้ารับตำแหน่งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. 67 และตำแหน่งปัจจุบันที่ปรากฏในข่าว “กระทรวงมหาดไทย PR” ในวันที่ 1 มี.ค. 69 คือ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทั้งนี้ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้ชี้แจงกับทีมข่าวอาชญากรรมเดลินิวส์สั้น ๆ ถึงการปรากฏภาพไปต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า วันดังกล่าวที่ปรากฏภาพคือวันอาทิตย์ ตนไปเพื่อรับชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์เท่านั้น และไม่ได้มีเพียงแค่ตนที่เดินทางไป ส่วนเรื่องกระแสข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ตนยืนยันว่า ตนยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติตามที่ได้รับผิดชอบอย่างเต็มที่ตามปกติ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เป็นอย่างอื่น เพราะเพิ่งมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติเพียง 3 เดือน ส่วนเรื่องการเป็น 1 ใน 7 รายชื่อคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 นั้น ตนเป็นเพียง 1 ในนั้น และการทำงานย่อมเป็นไปในรูปแบบองค์คณะ พร้อมปฏิเสธว่าตนไม่ได้เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าวแต่อย่างใด.


Posted

in

by

Tags: