ด่วน! ม็อบไรเดอร์ “ลาลามูฟ” บุก “กระทรวงดีอี”ยื่นหนังสือหลังถูกลดเงินค่าตอบแทน

ไรเดอร์ “ลาลามูฟ” กว่า 200 ราย บุก กระทรวงดีอี ยื่นหนังสือ และ ขอหารือความช่วยเหลือ หลังโดน ลดเงินค่าตอบแทนจากแพลตฟอร์ม โอดเคยได้ 10 บาทต่อกิโล เหลือแค่ 3 บาท ซ้ำประกันภัยก็ไม่มีให้ วอนรัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด่วนเมื่อวเวลา 15.30 น.ที่ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ศูนย์ราชการอาคาร ซี ได้มีกลุ่มผู้ขับขี่(ไรเดอร์)ของแอพเดลิเวอรี่ขนส่ง "ลาลามูฟ" จำนวน 200 คน เดินทางมาที่กระทรวงดีอี เพื่อยื่นหนังสือ เรียกร้องหลังถูกบริษัท ลดเงินค่าตอบแทนและ สวัสดิการต่างๆ ที่เคยได้ โดยมี 3 ส.ส. พรรคประชาชน ประกอบด้วย นายเซีย จำปาทอง น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ น.ส.ธนพร วิจันทร์ นำกลุ่มตัวแทนไรเดอร์ จำนวน 15 คน เข้าหารือกับ น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ นาย ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) เพื่อรับหนังสือ และ ข้อเรียกร้องของกลุ่มไรเดอร์ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกระทรวงดีอีผู้แทนไรเดอร์ สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ความเดือดร้อนหลักๆ คือเรื่อง “ค่ารอบ” เมื่อก่อนวิ่งงานคิดคำนวณราคาเฉลี่ยอยู่อย่างต่ำกิโลเมตรละ 10 บาท งานระยะไกลสัก 100 กิโลเมตร เคยได้ค่าตอบแทนประมาณ 950 ถึง 1,000 บาท แต่ตอนนี้ระบบปรับลดลงมาเหลือเพียงกิโลเมตรละ 3 บาทเท่านั้นถ้ารับงานระยะทาง 100 กิโลเมตรเหมือนเดิม ค่าตอบแทนตั้งต้นจะเหลือแค่ 380 บาท แล้วยังต้องโดนหักค่าบริการแพลตฟอร์มเพิ่มอีก 20% สรุปแล้วเงินที่จะตกถึงมือไรเดอร์จริงๆ เหลืออยู่แค่ประมาณ 220 ถึง 292 บาทเท่านั้น“ค่าตอบแทนตรงนี้ปรับลดลงมาเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการลดลงอย่างไม่มีเพดานขั้นต่ำ และแพลตฟอร์มไม่เคยมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ไรเดอร์ทราบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไรเดอร์ต้องมารู้ด้วยตัวเองจากการรับงานวิ่งจริง"นอกจากนี้ ภาระต้นทุน ค่าน้ำมัน และค่าบริการที่ต้องแบกรับเพิ่มอีกว่า เงิน 200 กว่าบาทที่เหลือจากการวิ่ง 100 กิโลเมตร มันไม่คุ้มค่ากับการทำงานเลย เพราะเรามีต้นทุนค่าน้ำมันตกกิโลเมตรละ 1 บาท มีค่าบริการระบบอีกกิโลเมตรละ 0.75 บาท รวมแล้วเหลือเงินเข้ากระเป๋าจริงแทบไม่ถึง 1.3 บาทต่อกิโลเมตร“อัตราดังกล่าวยังไม่ได้หักค่าสึกหรอของยานพาหนะ หรือค่าอาหารการกินระหว่างทางเลย ยิ่งคนที่วิ่งสายระยะไกล 40 กิโลเมตรขึ้นไป เช่น วิ่งจากพระราม 2 ไปอยุธยา หรือโซนวังน้อย ปลายทางเป็นพื้นที่นอกเมืองที่ไม่มีงานให้รับกลับ ไรเดอร์ก็ต้องยอมตีกรอบรถเปล่ากลับมาหา งานในเมือง ทำให้ขาดทุนหนักกว่าเดิม”นอกจากปัญหาราคาค่ารอบที่ตกต่ำแล้ว ไรเดอร์ยังเปิดเผยถึงเบื้องหลังโปรโมชันของแพลตฟอร์ม และระบบการทำงานที่ส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยและประวัติการทำงาน“แพลตฟอร์มมีการทำโปรโมชันโฆษณาว่าให้ส่วนลดลูกค้า 55% แต่ส่วนลดตรงนี้บริษัทไม่ได้จ่ายคูปองชดเชยให้ แต่ใช้วิธีมาตัดราคากดค่ารอบจากฝั่งไรเดอร์ไปแทน ซ้ำร้ายยังเอาไปโฆษณาว่าส่งไวภายใน 1 ชั่วโมง บังคับให้ไรเดอร์ต้องพ่วงรับงานซ้อน 3-4 งานพร้อมกันเพื่อหาเงินให้พอค่าเดินทางขาเดียว แต่ในระบบหน้าบ้านที่แสดงให้ลูกค้าเห็น กลับระบุว่าเป็นบริการส่งแบบตัวต่อตัว (1:1) พอของไปส่งช้า ลูกค้าที่ไม่เข้าใจก็ร้องเรียนเข้ามา ผลกระทบทั้งหมดก็ตกมาอยู่ที่ไรเดอร์ที่เสี่ยงโดนระบบระงับสัญญาณหรือแบนบัญชี โดยที่แพลตฟอร์มไม่เคยฟังเหตุผลหรือคำอธิบายจากฝั่งคนขับเลย ฟังแต่ฝั่งลูกค้าอย่างเดียว” ตัวแทนไรเดอร์ กล่าวผู้แทนไรเดอร์ กล่าวต่อว่า เรื่องสวัสดิการ ประกันภัย หรือความคุ้มครองต่างๆ แพลตฟอร์มไม่มีให้เลย เกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอะไรขึ้นมา ไรเดอร์ต้องรับผิดชอบตัวเองทั้งหมด ยิ่งเรื่องภาษี เมื่อก่อนระบบเคยหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ให้ด้วย แต่ปัจจุบันหักเปอร์เซ็นต์ไปเต็มๆ 20% โดยไม่มีการนำส่งภาษีให้ กลายเป็นว่าไรเดอร์ต้องไปยื่นเสียภาษีเงินได้เองอีก 3% รวมแล้วโดนหักต้นทุนตรงนี้สูงถึง 23%นอกจากนี้ หากใครมีเหตุจำเป็นต้องหยุด วิ่งไปสัก 2 เดือน ระบบจะปรับลดอัตราความสำเร็จ ทำให้รับงานได้ยากขึ้นเหมือนต้องไปเริ่มนับหนึ่งทำเควสใหม่ทั้งหมด“ถ้าวันนี้พวกเราไม่มาออกเสียงเรียกร้อง ปล่อยให้แอปนี้ลดราคาลงไปเรื่อยๆ แอปอื่นก็จะลดราคาตาม สุดท้ายโครงสร้างราคาทั้งหมดจะเสียสมดุล คนทำอาชีพนี้ก็จะตกงานกันหมดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้”ที่ผ่านมา กลุ่มไรเดอร์ เคยเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทมาแล้วถึง 2 ครั้ง บริษัทรับเรื่องไว้แต่ก็เงียบหาย ไม่มีความคืบหน้าใดๆ กลับมา“อยากฝากเรื่องไปถึงผู้มีอำนาจ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเข้ามาเป็นกลางในการยื่นมือช่วยเหลือและจัดระเบียบแพลตฟอร์ม อยากให้ช่วยดึงราคาค่ารอบกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสมและเป็นธรรม ให้มีการนำส่งภาษีอย่างถูกต้อง และมีมาตรการ คุ้มครองแรงงานไรเดอร์บ้าง พวกเราทุกคนคือประชาชนที่ทำงานสุจริตหาเช้ากินค่ำ ทุกอาชีพมีความสำคัญและควรได้รับโอกาสในการพยุงอาชีพนี้ให้ได้เดินหน้าต่อไป”ด้านนาย ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (เอ็ตด้า) กล่าวว่า ทาง กระทรวงดีอี และ เอ็ตด้า จะเร่งหาทางงออก หลังกลุ่มกลุ่มผู้ขับขี่ไรเดอร์แพลตฟอร์ม ลาลามูฟ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีถูกปรับลดค่ารอบ ค่าธรรมเนียม และสวัสดิการต่างๆ จนกระทบต่อการดำรงชีวิต โดยเอ็ดด้าได้ตรียมเปิดเเวทีเป็นตัวกลางหารือร่วมระหว่างผู้ขับขี่และผู้บริหารแพลตฟอร์มเป็นการเร่งด่วนภายในสัปดาห์หน้า เพื่อรับฟังเหตุผลของแต่ละฝ่าย ก่อนจะขยายผลจัดเวทีใหญ่เชิญทุกแพลตฟอร์ม พร้อมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าหารือภายในเดือน ก.ย. นี้ เพื่อฟังความจริงรอบด้านและหาจุดสมดุลร่วมกันกับทุกฝ่าย


Posted

in

by

Tags: