ช็อก! เปิดผลสอบ โศกนาฏกรรมเครนไฮสปีด ถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว เสียชีวิต 31 คน

วันนี้ (26 พ.ค. 2569) ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยวันนี้ (26 พ.ค. 2569) ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง และนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญาที่ 3-4 ถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 เวลา 09.15 น. บริเวณระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น ถึงสถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา หลังฐานรองรับด้านหน้าของเครนก่อสร้าง (Launching Gantry ชุดที่ 4) ร่วงหล่นจากความสูงกว่า 10 เมตร ทับขบวนรถไฟที่กำลังวิ่งผ่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 31 ราย แบ่งเป็นผู้โดยสาร 30 ราย และพนักงานก่อสร้าง 1 ราย บาดเจ็บ 71 ราย ขณะที่ตู้โดยสารเสียหาย 3 คัน โดยตู้ที่ 2 ถูกทับจนฉีกขาดและเกิดเพลิงไหม้ ส่วนตู้ที่ 3 ตกราง ทำให้ต้องปิดเส้นทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างนาน 10 วัน กระทบขบวนรถไฟกว่า 14 ขบวนผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระบุว่า สาเหตุหลักทางวิศวกรรม (Root Cause) มาจากการที่เครนติดตั้งคานคอนกรีตขยับตัวเคลื่อนไปด้านหน้าโดยข้ามขั้นตอนความปลอดภัยสำคัญ ตามคู่มือปฏิบัติงานกำหนดให้ต้องเลื่อนขากลาง (Middle Support) มาชิดขาหน้าเพื่อช่วยรับน้ำหนักก่อนทุกครั้ง แต่ในวันเกิดเหตุผู้ปฏิบัติงานกลับสั่งให้เครนเคลื่อนตัวทันที ทำให้น้ำหนักกว่า 700 ตันลงที่ขาหน้าเพียงจุดเดียว จนเหล็กยึด PT Bar รับแรงไม่ไหวและขาด ส่งผลให้ฐานเครนถล่มลงมาทับขบวนรถไฟที่วิ่งผ่านด้านล่างนายจิระพงศ์ กล่าวว่า คณะกรรมการพบว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดพลาดเฉพาะบุคคล แต่เป็น ความล้มเหลวเชิงระบบ ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในส่วนของผู้รับจ้าง คือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พบพฤติกรรมละเลยมาตรการความปลอดภัยหลายประการ ทั้งการข้ามขั้นตอนการเลื่อนขากลางจนกลายเป็นความเคยชิน เริ่มงานโดยไม่มีใบอนุมัติทำงาน (Work Permit) และไม่รอวิศวกรควบคุมงานซึ่งเดินทางมาถึงหลังเริ่มปฏิบัติงานแล้ว นอกจากนี้ยังไม่มีการแจ้ง รฟท. เพื่อขอปิดเส้นทางรถไฟชั่วคราว (Window Time) ระหว่างทำงานคร่อมทางรถไฟ โดยพบว่ามีการทำหนังสือขอย้อนหลังหลังเกิดเหตุถึง 6 วันขณะเดียวกันยังพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนเหล็กยึด PT Bar ทุก 60 รอบตามข้อกำหนด แม้เคยมีหนังสือเตือนมาก่อน รวมถึงปล่อยให้ใบรับรองความปลอดภัยของเครนหมดอายุ และมีการตรวจสอบอุปกรณ์ไม่ครบถ้วนด้านที่ปรึกษาควบคุมงาน (CSC) ถูกระบุว่า ไม่มีวิศวกรและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำหน้างานตามสัญญา โดยเจ้าหน้าที่เซฟตี้ลงพื้นที่เพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง อีกทั้งยังพบพฤติกรรมลงนามอนุมัติงานล่วงหน้าและย้อนหลังนานสูงสุดถึง 3 สัปดาห์ โดยผู้บริหารรับรู้แต่ไม่ดำเนินการแก้ไข รวมทั้งไม่เคยตรวจสอบสภาพเครนและขั้นตอนการทำงานจริงตลอดช่วงการใช้งานส่วน รฟท. ในฐานะเจ้าของโครงการ ถูกชี้ว่า มีการบริหารงานเกินกำลัง โดยมอบหมายให้วิศวกรโครงการ 1 คน ดูแลพร้อมกันถึง 5 สัญญา ส่งผลให้การกำกับดูแลสัญญาที่เกิดเหตุหละหลวมกว่าสัญญาอื่น และปล่อยให้ภารกิจด้านความปลอดภัยตกอยู่กับ CSC เพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่ตามกฎหมาย รฟท. ยังมีหน้าที่ต้องร่วมรับผิดชอบโดยตรงนายจิระพงศ์ กล่าวว่า พฤติการณ์ทั้งหมดถือเป็นการผิดสัญญาจ้างอย่างร้ายแรง ตามสัญญาข้อ 10 และข้อ 24 และอาจนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมาย ทั้งการบอกเลิกสัญญา การขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ทิ้งงาน และการเพิกถอนทะเบียนผู้ประกอบการ โดย รฟท. จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปพร้อมกันนี้ รฟท. เตรียมเสนอมาตรการเร่งด่วนต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อยกระดับความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างระบบรางทั่วประเทศ ได้แก่ การห้ามทำงานบนโครงสร้างเหนือทางรถไฟขณะมีขบวนรถวิ่งผ่าน การบังคับขออนุมัติ Window Time เป็นลายลักษณ์อักษร การยกเลิกระบบอนุมัติงานย้อนหลัง การให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าตรวจสอบเครนทุกชุด การติดตั้งระบบเซนเซอร์และกล้อง CCTV บนเครน รวมถึงการปรับเกณฑ์คัดเลือกผู้รับจ้างให้ให้น้ำหนักด้านความปลอดภัยมากกว่าราคาทั้งนี้ ผลการทดสอบวัสดุจากสถาบันกลางยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และจะถูกนำมาใช้ยืนยันสาเหตุเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นทางการในลำดับต่อไปอ่านข่าวเพิ่มเติมรวบแล้ว! หนุ่ม รับจ้างขนสินค้าเถื่อน มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เห็นค่าจ้างแล้ว ไม่น่าเลย ช็อก! ผลตรวจ คนขับกระบะพุ่งชน 4 นักเตะเยาวชน เสียชีวิต ช็อก! หนุ่มจีนพลัดตกตึก 6 ชั้น โรงแรมดังพัทยา เสียชีวิตคาที่


Posted

in

by

Tags: