“ณัฐวุฒิ” ขอโทษประชาชน ปัดทำร้าย “สมชัย” อ้างตกใจสะดุ้งทำอีกฝ่ายล้มเอง!

โฆษก ตร. ลงพื้นที่ สน.ทองหล่อ กำชับคดีปะทะเดือดหน้าโรงพัก ระหว่าง เมื่อวันที่ 4 ก.ย. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ พร้อมเปิดเผยเกี่ยวกับกรณีความขัดแย้งระหว่าง นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ กับ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีการผลักอกกระทบกระทั่งกันจนทำให้นายสมชัยล้มลงจากรถจักรยานได้รับบาดเจ็บ โดยระบุว่า ขณะนี้ตำรวจได้ดำเนินการตามกฎหมาย เบื้องต้นทราบว่าผู้เสียหายได้ดำเนินคดีกับผู้ที่ผลักอก ในข้อหาเกี่ยวกับเรื่องทำร้ายร่างกาย ดูหมิ่นซึ่งหน้า และทำให้เสียทรัพย์ยืนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เมื่อพบเหตุก็มีการเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อ ทราบว่าทางผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวตามสิทธิ์ ส่วนการจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น ขอให้เป็นไปตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณา แต่เชื่อว่าการทำคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ ส่วนมาตรการป้องกันในกรณีดังกล่าว หลังจากนี้อาจจะต้องมีการป้องกันไม่ให้คู่กรณีเกิดการเผชิญหน้ากันจนเกิดเหตุลักษณะนี้อีก โดยเฉพาะสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่ราชการขณะที่ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยว่า เห็นข่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้ตนเองอยู่ต่างประเทศ ย้ำว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนเองและเป็นเรื่องส่วนตัวของนายณัฐวุฒิ กับ นายสมชัย เพราะตนเองไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับนายสมชัย จึงไม่สามารถเข้าไปห้ามได้ เพราะนายณัฐวุฒิไม่ใช่ลูกน้อง ที่ปรึกษา หรือ คณะทำงานของตนเองโดยตรงต่อมา นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม อดีตทนายความ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก หลังเกิดเหตุผลักนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนล้มทับรถจักรยานและได้รับบาดเจ็บ บริเวณหน้า สน.ทองหล่อ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สิ่งแรกที่ต้องการทำคือกล่าวขอโทษประชาชน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน ยืนยันว่าตนเป็นลูกผู้ชาย เมื่อทำสิ่งใดก็พร้อมรับผิดชอบ และไม่เคยคิดหลบหนีปัญหา พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ในส่วนเนื้อหาของคดี ตนยังไม่ได้ยอมรับว่ากระทำความผิด โดยขอให้เป็นไปตามกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงวันนี้เดินทางมายัง สน.ทองหล่อ ในฐานะผู้เสียหายในคดีที่เกี่ยวข้องกับข้อหา ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ตามที่พนักงานสอบสวนนัดหมาย หลังให้ปากคำเสร็จสิ้นได้ยื่นหนังสือถึงพนักงานสอบสวน เพื่อเสนอผู้กำกับการ สน.ทองหล่อ พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับนายสมชัย ก่อนจะพบกับนายสมชัยโดยบังเอิญขณะกำลังเดินทางกลับเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายสมชัยมีการโพสต์ภาพและข้อความกล่าวหาตน รวมถึงมีการนำภาพลูกสาวอายุ 7 ขวบ ไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนไม่พอใจและมองว่าไม่ควรเกิดขึ้นนายณัฐวุฒิ ยังยืนยันว่า ไม่ได้ทำร้ายนายสมชัย โดยอ้างว่าขณะเกิดเหตุ นายสมชัยนำแฮนด์จักรยานมาสัมผัสบริเวณหน้าท้อง ทำให้ตนตกใจและสะดุ้ง ก่อนที่นายสมชัยจะเสียหลักล้มลงเองส่วนกรณีการใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น ตุ๊ด ยืนยันว่าเป็นเพียงคำพูดเชิงเปรียบเทียบ และประชดประชัน เพราะเห็นว่านายสมชัยล้มลงไปและทำท่าทีสำออย จึงพูดเชิงเปรียบเทียบเท่านั้น ยืนยันไม่ใช่การเหยียดเพศ ส่วนที่บอกว่ารู้สถานที่พักอาศัยของนายสมชัยที่ใกล้สถานทูตนั้น หมายถึงสำนักงานของตนที่อยู่ใกล้สถานทูต ไม่ได้หมายถึงบ้านพักของนายสมชัยเมื่อถามว่าถูกตำรวจดำเนินคดีในข้อหาอะไรบ้าง และวางเงินประกันไว้เท่าไหร่ ตนขอปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้โดยทุกครั้งที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายณัฐวุฒิในประเด็นต่างๆ หลายคำถาม นายณัฐวุฒิจะพูดว่า ให้ฟังตนอธิบายก่อน อย่ามาแจ๋น ถามทุกช่องว่าพวกคุณมาจากช่องไหน"ในคดีที่ตนกล่าวหาที่ สน.ทองหล่อ มีทั้งสองคดีคือเรื่องคดีฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร ฟอกเงินและสมทบการฟอกเงิน ส่วนอีกสองคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง และอีกหนึ่งคดีที่ สน.บางโพ รวมทั้งหมดตนแจ้งข้อหานายสมชัย 5 คดี ส่วนคดีที่เกิดขึ้นกับตนในวันนี้ ยืนยันว่าเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่คิดหนีอยู่แล้ว อันที่จริงจะเดินกลับขึ้นรถไปเลยก็ได้ แต่เห็นสื่อมวลชนรออยู่จึงอยากให้เกียรติซึ่งกันและกัน ซึ่งตนสามารถตอบได้ทุกคำถามกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินคดีกับนายสมชัยอย่างถึงที่สุดเลยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องของตำรวจไม่เกี่ยวกับตน และกรณีที่วันนี้นายสมชัยได้มีการฟ้องกลับตน และเรียกค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาทนั้น นายณัฐวุฒิโต้ตอบทันทีว่า "กระจอก" ตนเพิ่งลงทุนไป 500 ล้านบาท 50 ล้านพิสูจน์ได้หรือไม่ ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นแค่คดีเบาๆ ยืนยันว่าตอนนี้ตนไม่ได้เป็นทนายความให้นายสุชาติ ชมกลิ่น แล้ว และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือไปกระทบอะไรกับนายสุชาติ ซึ่งตนทำงานให้รัฐมนตรีหลายคน ยืนยันว่านายสุชาติไม่เกี่ยวข้อง"วันนี้หากตนไม่ต้องรอหนังสือจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงไม่เจอกับนายสมชัยจนเกิดเรื่อง เรื่องนี้ถือเป็นความบังเอิญ เป็นฟ้าลิขิต" นายณัฐวุฒิ กล่าว


Posted

in

by

Tags: