ชีวิตติด TECH-กลโกง…สมัครงานออนไลน์ ภัยแฝงยุคดิจิทัลที่ต้องระวัง!

การหางานในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเปิดการหาข้อมูลงานที่เปิดรับสมัตรผ่านออนไลน์ การกรอกใบสมัตร ส่งหลักฐานต่างๆ เช่น ใบสมัตร ประวัติ ฯลฯ ก็นิยมการหางานในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเปิดการหาข้อมูลงานที่เปิดรับสมัตรผ่านออนไลน์ การกรอกใบสมัตร ส่งหลักฐานต่างๆ เช่น ใบสมัตร ประวัติ ฯลฯ ก็นิยมทำผ่านเว็บไซต์ออนไลน์มากขึ้น ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องเดินททางไปสมัตรถึงหน่วยงานนั้นๆแต่การสมัครงานผ่านออนไลน์ก็จำเป็นต้องระวังการถูกหลอกลวง จึงต้องตรวจสอบช่องทางการสมัตรให้ดีก่อนที่จะให้ให้ข้อมูลและเอกสารส่วนตัวใดๆ ไปวันนี้ คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” มีข้อมูลเกี่ยวกับ กลโกงการสมัครงานและจ้างงาน ซึ่งสำรวจโดย บริษัท SEEK ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Jobsdb และ Jobstreetถึงเทรนด์ล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มกลโกงในการหางานทั้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและในประเทศไทยข้อมูลการวิเคราะห์เทรนด์ในครั้งนี้ อ้างอิงจากข้อมูลภายในของระบบตรวจจับกลโกงบนแพลตฟอร์มของ SEEK โดยดึงข้อมูลจากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ไทย ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ รวมไปถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ทั้งนี้การเปิดเผยข้อมูล เพื่อให้มีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจเพื่อวางแนวทางการปกป้องแรงงาน ในยุคที่การหางานกำลังเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดย ระบบตรวจจับการโกง พบว่ากลโกงการหลอกลวงในตลาดแต่ละประเทศมีรูปแบบพฤติกรรมที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในช่วงระหว่างเดือน ก.ค. 67 ถึง มิ.ย. 68 ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของตลาดงานในประเทศนั้น ๆ ซึ่งรวมถึงตลาดงานประเทศไทย และช่องโหว่ที่มิจฉาชีพมักใช้ในการหลอกลวงผู้สมัครงานชาวไทยซึ่งพบว่า มิจฉาชีพมีแนวโน้มปรับกลยุทธ์ให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นตามบริบททางเศรษฐกิจและพฤติกรรมของผู้สมัครงานในแต่ละประเทศ โดย “ตำแหน่งงานด้านธุรการและสำนักงาน” (Administration & Office Support) ยังคงเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพในทุกตลาด คิดเป็นสัดส่วนถึง 29% ของจำนวนประกาศงานที่หลอกลวงทั้งหมด โดยเฉพาะในตลาดภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่ตำแหน่งเหล่านี้จะเป็นตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศที่พบการฉ้อโกงด้านการจ้างงานมากที่สุด โดยคิดเป็น 38% จากทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ 62% จากทั้งภูมิภาคเอเชีย รองลงมาคือประเทศฟิลิปปินส์ที่มีภัยคุกคามด้านการจ้างงานคิดเป็นสัดส่วนถึง 20% ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก“ตลาดเอเชียในภาพรวมยังพบว่าการหลอกลวงด้านการจ้างงานส่วนมากจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต การขนส่ง และโลจิสติกส์ (16%) โดยมิจฉาชีพมักฉวยโอกาสจากผู้ที่กำลังต้องการหางานอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ ตำแหน่งงานด้านการขาย (7% จากทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก) ยังเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ในขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ พบว่ามีการหลอกลวงในกลุ่มงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) คิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าประเทศอื่น ๆ มาก ซึ่งอยู่ที่ 9% เทียบกับเพียง 2% ในภูมิภาคเอเชีย"สำหรับประเทศไทย ปริมาณการหลอกลวงด้านการจ้างงานโดยรวมยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลาดอื่น ๆ รวมทั้งยังมีรูปแบบการหลอกลวงที่แตกต่างออกไป โดยตำแหน่งงานที่พบการหลอกลวงสูงสุด ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 67% ของประกาศงานที่หลอกลวงทั้งหมด คืองานด้านการขาย รองลงมาคืองานด้านบัญชี 17% และงานด้านสื่อ โฆษณา และศิลปะ 17% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มิจฉาชีพมักมุ่งเป้าไปยังกลุ่มผู้สมัครที่กำลังมองหางานอย่างเร่งด่วน หรืองานที่ให้ค่าตอบแทนในรูปแบบค่าคอมมิชชัน ซึ่งทำให้ผู้สมัครกลุ่มนี้มักตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ง่าย จากข้ออ้างเรื่องรายได้ดีและได้เงินไว!!อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ในปีงบประมาณ 2568 (ก.ค.67 ถึง มิ.ย.68) ระบบของ SEEK ได้สแกนประกาศงานเป็นจำนวนทั้งหมดกว่า 4.3 ล้านรายการทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ครอบคลุม 100% ของประกาศงานทั้งหมด โดย 8% จากในจำนวนดังกล่าวยังได้รับการส่งต่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแบบละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งได้ป้องกันไม่ให้ผู้จ้างงานกว่า 3,600 รายที่ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นเข้าสู่แพลตฟอร์มรวมถึงได้ปิดบัญชีผู้จ้างงานที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงต่อการฉ้อโกงไปกว่า 650 บัญชี และยังลบประกาศงานที่มีความเสี่ยงกว่า 2,800 รายการหลังการตรวจสอบ ขณะเดียวกัน ผู้สมัครงานยังได้มีส่วนช่วยรายงานเกี่ยวกับประกาศงานต้องสงสัยกว่า 22,000 รายการ ซึ่งทั้งหมดล้วนได้รับการตรวจสอบโดยทีม Trust & Safetyปัจจุบันเหล่ามิจฉาชีพได้พัฒนาวีธีการ กลโกงให้แนบเนียนยิ่งขึ้น โดย เริ่มใช้เทคโนโลยี AI ในการหลอกลวง และยังมีการแอบอ้างชื่อเว็บไซต์ และแพลตฟอร์มหางาน รวมถึง แอบอ้าง SEEK ในการติดต่อผู้สมัครงานผ่านข้อความ SMS แอปพลิเคชันรวมถึงโซเชียลมีเดียช่องทางต่าง ๆ อีกด้วย สำหรับการปกป้องตัวเองจากมิจฉาชีพ โดยมีจุดสังเกตว่าเป็นการหลอกลวง ดังนี้ข้อเสนอที่ดูเกินจริง หากข้อเสนองานไหนดูดีเกินจริง ก็อาจเป็นการหลอกลวง เช่น งานสบายรายได้ดี หรือได้เงินเยอะจากสัญญาระยะสั้น ทำให้คุณรู้สึกอยากทำงานให้เพื่อรับเงินจำนวนมากให้สงสัยข้อเสนอที่ดูไม่เกี่ยวกับเราไว้ก่อน เช่น ตำแหน่งงานที่เราไม่ได้สมัคร โดยเฉพาะตำแหน่งไหนที่ดูจะมีกระบวนการจ้างงานที่รวดเร็วผิดปกติ หรือไม่มีความเป็นทางการ เช่น การสัมภาษณ์ผ่านการพิมพ์แชท หรือการเร่งให้ส่งข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารเพื่อตอบรับเข้าทำงานระวังพวกที่ติดต่อหาซ้ำ ๆ เวลามีข้อเสนอเดิมติดต่อเข้ามาซ้ำหลาย ๆ รอบ โดยมีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงไปแค่นิดเดียว เช่น ชื่อผู้ติดต่อ เบอร์โทร หรือวิธีเขียนประโยค ส่วนใหญ่ข้อเสนอพวกนี้เป็นการหลอกลวงทั้งนั้น มิจฉาชีพมักเปลี่ยนรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อไม่ให้จับได้ระวังพวกที่ขอให้จ่ายเงินล่วงหน้า หรือขอข้อมูลละเอียดอ่อน โอกาสในการได้งานของจริง ไม่จำเป็นต้องมีการจ่ายเงินล่วงหน้า อาทิ ค่านัดสัมภาษณ์ ค่าดำเนินการจ้างงาน ค่าเซ็นสัญญาจ้าง หรือค่าฝึกสอนใด ๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้อย่าเปิดเผยข้อมูลละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลใด ๆ ที่ระบุตัวตนได้ จนกว่าจะได้รับข้อเสนออย่างเป็นทางการสังเกตประกาศงานที่ไม่ชัดเจน หรือเขียนได้ไม่ดี การหลอกลวงมักมีรายละเอียดตำแหน่ง หน้าที่ความรับผิดชอบ หรือคุณสมบัติไม่ชัดเจน ระวังประกาศที่รายละเอียดไม่เรียบร้อย เขียนผิดไวยากรณ์ หรือรายละเอียดไม่ชัดเจนสังเกตการใช้เอกลักษณ์แบรนด์ที่ไม่สม่ำเสมอ ประกาศงานของจริงจะต้องแสดงชื่อบริษัทอย่างชัดเจนว่าเป็นผู้ลงประกาศงานบนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย หากชื่อบัญชีดูแปลก ๆ หรือไม่เหมือนชื่อบริษัทจริง ให้สงสัยไว้ก่อน ตรวจสอบความถูกต้องของที่อยู่อีเมลหรือเบอร์โทรศัพท์ว่าตรงกับที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทหรือไม่ระวังการแอบอ้างเป็นแบรนด์ต่าง ๆ มิจฉาชีพมักแอบอ้างเป็นบริษัทต่าง ๆ โดยใช้โลโก้หรือสีให้เหมือนแบรนด์นั้น ๆ และสร้างเว็บไซต์ปลอมที่ดูน่าเชื่อถือขึ้นมา สามารถหลีกเลี่ยงการหลงเข้าไปในเว็บไซต์หลอกขโมยข้อมูลเหล่านี้ได้ ด้วยการเสิร์ชหาเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทบนเบราเซอร์ที่เชื่อถือได้ที่สำคัญ คือ อย่าคลิกลิงก์ที่แนบมาในอีเมลหรือข้อความเด็ดขาด!!Cyber Daily


Posted

in

by

Tags: