ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ในค่ำคืนแห่งยุโรปที่ แอนฟิลด์ เป็นทีมเยือนอย่าง เปแอสเช ที่บุกมาย้ำแค้นให้ ลิเวอร์พูล อีกคำรบ ด้วยสกอร์ 2-0 ผ่านเข้ารอบตัดเชือก ด้วยประตูรวม…เอ่อ..ประตูรวม…ประตูรวม…เอ่อ..อ..อ..เอาเป็นว่า…ช่างมันเหอะและต่อไปคือสิ่งที่เด็กหงส์ปลอมตัวมาอย่างผมอยากจะบอก1. จากสิ่งที่เห็นในเกมพรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่อัด ฟูแล่ม 2-0 ผมคิดว่า อาร์เน่อ สล็อต น่าจะส่ง ริโอ เอ็นกูโมอา กับ โม ซาล่าห์ ลงตัวจริง เพราะทั้งคู่กำลังโชว์ฟอร์มได้ไฉไล แถมกะซวกตาข่ายได้ทั้ง 2 คนแต่เมื่อรายชื่อ 11 ตัวจริงถูกประกาศออกมา ปรากฎว่าทั้ง 'น้องอ้า' และ 'พี่โม' เป็นเพียงตัวสำรองเข้าใจว่าพี่แกคงต้องการจะส่งกองหน้าขนานแท้อย่าง อเล็กซานเดอร์ อีซัค กับ อูโก้ เอกิติเก้ ลงตัวจริงพร้อมกัน เพื่อประสิทธิภาพในการพังประตู2.ตอนแรกคิดว่า ลิเวอร์พูล จะวางหัวหอก 2 คนนะครับต่อเมื่อเห็นการยืนตำแหน่งในสนามก็พบว่าผู้เป็นกุนซือหงส์แดงมิได้จัด 'หน้าคู่' เหมือนที่คาดย้ำว่าไม่ใช่ 'หน้าคู่' แน่นอนระบบคือ 4-2-3-1 โดยให้ อเล็กซานเดอร์ อีซัค สวมบทหัวหอกคนเดียวพลางถ่าง 'เอกิ' ออกไปทางขวา แล้วขยับ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ไปเป็น 'หน้าซ้าย'เบอร์ 10 คือ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ขณะที่ โดมินิค โซบอสซ์ไล เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง3. หลังจบครึ่งแรก ด้วยสกอร์ 0-0พลพรรคหงส์แดงก็แปลงร่างเป็น 'เรด แมชชีน' ด้วยการบีบสูง และเข้าบดบี้อย่างรวดเร็ว ก่อนบุกกระหน่ำผู้มาเยือนอยู่ข้างเดียวลิเวอร์พูล กด เปแอสเช จนง่อยแดก ต่อบอลทำเกมไม่ได้ และโงหัวไม่ขึ้น เพราะได้แต่เตะทิ้งอืมมมมม…นี่มัน 'เฮฟวี่ เมตัล ฟุตบอล' ที่เคยเห็นชัดๆ4. นับตั้งแต่ โม ซาล่าห์ ลงมาแทน อูโก้ เอกิติเก้ ที่บาดเจ็บในระหว่างครึ่งแรก เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ก็วูบวาบ และมีชีวิตชีวามากขึ้นชัดเจนเช่นเดียวกับตอนที่ส่ง โคดี้ คักโป ลงมาเป็นกองหน้าแทนดาวเตะค่าตัว 125 ล้านปอนด์ที่เพิ่งหายเจ็บตลอดครึ่งหลัง พวกพรี่ๆ พยายามบุกแล้วบุกเล่าแบบเป็นพายุอุกาบาตถล่มหัวหมา ปัญหาคือทำประตูแรกไม่ได้เท่านั้นเองคำถามคือในเมื่อแพ้มา 2-0 ในนัดแรก แล้วทำไมมึง เอ๊ย คุณไม่ 'เฮฟวี่ เมตัล' เพื่อบุกขย่มคู่แข่งแบบบ้าคลั่งตั้งแต่เริ่มเกมเลยล่ะ ???ทำไมถึงเพิ่งมาแปลงร่างเป็น 'เครื่องจักรสีแดง' ในครึ่งหลัง อันนี้เด็กหงส์อย่างผมก็ไม่เข้าใจโหน่งจริงๆไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ และไม่เข้าใจ5. แม้นจะถูกกดดันจนตกเป็นฝ่ายตั้งรับ โดยแทบจะต้องใช้รูทวารหนักช่วยหายใจทว่าเกมรับของ 'แชมป์เก่า' ก็เหนียวแน่น และแข็งแกร่งแบบเกินห้ามใจจริงๆ เฉพาะอย่างยิ่งคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่ช่วยกันสกัด ช่วยกันเคลียร์จังหวะอันตรายได้อย่างสะอาดหมดจดมิหนำผู้รักษาประตูก็น่าจะแดกกาวตราช้างมา 3 หลอด ก่อนลงเฝ้าเสาขณะเดียวกับที่เจ้าถิ่นก็ใช้โอกาสอย่างสิ้นเปลือง โดยตลอดทั้งเกม พวกเขามีโอกาสจบสกอร์ถึง 21 ครั้งต่อเมื่อมีโอกาสมากมายแล้วดันเอาไปโยนทิ้งลงไปในชักโครกที่ แอนฟิลด์สุดท้ายก็ถูกทีมที่คุณภาพคับตูดอย่าง เปแอสเช ลงโทษจน 'คาบ้าน' ไปตามระเบียบเรื่องมันจึงเอวังลงด้วยประการฉะนี้แล
ดื้อจนได้เรื่อง!”สล็อต” วางหมากพังพาบ ลิเวอร์พูลรัว 21 ครั้งไร้สกอร์
by
Tags: