โลกดิจิทัลได้เข้ามามีในชีวิตประจำวันคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อของออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ การชำระเงินผ่านแอปธนาคาร การดูความบันเทิงผ่าน วิดีโอออนดีมานด์โลกดิจิทัลได้เข้ามามีในชีวิตประจำวันคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อของออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ การชำระเงินผ่านแอปธนาคาร การดูความบันเทิงผ่าน วิดีโอออนดีมานด์ เพลงออนดีมานด์ รวมถึงเล่นเกมออนไลน์ เป็นต้นสิ่งเหล่านี้ทำให้เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องวันนี้คอลัมน์ “ชีวิตติด TECH” มีผลสำรวจที่น่าสนใจ ในเรื่องนี้ นั่นก็คือ รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report) ฉบับครบรอบ 10 ปี ที่มีชื่อว่า“From Digital Decade to AI Reality: Accelerating the future in ASEAN”ที่จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain & Companyซึ่งรายงานสำรวจระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังคงใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้จะมีอุปสรรคทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น การบริโภคภายในประเทศที่ซบเซาและภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจดิจิทัลไทยก็ยังคงเติบโตได้ดี โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าสินค้ารวม (Gross Merchandise Value หรือ GMV)จะสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.80 ล้านล้านบาท ในปี 68 ซึ่งโตขึ้น 16% จาก 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ1.58 ล้านล้านบาท ในปี 67การขยายตัวเศรษฐกิจดิจิทัลไทยดังกล่าว มีภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก โดนเฉพาะความนิยมของวิดีโอคอมเมิร์ซโดยอีคอมเมิร์ซของไทย และมีการเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคฯ ซึ่งโตขึ้น 22% จากปีที่ผ่านมา คาดว่าจะแตะ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ ประมาณ 1.06 ล้านล้านบาท ในปี 68 ปัจจัยสำคัญของการเติบโตนี้คือวิดีโอคอมเมิร์ซที่กำลังเฟื่องฟู โดยพบว่ามีผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอมากถึง 850,000 ราย พุ่งสูงขึ้นถึง 175% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ไทยเป็นตลาดที่มีจำนวนผู้ขายสินค้าผ่านวิดีโอที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาคนี้“ไทยเป็นตลาดวิดีโอคอมเมิร์ซที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคฯ ด้วยปริมาณธุรกรรมที่สูงถึง 1.3 พันล้านครั้ง ปัจจัยหนุนหลักของการเติบโตนี้คือกลุ่มสินค้าที่ได้รับการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคสูง เช่น สินค้าแฟชั่นและเครื่องประดับ ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 21% ของมูลค่าสินค้ารวมของวิดีโอคอมเมิร์ซ การเปลี่ยนแปลงนี้กำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังเปิดช่องทางใหม่ๆ ให้กับผู้ขาย แพลตฟอร์ม และแบรนด์ต่างๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคอีกด้วย”เมื่อดูในส่วนของการท่องเที่ยวออนไลน์คาดว่าจะโตขึ้น 6% และมูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.55 แสนล้านบาท ในปี 68 แม้ว่าภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวช้า แต่ไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดการท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากการสนับสนุนด้านนโยบายจากภาครัฐเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงและขยายกลุ่มลูกค้าให้หลากหลายขึ้นนอกเหนือจากกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งรวมถึงการขยายโครงการยกเว้นวีซ่าให้ครอบคลุม 93 ประเทศโดยอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 60 วัน เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น อินเดียและตะวันออกกลาง ก็เป็นปัจจัยกระตุ้นการเติบโตนี้โดยตรงเช่นกัน ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังคงเสริมสร้างความเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพระดับโลกโดยเน้นบริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับสากล และเดินหน้าเผยแพร่วัฒนธรรมไทยออกสู่สายตาชาวโลกสำหรับในส่วนของภาคธุรกิจอื่น เช่น บริการด้านการเงินดิจิทัล(Digital Financial Services หรือ DFS) ยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยได้รับแรงหนุนจากความมั่งคั่งทางดิจิทัล(Digital Wealth) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเติบโต 29% และมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (Assets under management หรือ AUM) แตะ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8.06 แสนล้านบาทในขณะที่บริการสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital Lending) คาดว่าจะมียอดสินเชื่อคงค้าง (Loan Book Balance) สูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.48 แสนล้านบาทในปี 68 คิดเป็นอัตราการเติบโต 21%ส่วน ด้านการชำระเงินดิจิทัล (Digital Payments) คาดว่าจะมูลค่าธุรกรรมรวม (Gross Transaction Value หรือ GTV) สูงถึง 1.63 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 5.26 ล้านล้านบาท ในปี 68 โตขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและหากมองในด้านสื่อออนไลน์ ได้แก่ วิดีโอออนดีมานด์ เพลงออนดีมานด์ เกม และโฆษณา ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 8% คาดว่ามูลค่าสินค้ารวมจะแตะ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.26 แสนล้านบาทในปีนี้“ภาคธุรกิจนี้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง โดยได้รับแรงหนุนจากโฆษณาที่มาจากการขยายเครือข่ายสื่อค้าปลีก การเจาะตลาดเชิงลึกของวิดีโอคอมเมิร์ซ และการทำแคมเปญโฆษณาที่หลากหลายมากขึ้น ที่น่าสนใจก็คือ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคที่มีอิทธิพลในด้านต่างๆ ยังคงเป็นตลาดหลักที่สำคัญสำหรับการบริโภคเพลงและมักทำให้เกิดเทรนด์ระดับโลกด้วยเพลง T-Pop”และแน่นอนว่า ปัจจุบันคนไทยสั่งอาหารเดลิเวอรี่ และเดินทางผ่านการเรียกรถจากแอปมากขี้น ซึ่งในกลุ่มนี้ ถือเป็นภาคส่วนสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย โดยเติบโตขึ้น 15% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีมูลค่าสินค้ารวมอยู่ที่ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.61 แสนล้านบาทในปี 68 เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า จาก 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9.68 หมื่นล้านบาท ในปี 66“การแข่งขันที่ดุเดือด และการถอนตัวของผู้ให้บริการรายใหญ่ แพลตฟอร์มที่เหลือจึงมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มความสามารถในการสร้างผลกำไรด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ แพลตฟอร์มต่างๆ จึงให้ข้อเสนอที่หลากหลายแก่ผู้บริโภคและสร้างช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ เช่น แพ็กเกจสมาชิก บัตรกำนัลรับประทานอาหารภายในร้าน และโฆษณาในแอปเป็นต้น”อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเรื่องของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเป็นเทรนด์ ที่นิยมไปทั่วโลก โดยในส่วนของรัฐบาลไทยก็ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อยกระดับทักษะของนักศึกษาและแรงงานสอดคล้องกับความต้องการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ AI ของคนไทย โดยจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียนหลักสูตร Generative AI ในไทยที่เพิ่มขึ้นถึง 3.3 เท่า และการที่ภาคเอกชนนำ AI มาใช้จริงในอัตราที่รวดเร็ว ตั้งแต่การใช้ AI วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ และการตรวจจับการฉ้อโกงในภาคการเงินในด้านผู้ใช้นั้น ประเทศไทยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของผู้ใช้ในระดับสูง โดย 76% ของผู้ใช้ชาวไทยโต้ตอบกับเครื่องมือ AI ทุกวัน ในขณะที่ 56% ของผู้ใช้ชาวไทยสนทนากับแชทบ็อต AI นอกจากนี้ ความต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยังเห็นได้อย่างชัดเจน โดยพบว่าผู้ใช้จำนวนมาก หรือ 79% กำลังเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้าน AI อยู่แล้ว ด้านแรงจูงใจหลักในการใช้ AI ได้แก่ ช่วยประหยัดเวลาในการค้นคว้าและเปรียบเทียบ 45% และเพิ่มความปลอดภัย จำนวน 35% และความพร้อมในการสนับสนุนลูกค้าทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง จำนวน 33% โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 68 แอปที่มีฟีเจอร์ AI มีรายได้เติบโตขึ้นถึง 79% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 67เห็นได้ว่าประเทศไทยมีเศรษกิจดิจิทัลที่เติบโตอย่างโดดเด่นในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายส่งเสริมของภาครัฐ และทางเอกชนและคนไทย ก็เปิดรับการใช้เทคโนโลยี โดยเฉพาะในเรื่อง AI ซึ่งทางกูเกิลเชื่อมั่นว่า จากปัจจัยหนุนต่างๆ จะทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของอาเซียนได้.Cyber Daily
ชีวิตติด TECH- เศรษฐกิจดิจิทัลไทยยังไปต่อ ทะยานแตะ 1.80 ล้านล้านบาท!!
by
Tags: