ตร.ลูกศิษย์ ‘สมีโชติ’ เปิดใจสืบเอง พบสายตาหลอกกันไม่ได้ สนิทสนมกันเป็นพิเศษ ก่อนพบเสพเมถุน

ตร.ลูกศิษย์ ‘สมีโชติ’ เปิดใจสืบเอง พบสายตาหลอกกันไม่ได้ สนิทสนมกันเป็นพิเศษ ก่อนพบเสพเมถุนจริง นำไปสู่จับโป๊ะพฤติกรรม ‘สมีโชติ-สีกาเอ๋’ตร.ลูกศิษย์ ‘สมีโชติ’ เปิดใจสืบเอง พบสายตาหลอกกันไม่ได้ สนิทสนมกันเป็นพิเศษ ก่อนพบเสพเมถุนจริง นำไปสู่จับโป๊ะพฤติกรรม ‘สมีโชติ-สีกาเอ๋’จากกรณีตำรวจกองปราบ จับกุมอดีตหลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร หรือ สมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาคดียักยอกเงินวัด 92 ล้านบาท พร้อมควบคุม สีกาเอ๋ หญิงสาวที่สนิทสนมกับสมีโชติ โดยยึดเงินสดและทองคำจำนวนมาก แถมยังปรากฏคลิปเสพเมถุนระหว่างสมีโชติกับสีกาเอ๋ด้วย ตามที่เคยเสนอข่าวไปแล้วนั้นสำหรับความคืบหน้า วันที่ 11 ก.ย.2569 พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์ รอง ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยเบื้องหลังการจับกุม สมีโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรค์ว่า เริ่มมาจากหนังสือร้องเรียน หรือบัตรสนเท่ห์ ที่กองปราบได้รับครั้งแรก เมื่อประมาณกลางเดือนก.ค. จากนั้นได้รับการมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบข้อมูลตามหนังสือร้องเรียนพ.ต.ท.สมเดช กล่าวว่า ระหว่างที่ตรวจสอบมีบัตรสนเท่ห์ส่งมาอีก 1 ฉบับ เมื่อวันที่ 25 ส.ค. จากผู้ที่ไม่เปิดเผยนามคนเดิม แต่ฉบับที่ 2 มาพร้อมกับแฟลชไดรฟ์ที่มีภาพและข้อมูล ที่สอดรับกับข้อมูลที่มีการพิสูจน์ทราบมาตามหนังสือร้องเรียนฉบับแรก ซึ่งปรากฏว่าพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม 2 ประเด็นคือ พฤติกรรมในทางชู้สาว และประเด็นรื่องการทุจริตเงินของวัดพ.ต.ท.สมเดช กล่าวว่า ทั้ง 2 ประเด็น ต้องแยกในส่วนของพระธรรมวินัยสงฆ์ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นกระบวนการและการดำเนินการผู้บังคังบัญชาของพระสงฆ์ กับสำนักงานพุทธพ.ต.ท.สมเดช กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่ต้องเจาะลึกลงไปว่า ตามหนังสือร้องเรียนเรื่องการทุจริตเงินวัดมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ และสุดท้ายพบว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง โดยพบมูลค่าความเสียหาย เบื้องต้นประมาณ 100 ล้านบาทจากนั้นรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และนำเข้าสู่กระบวนการร้องทุกข์กล่าวโทษ และเสนอคำร้องขออนุมัติหมายจับต่อศาล ซึ่งนี้เป็นที่มาของการปฏิบัติการจับกุมตัวและเข้าตรวจค้นเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.68)พ.ต.ท.สมเดช กล่าวว่า สำหรับความยากในการทำคดีแบบลับๆ นั้นมีความยากเสมอ เพราะตั้งแต่ได้รับหนังสือร้องเรียนมา มีเจ้าหน้าที่รู้ประมาณ 4-5 คน เนื่องจากข้อมูลที่ต้องประสาน ข้อมูลที่ต้องขอ หรือการสืบสวน เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยาก และละเอียดอ่อน อีกทั้งเป็นเรื่องของพระภิกษุ ที่เป็นสัญลักษณ์ของศาสนา ก็ยิ่งต้องเพิ่มความละเอียดอ่อนเข้าไปอีกด้านพ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร รอง ผกก.1 บก.ป. ให้สัมภาษณ์ในฐานะที่เคยเป็นลูกศิษย์ที่เคยไปกราบไหว้ สมีโชติ และเป็นตำรวจผู้บังคับใช้กฎหมายว่า ตนเคยเข้าไปกราบประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว แล้วก็ไปบ่อย เนื่องจากเป็นคนนครศรีธรรมราช แล้วมีความนับถือองค์จตุคามรามเทพ จึงพยายามหาที่ใกล้กรุงเทพฯ ที่สุด และวัดนี้ก็มีชื่อเสียง จึงเข้าไปกราบไหว้และไปเจอกับหลวงพ่อโชติในขณะนั้น ซึ่งท่านก็มีคนกราบไหว้เยอะ จึงคิดว่าคงเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตนก็เข้าไปกับภรรยาเกือบทุกๆ 2 เดือน แต่ช่วงหลังมาก็ไม่ได้เข้าไปแล้วพ.ต.ท.กฤษฎา ยอมรับเลยว่า หลังจากเห็นตัวหนังสือร้องเรียนครั้งแรก ความรู้สึกส่วนตัวไม่เชื่อ เพราะว่าเราเคยเห็นมา ท่านก็เป็นคนที่นิ่งๆ จึงไม่เชื่อ แต่พยายามแสวงหาพยานหลักฐานโดยตัวเราเอง เพราะว่าเคสนี้เป็นชั้นความลับ รู้กันแค่ 5-6 คน จึงดำเนินการสืบสวนด้วยตัวเอง โดยใช้วิธีการของตำรวจและก็ได้ข้อมูลมา ซึ่งสอดรับกับหนังสือร้องเรียนฉบับที่ 2 ที่มีแฟลชไดร์ฟคลิปมา จึงเชื่อได้ว่ามีการเสพเมถุนจริงพ.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า ตนไม่ได้ถึงขั้นเข้าไปแฝงตัว เพราะปกติก็ไปอยู่แล้ว ฉะนั้นอย่าเรียกว่าแฝงตัวเลย จากการสืบสวนด้วยตัวเองก็พบพฤติกรรมของสมีโชติ “สิ่งที่บ่งบอกคือ พฤติกรรมของพระ เมื่อเราเข้าไป เราก็จะเห็น หากสังเกตดูดีๆ เราก็จะเห็นเลยว่าพระกับตัวสีกา มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ มีการส่งสายตา ซึ่งไม่ใช่สายตาปกติที่ส่งหากัน มันเป็นสายตาที่ผมเป็นนักสืบ เราก็มีเซนส์อยู่ว่าผิดปกติ แล้วเราก็มีพยานหลักฐานตัวอื่นด้วย ตรงนี้อยู่ในชั้นสอบสวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ มันแมตช์กัน แล้วถึงออกมาว่ามีการเสพเมถุนจริง และเป็นเหตุจูงใจให้ต้องยักยอกเงิน เพราะพระถ้าปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเลย แต่ถ้าพระมีสีกา จะต้องมีเงินไปเลี้ยงดูเขา ปิดปากเขา เพื่อไม่ให้เขาพูด”เมื่อถามถึงเส้นเงินว่าไปแตะถึงสีกาเริ่มตั้งแต่ช่วงปีไหน พ.ต.ท.กฤษฎา บอกว่า ตรงนี้อยู่ในสำนวน ซึ่งให้พนักงานสอบสวนเขาว่าไปเมื่อถามว่าส่วนตัวในฐานะลูกศิษย์ พอทราบว่าเป็นเรื่องจริง หมดศรัทธาหรือไม่ พ.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า สำหรับตน พระพุทธศาสนาก็ยังน่าเลื่อมใสเหมือนเดิม คำสอนของพระพุทธเจ้ายังคงเป็นหลักธรรมที่เป็นความจริงแท้แน่นอน พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อม มันเสื่อมที่คน เพราะฉะนั้นก็อยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชน อยากให้ยังคงปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา ยึดมั่นในหลักคำสอนต่อไป เชื่อว่าจะดีต่อประเทศชาติเมื่อถามถึงประเด็นเรื่องคลิปภาพ ที่ปรากฏนั้นเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของวัด หรือเป็นการตั้งกล้องแอบถ่าย พ.ต.ท.กฤษดา บอกว่า ไม่แน่ใจ เพราะที่ตำรวจได้รับ มี 2 คลิป ซึ่งจะไม่ตรงกับที่เผยแพร่ทางโซเชียล ซึ่งโซเชียลมีคลิปเยอะมาก ซึ่งทางตรงนั้นตำรวจไม่ได้มี มีเพียงแค่ 2 คลิปพ.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า โดย 1 ในนั้น เชื่อว่าเป็นกล้องของทางวัด เพราะมีมุมกล้องที่ตรงกับที่อยู่หน้าห้องของเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นมุมเดียวกัน โดยมีกล้องวงจรปิดอยู่ที่ 48-60 ตัว ส่วนที่เห็นว่าถือโทรศัพท์ตลอดเวลา น่าเชื่อว่าเป็นการดูภาพกล้องวงจรปิดสำหรับพฤติกรรมการเสพเมถุนกับสีกา จากคลิปที่เราได้รับมาตัวแรก เริ่มต้นตั้งแต่ 5 เม.ย.ของปีนี้ ส่วนคลิปที่ 2 คือ 17 ก.ค.ปีนี้ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะการทำมาเรื่อยๆ เชื่อว่ามีการทำมาแต่ก่อนแล้ว เพราะตัวสีกาก็อยู่ที่วัดมาเกือบ 20 ปีแล้วเมื่อสอบถามว่ามีสีการูปอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า หากมีพยานหลักฐานเพียงพอหรือถ้าเจอก็จะดำเนินคดีส่วนจะมีการพบเส้นเงินอื่นๆ ด้วยหรือไม่นั้น นอกจากสีกาเอ๋ พ.ต.ท.กฤษฎา กล่าวว่า ถ้าบอกว่าเส้นเงินพบคนเดียวมันก็แปลก มันก็พบเยอะ แต่ของสีกาเอ๋มีคลิปมาประกอบ และนี่เป็นมูลเหตุว่าทำไมพระ ถึงต้องยักยอกเงินวัด เพราะต้องเอาเงินไปดูสีกาอ่านข่าวที่เกี่ยวกับ "สมีโชติ" อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ช็อก! อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซุกทองคำ-เงินสดกว่าร้อยล้านในกุฎิค้นกุฏิ อดีตหลวงพ่อโชติ เจอเงินสดปึกใหญ่ซุกในลัง พบทองแท่งอีก 7 ล้าน ตร.ยึดไว้ตรวจสอบเปิดสาเหตุ กองปราบ ยึด โต๊ะกลมฉาว ออกจากวัดพุทไธศวรรย์สมีโชติ เครียดถูกสอบทั้งคืน ญาติ โผล่เยี่ยม บอก "ทนายเขาไม่รับทำคดี" เปิดคำให้การ สมีโชติ เผยความสัมพันธ์ สีกาเอ๋ เริ่มขึ้นกี่ปี ยึดเงินสด60ล้าน กองปราบยึดทรัพย์สิน ‘สมีโชติ’ เจอเงินสดซุกกุฏิ 144 ล้าน เงินในบัญชี 290 ล้าน พบทองหนัก 1,066 บาทอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตร.ลูกศิษย์ ‘สมีโชติ’ เปิดใจสืบเอง พบสายตาหลอกกันไม่ได้ สนิทสนมกันเป็นพิเศษ ก่อนพบเสพเมถุนติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: