วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ให้เฝ้าระวังคลื่นลมแรงในช่วงวันที่ 19-21 พฤษภาคม 2569 พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ รวมถึงเร่งระบายน้ำในจุดที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนทุกจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ให้เฝ้าระวังคลื่นลมแรงในช่วงวันที่ 19-21 พฤษภาคม 2569 พร้อมกำชับให้จัดทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ รวมถึงเร่งระบายน้ำในจุดที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก และประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาพอากาศและประเมินปัจจัยเสี่ยงร่วมกับประกาศของ กรมอุตุนิยมวิทยา เรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 12 (72/2569) ซึ่งมีผลต่อเนื่องจนถึงวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่า ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยเฉพาะด้านตะวันตกของประเทศ ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งเวียดนามตอนบนสำหรับพื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำท่วมขัง ประกอบด้วย ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และอุทัยธานี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 25 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสมุทรปราการ และภาคใต้ 14 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูลส่วนพื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล โดยครอบคลุมหลายอำเภอในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน ทั้งนี้ ปภ. ได้กำชับให้จังหวัดต่าง ๆ ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนสะสมเกิน 90 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง รวมถึงเตรียมมาตรการดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำและน้ำตก หากมีความเสี่ยงให้ประกาศปิดพื้นที่ทันทีสำหรับพื้นที่ชายฝั่งที่มีคลื่นลมแรง ให้ติดตั้งสัญญาณเตือนห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ แจ้งเตือนชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง และหากสถานการณ์รุนแรงอาจพิจารณาห้ามเรือออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมงประชาชนสามารถติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยผ่านแอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT แจ้งเหตุผ่านไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 หรือโทรสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้ทันทีเรียบเรียงโดย มุมข่าว
ด่วน! ปภ. แจ้งเตือนแล้ว เปิดจังหวัดเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน ช่วง 19-21 พ.ค. 69 นี้
by
Tags: