ดีอี ยันข่าวจริง “กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง” แนะควรบริโภคในปริมาณพอดี

">วันที่ 6 เมษายน 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนทั้งนี้ ในวันที่ 4 เมษายน 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 164,220 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,456 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 1,454 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Facebook 2 ข้อความ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 19 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 8 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 1 เรื่อง ข่าวปลอม 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 2 เรื่อง ได้แก่อันดับที่ 1 ข่าวจริง เรื่อง กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูงอันดับที่ 2 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากร่างกายมี 4 กลิ่นนี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนระยะเริ่มต้นของโรคร้ายอันดับที่ 3 ข่าวปลอม เรื่อง หลังสงกรานต์ 2569 จะมีการปรับขึ้นราคา 6 กลุ่มสินค้าอันดับที่ 4 ข่าวบิดเบือน เรื่อง หากปากมีกลิ่น และคันตามลำตัว จะเสี่ยงเป็นมะเร็งตับอันดับที่ 5 ข่าวปลอม เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเพจบ้านงานไทย รับสมัครพนักงานประกอบถุงกระดาษอันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการด้านการลงทุน ของฮั่วเซ่งเฮงได้ที่ ID Line : hshsocial.gold2 ปลอดภัย ผ่านการรับรองจาก ก.ล.ต. แล้วอันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อให้กู้กับเจ้าหน้าที่ ผ่าน TikTok บัญชี meawcglmuk2สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กระเทียมดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดไขมัน คอเลสเตอรอล ความดันโลหิตสูง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยถึงแม้ว่า “กระเทียมดำ” จะมีประโยชน์ แต่ กรมอนามัย แนะนำให้รับประทานเป็นเพียงแค่อาหารที่กินเสริม ไม่สามารถทดแทนหรือกินแทนยารักษาโรคได้ และควรกินในปริมาณที่พอดีประมาณไม่เกิน 1 หัว/วัน (ยังไม่มีงานวิจัยในระยะยาวที่ยืนยันผลข้างเคียง แต่หลายงานวิจัยมีการให้กลุ่มทดลองรับประทานประมาณ 1-2 หัว) และไม่ควรรับประทานต่อเนื่อง รวมทั้งควรกินอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลายเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวทั้งนี้กระเทียมดำ เกิดจากการนำกระเทียมขาวสดมาผ่านกระบวนการบ่ม (Aging) ที่อุณหภูมิประมาณ 60-90 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 80-90% เป็นเวลานาน 15-90 วัน ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า Maillard Reaction ซึ่งเปลี่ยนสารอาหารภายในให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งมีผลงานวิจัยศึกษาถึงประโยชน์ของกระเทียมดำเอาไว้หลายด้าน อาทิ1. ในระหว่างการบ่ม สาร Allicin ในกระเทียมสดจะถูกเปลี่ยนเป็นสาร S-Allylcysteine (SAC) ที่ละลายน้ำได้ดีและร่างกายดูดซึมได้เกือบ 100% โดยสารนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงกว่ากระเทียมสดหลายเท่า (งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าสูงกว่า 13-14 เท่าในบางสภาวะการบ่ม แต่ค่าเฉลี่ยจากหลาย ๆ งานวิจัยอยู่ที่ประมาณ 2-5 เท่า) ซึ่งจะช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายและชะลอความเสื่อมของร่างกาย2. มีงานวิจัยทางคลินิกที่พบว่า การบริโภคกระเทียมดำช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลรวม (Total Cholesterol) และไขมันเลว (LDL) ในเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ3. สารกลุ่มฟลาโวนอยด์และฟีนอลิกในกระเทียมดำ ช่วยกระตุ้นการสร้าง Nitric Oxide ในหลอดเลือด ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและยืดหยุ่นได้ดีขึ้น จึงช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ โดยมีกลไกคล้ายกับยาในกลุ่ม ACE Inhibitors ที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิต4. การศึกษาในระดับห้องปฏิบัติการ (In vitro) และในสัตว์ทดลอง พบว่า สารสกัดจากกระเทียมดำช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว (Natural Killer Cells) และส่งเสริมการตายของเซลล์มะเร็ง (Apoptosis) ในมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งกระเพาะอาหาร อย่างไรก็ตาม ในส่วนนี้ยังต้องการการยืนยันผลในมนุษย์เพิ่มเติมในระยะยาวอย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดหากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/


Posted

in

by

Tags: