ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตการทำงานของผู้คยทั่วโลก จึงเกิดคำถามที่ว่า “คนไทย” พร้อมมากน้อยแต่ไหนกับ โลกการทำงานยุคใหม่ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตการทำงานของผู้คยทั่วโลก จึงเกิดคำถามที่ว่า “คนไทย” พร้อมมากน้อยแต่ไหนกับ โลกการทำงานยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปคอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” มีมุมมองของ “วัตสัน ถิรภัทรพงศ์” Country Manager ของ AWS ประเทศไทย ถึงเรื่อง การเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวทันยุค AI ซึ่งทักษะด้าน AI จะกลายเป็นความจำเป็นพื้นฐาน ขณะที่งานระดับเริ่มต้นหลายอย่างที่เคยทำกันมาอาจถูกระบบอัตโนมัติเข้ามาทำแทน“วัตสัน ถิรภัทรพงศ์” บอกว่า การตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ก้าวทันยุค AI จำเป็นต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสำคัญเริ่มที่ขาดความตระหนักถึงความเร่งด่วนแม้ AI จะมีอิทธิพลมากขึ้นในทุกอุตสาหกรรม แต่คนทำงานส่วนใหญ่ยังไม่รู้สึกเร่งด่วนที่จะพัฒนาทักษะด้าน AI นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจผิดว่า ทักษะด้าน AI มีความสำคัญเฉพาะคนที่ทำงานด้านเทคโนโลยีเท่านั้น ซึ่งความคิดแบบนี้เป็นที่น่ากังวลมากผลการศึกษาชี้ว่า การนำ AI มาใช้ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 67 มีธุรกิจ 150,000 แห่งที่เริ่มใช้ AI และมีธุรกิจ รวม 600,000 แห่ง หรือ 32% ของธุรกิจในไทยที่ใช้ AI แล้ว เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่แม้ตัวเลขการใช้ AI จะเพิ่มขึ้น ปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะกลับเป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้ 47% ของธุรกิจในไทยไม่สามารถนำ AI มาใช้หรือขยายการใช้งานได้หลายบริษัทบอกว่ามีเทคโนโลยีและวิสัยทัศน์อยู่แล้ว แต่หาคนที่จะมาทำให้มันเป็นจริงไม่ได้ สิ่งนี้ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกตกอยู่ในความเสี่ยง และจำกัดศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพราะคาดว่า 61% ของงานในอนาคตจะต้องใช้ทักษะด้าน AI แต่มีเพียง 29% ของธุรกิจเท่านั้นที่รู้สึกว่าพนักงานปัจจุบันของตนมีทักษะที่พร้อมรับมือเครื่องมือด้าน AI เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงความสามารถอันทรงพลังของ AI ทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้มีผลต่อทุกอุตสาหกรรมและทุกตำแหน่งงาน ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการที่ร่างเอกสารสื่อสาร เจ้าหน้าที่การตลาดที่วิเคราะห์ข้อมูลแคมเปญ หรือผู้เชี่ยวชาญฝ่ายบุคคลที่คัดกรองประวัติการทำงาน ทุกคนจะต้องทำงานร่วมกับเครื่องมือ AI ที่ช่วยเสริมความสามารถของพวกเขาแต่คนทำงานส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักว่าทักษะด้าน AI ได้เปลี่ยนจากเรื่องที่มีหรือไม่มีก็ได้ มาเป็นเรื่องจำเป็นอย่างรวดเร็วเพียงใด ทำให้นักศึกษาจบใหม่หลายคนยังไม่พร้อมแม้แต่สำหรับตำแหน่งระดับเริ่มต้นที่ต้องใช้ทักษะเหล่านี้มากขึ้นเรื่อย ๆ นี่คือเหตุผลที่ต้องสร้างความตระหนักรู้เรื่องความสำคัญของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอยู่เสมอ และไม่มีเวลาให้เสียอีกแล้ว เพราะ AI กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเหมือนสายฟ้าแลบความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจในขณะที่สถาบันอุดมศึกษาบางแห่งจะเริ่มบรรจุ AI เข้าไปในหลักสูตรแล้ว แต่บริษัทด้าน AI ก็มีบทบาทสำคัญในการช่วยเร่งให้การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเร็วขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ระบบการศึกษาของไทยไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วขนาดนี้การสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่แข็งแกร่งขึ้นจึงมีความสำคัญ เพื่อนำการใช้งาน AI จริงเข้าไปสู่ห้องเรียนโดยตรง AWS Academy เป็นโปรแกรมที่มอบหลักสูตร AI และ cloud computing ฟรีให้กับสถาบันกว่า 6,600 แห่งทั่วโลก รวมถึงสถาบันที่ได้รับการรับรองจาก AWS Academy ทั่วประเทศไทย เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฯลฯ“วัตสัน ถิรภัทรพงศ์” บอกอีกว่า เรากำลังขยายความร่วมมือนี้ผ่าน Skills to Jobs Tech Alliance Thailand ซึ่งเปิดตัวร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โครงการนี้รวมตัวสถาบันการศึกษา 11 แห่งและนายจ้าง 10 แห่ง เพื่อเชื่อมโยงผู้เรียนกับงานด้านเทคโนโลยีที่มีความต้องการสูงผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ตั้งแต่ปี 2560 AWS ได้ฝึกอบรมบุคคลกว่า 100,000 คนในประเทศไทยเกี่ยวกับทักษะ cloud computing โดยมีโครงการเช่น AWS re/Start ที่สำเร็จแล้ว 10 รุ่น และจัดหางานให้ผู้สำเร็จการศึกษากว่า 400 คนกับพาร์ทเนอร์และลูกค้าของ AWS มากกว่า 30 แห่งช่องว่างในการกำหนดมาตรฐานทักษะเห็นได้ชัดว่าคนต้องพัฒนาทักษะของตนให้ทันกับการพัฒนาของเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนคือ ทักษะใหม่ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละสาขาอาชีพในยุค AI คำถามเช่น ผู้สำเร็จการศึกษาด้านการตลาดควรมีทักษะ AI ด้านใดบ้าง เมื่อเทียบกับผู้สำเร็จการศึกษาด้านการเงิน นักศึกษาสาขามนุษยศาสตร์ควรเรียนรู้ AI อย่างไรเพื่อให้มีความสามารถในการแข่งขัน คำถามเหล่านี้ยังคงไม่ได้รับคำตอบ ทำให้เกิดความไม่แน่นอนที่ทำให้นักศึกษาจบใหม่และผู้สอนต่างรู้สึกสับสน เราต้องการให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ ร่วมกันพัฒนาการจำแนกประเภททักษะ AI ที่ชัดเจนสำหรับตำแหน่งระดับเริ่มต้น“ผลการศึกษาล่าสุดของเราร่วมกับ Draup บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล ได้ระบุตำแหน่งงานเทคโนโลยีระดับเริ่มต้นที่มีความต้องการสูงและทักษะ AI ที่จำเป็นในการได้งานเหล่านั้น กรอบการทำงานแบบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้คำแนะนำที่สำคัญแก่นักศึกษา ช่วยให้พวกเขาสามารถเลือกการฝึกอบรมที่สามารถนำไปสู่การจ้างงานได้ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ภาคเอกชน ผู้กำหนดนโยบาย และผู้สอนจะต้องร่วมมือกันเพื่อระบุการจำแนกประเภททักษะ AI สำหรับสาขาอาชีพต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมให้คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้เข้าสู่อาชีพใหม่ สำหรับตลาดแรงงานยุค AI”ความรับผิดชอบของทุกคนการพัฒนา AI อย่างรวดเร็วนำมาซึ่งโอกาสที่ไม่เคยมีมาก่อนและความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน เมื่อใช้ AI อย่างถูกต้อง มันสามารถช่วยลดภาระงานซ้ำ ๆ ในตำแหน่งระดับเริ่มต้น ทำให้คนรุ่นใหม่สามารถมีส่วนร่วมในงานที่สำคัญและเป็นเชิงกลยุทธ์มากขึ้นตั้งแต่วันแรก แต่สิ่งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายขณะที่นายจ้างต้องไม่เพียงแต่นำ AI มาใช้ แต่ต้องพัฒนากลยุทธ์เพื่อเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของพนักงาน สถาบันการศึกษาต้องเร่งปรับปรุงหลักสูตรโดยทำงานร่วมกับอุตสาหกรรม และนักศึกษาต้องมีโอกาสเรียนรู้ทักษะ AI ไม่ว่าจะเรียนสาขาใดสุดท้าย ผู้บริหาร ของ AWS ระบุว่า ปัญหาที่กล่าวมา ไม่มีองค์กรใดที่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เพียงลำพัง อนาคตของการทำงานและความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของเราในการปิดช่องว่างทักษะ AIผู้บริหาร ของ AWS ทิ้งท้ายว่า “วันนี้ เดิมพันนี้สูงมาก หากเราล้มเหลว จะเกิดกำลังแรงงานสองชั้น คือ ผู้ที่มีทักษะ AI จะประสบความสำเร็จ ส่วนผู้ที่ไม่พร้อมก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ถ้าเราร่วมมือกันตอนนี้ เราสามารถสร้างอนาคตที่ AI ช่วยเพิ่มศักยภาพของมนุษย์ในทุกส่วนของสังคม โดยเริ่มจากคนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานในวันนี้”สุดท้ายแล้ว แม้รายงานการใช้งาน AI ของหน่วยงานต่างๆ จะชี้ให้เห็นว่าไทย มีอัตราการใช้ AI ในระดับสูง แต่สิ่งสำคัญก็คือ การเพิ่มทักษะใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีจริยธรรมรับผิดชอบต่อสังคมให้กับคนรุ่นใหม่ วัยแรงงาน ที่จะเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศไทยในอนาคต.Cyber Daily
ชีวิตติด TECH – เปลี่ยน ‘โอกาส’ เป็น ‘ความสำเร็จ’! ปั้นคนรุ่นใหม่สวมบท ‘Xpert’ ยุค AI
by
Tags: