ดาบตำรวจฉาวจนมุม! ขับรถชนสกัดเหยื่อ-บุกขู่ทำลายหลักฐาน ผิดซ้ำหลายกระทง

เปิดพฤติกรรมฉาวยังไม่สำนึก ดาบตำรวจ ถอยรถชนปิดทางขู่กักตัว บุกบ้านบังคับเหยื่อลบคลิปอนาจารทำลายหลักฐานจากกรณีประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด เกี่ยวกับพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจยศดาบตำรวจ ซึ่งถูกร้องเรียนพฤติกรรมใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ล่าสุดมีข้อมูลเปิดเผยเพิ่มเติมในรายการโหนกระแสวันนี้ (5 ส.ค. 69) ถึงพฤติการณ์ในการพยายามขัดขวาง ข่มขู่ และทำลายหลักฐาน เพื่อปกปิดความผิดของตนเองไม่ให้ถูกเปิดโปงแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในวันที่ผู้เสียหาย (คุณยุ้ย) เตรียมตัวเดินทางเข้ามาแจ้งความและเปิดเผยเรื่องราวที่กรุงเทพมหานคร ได้มีความพยายามสกัดกั้นไม่ให้เดินทางออกจากพื้นที่ โดยดาบตำรวจคนดังกล่าวได้นำรถมาจอดดักบริเวณหน้าบ้านและหลังบ้าน ซึ่งมีทางเข้าออกเพียงสองทางเมื่อเหยื่อพยายามขับรถออกไปอีกทางหนึ่ง ดาบตำรวจได้ถอยรถพุ่งชนรถของเหยื่อจนได้รับความเสียหาย เพื่อสกัดไม่ให้เธอออกจากบ้านได้ ซึ่งทางนักกฎหมายมองว่า การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่อุบัติเหตุทางจราจรทั่วไป แต่เป็นเจตนาทำให้เสียทรัพย์ รวมถึงอาจเล็งเห็นผลถึงอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของผู้อื่นขู่บังคับลบคลิป-ถอดเครื่องติดตาม (GPS)นอกจากนี้ เมื่อผู้เสียหายยืนยันต้องการจะเลิกราและตัดความสัมพันธ์ ดาบตำรวจกลับยื่นข้อแลกเปลี่ยนว่า เหยื่อต้องทำการลบคลิปวิดีโอทั้งหมด และต้องถอดอุปกรณ์ติดตาม (GPS) ที่แอบนำไปติดตั้งไว้ในรถสืบสวนออกเสียก่อนสาเหตุที่ผู้เสียหายต้องนำเครื่อง GPS ไปติดตั้งไว้ สืบเนื่องมาจากดาบตำรวจคนนี้มักจะนำรถส่วนกลางหรือรถสืบสวนมาใช้งานส่วนตัวเป็นประจำ เธอจึงต้องการตรวจสอบพฤติกรรมประจำวันว่าเดินทางไปที่ใดบ้างโหนกระแสวันนี้ (5 ส.ค. 69)บุกรุกถึงบ้านทำลายหลักฐาน อ้างเหยื่อปล่อยภาพลูกไม่เพียงเท่านั้น ดาบตำรวจยังได้บุกเข้าไปหาเรื่องผู้เสียหายถึงภายในบ้าน เพื่อทวงถามเรื่อง GPS และข่มขู่บังคับให้ลบภาพรวมถึงคลิปต่าง ๆ ออกจากโทรศัพท์ ซึ่งการบุกเข้าไปโดยพลการและไม่มีหมายค้น ถือเป็นความผิดฐานบุกรุกตามกฎหมายขณะเดียวกัน ในช่วงที่บุกเข้าไปภายในบ้าน ดาบตำรวจได้พยายามอ้างว่าเหยื่อนำ GPS ไปติดที่รถและโทรศัพท์ของตน พร้อมกับกล่าวหาว่าเหยื่อนำภาพลูกของเขาไปเผยแพร่เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นนักกฎหมายชี้ผิดหลายกระทง แค่ครอบครองคลิปเด็กก็ไม่รอดแม้ดาบตำรวจจะอ้างว่าคลิปอนาจารไม่ได้อยู่ในโทรศัพท์ของตน หรืออ้างว่าผู้ต้องหาเป็นคนถ่ายเอง แต่ตามหลักกฎหมายแล้ว เพียงแค่มีสื่อลามกอนาจาร (โดยเฉพาะสื่อลามกเด็ก) อยู่ในความครอบครอง ก็ถือเป็นความผิดอาญาที่สำเร็จแล้วการกระทำทั้งหมดนี้เข้าข่ายความผิดหลายข้อหาหนัก ทั้งทำให้เสียทรัพย์, บุกรุก, และกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งนักกฎหมายย้ำว่า พฤติการณ์แวดล้อมต่าง ๆ เช่น การถ่ายคลิปต่อหน้าผู้อื่น หรือการเคยนำคลิปไปให้ผู้บังคับบัญชาดู สามารถใช้เป็นหลักฐานมัดตัวได้อย่างแน่นหนา แม้จะพยายามข่มขู่ให้ลบหรือทำลายหลักฐานในภายหลังก็ตามอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเปิดพฤติกรรมฉาว ดาบตำรวจหื่น ซุกยาปลุกเซ็กส์-มอมสาว คารถแฉดาบตำรวจสงขลา บังคับถ่ายคลิปขายกลุ่มลับ ซ้ำขู่ยัดยา ช็อกเด็ก 4 ขวบโดนด้วย


Posted

in

by

Tags: