ญี่ปุ่นอัปเกรดเรือรบให้ยิงจรวดโทมาฮอว์คได้แล้ว แต่หวั่นผลิตส่งให้ไม่ทันหลังใช้ในอิหร่านเกิน 800 ลูก

เรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถี (guided-missile destroyer) เจเอส โชไก (JS Chokai) ของกองกำลังป้องกันตัวเองทางทะเลของญี่ปุ่น (JMSDF) ได้รับการปรับปรุงให้สามารถยิงอาวุธนำวิถีแบบโทมาฮอว์ค (Tomahawk missile) ของสหรัฐอเมริกาได้แล้ว หลังจากที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้สั่งซื้ออาวุธโทมาฮอว์ครวมกว่า 400 ลูก เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมาบทบาทเรือรบญี่ปุ่นกับขีปนาวุธระยะไกลJS Chokai เป็นหนึ่งในเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถีชั้นคงโง (Kongo-class Destroyer) ที่วางตัวเป็นตัวตอบสนองภัยคุกคามต่าง ๆ มีขีดความสามารถในการปล่อยอาวุธจากระยะไกล (Stand-off weapon) พร้อมติดตั้งระบบป้องกันภัยและอำนวยการรบแบบเอจิส (Aegis Combat System) ที่ทันสมัยที่สุดแบบหนึ่งของโลกซึ่งล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) เป็นผู้พัฒนาในปัจจุบันก่อนหน้านี้ JS Chokai รองรับการยิงอาวุธนำวิถีแบบ 12 (Type 12 missile) ที่พัฒนาโดยมิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสทรีส์ (Mitsubishi Heavy Industries) ซึ่งมีระยะยิงไกลสุดที่ประมาณ 400 กิโลเมตร แต่ระยะยิงดังกล่าวญี่ปุ่นพิจารณาว่าอาจไม่เพียงพอต่อรูปแบบภัยคุกคามในปัจจุบันและอนาคตทำให้ให้ในปี 2025 ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้สั่งซื้อโทมาฮอว์คจากสหรัฐอเมริกากว่า 400 ลูก พร้อมทั้งส่งเรือ JS Chokai พร้อมลูกเรือไปยังฐานทัพเรือในซานดีเอโก รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาในเดือนสิงหาคม เพื่อปรับปรุงโครงสร้างตัวเรือให้รองรับโทมาฮอว์ค พร้อมทั้งฝึกสอนการใช้งานอาวุธให้กับลูกเรือ ก่อนจะเดินทางกลับญี่ปุ่นในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมาทั้งนี้ อาวุธนำวิถีแบบโทมาฮอว์คมีหลายรุ่นย่อย โดยรองรับการปล่อยจากยานพาหนะภาคพื้นดิน เรือดำน้ำ และเรือรบ เข้าหาเป้าหมายแบบจรวดร่อน (Cruise missile) ด้วยความเร็ว 920 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะยิงสูงสุดมากกว่า 1,600 กิโลเมตรเรือรบพร้อมแล้ว แต่จรวดโทมาฮอว์คอาจจะยังอย่างไรก็ตาม ดีเฟนซ์ นิวส์ (Defense News) อ้างความเห็นจากนักวิเคราะห์หลายรายที่แสดงความเป็นกังวลต่อการส่งมอบโทมาฮอว์คที่ผลิตโดยบริษัท RTX (หรือ Raytheon ในอดีตก่อนควบรวมกิจการกับ United Technologies Corporation) ให้กับญี่ปุ่น หลังจากที่สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการอิพิก ฟิวรี (Operation Epic Fury) ต่ออิหร่าน ทำให้มีการใช้โทมาฮอว์คไม่น้อยกว่า 800 ลูก ในเวลาเพียง 4 สัปดาห์แม้ว่าจะมีการลงนาม 5 สัญญากับกระทรวงการสงครามของสหรัฐฯ (Department of War) ว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตโทมาฮอว์คให้ได้ปีละ 1,000 ลูก ในอนาคตก็ตาม แต่กำลังการผลิตของ RTX ในตอนนี้มีจำกัด ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่า หากสถานการณ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิสราเอล และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ การผลิตโทมาฮอว์คให้กับญี่ปุ่นก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วยแต่ในขณะเดียวกัน หากมีการตัดสินใจแทรกแซงสัญญาและการส่งมอบไปยังตะวันออกกลางเพื่อชดเชยการใช้งาน ก็จะส่งผลต่อความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในฉากทัศน์ของญี่ปุ่นด้วยเช่นกันข่าวที่เกี่ยวข้องอิหร่านขู่โจมตีบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ เตือนประชาชนออกจากพื้นที่“ทรัมป์” จ่อรีดค่าทำสงครามกับชาติอาหรับ อ้างมีสัญญาณเจรจาคืบหน้า"อิหร่าน" ถล่มผู้ผลิตราคาอะลูมิเนียมพุ่ง เสี่ยงขาดแคลน"น้ำมันพุ่ง" คืนชีพเฮลิคอปเตอร์ H225 หลังจอดสนิทนับ 10 ปี


Posted

in

by

Tags: