ถึงว่า ทำไมชูวิทย์ต่อต้านพรรคส้ม เจ้าตัวพูดแล้ว ถึงบางอ้อทันที

"ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์คำชี้แจงจากหัวใจ“ทำไมชูวิทย์ต่อต้านพรรคส้ม”.ผู้คนสงสัยว่า เพราะเหตุใดจากที่ผมเคยสนับสนุนพรรคส้ม กลับมาต่อต้านพรรคส้มอย่างแข็งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้.ทำไมชูวิทย์ถึงเปลี่ยนไป?.ผมขอชี้แจงจากใจ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเอาเอง.แต่ผมมีหลักฐานยืนยันคำพูดทุกประการ.ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ พรรคการเมืองใหม่.ความเบื่อการเมืองเก่าๆ ที่มีระบบมุ้งรวมตัวกันแล้วต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีโดยใช้ระบบโควตา.มีการซื้อตัว มีรัฐมนตรีซ้ำๆ ใช้กรอบความคิดเดิมๆ ทำงาน และมีการคอร์รัปชั่นทั้งใต้ดิน บนดิน หรือตามน้ำ เพื่อนำไปเป็น “ทุนการเมือง“ ในครั้งถัดไป.ใช่ครับ “ผมเบื่อ” เพราะผมเคยเป็นนักการเมืองตั้งแต่ 20 กว่าปีก่อน.เคยเป็น “รองหัวหน้าพรรคชาติไทย” จนทะเลาะกับท่านบรรหารก็เรื่อง “การเมืองเก่า” นี่แหละ.จนท่านบรรหารนำไปฟ้องศาล แต่ศาลยกฟ้องทั้งชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์.แล้วทำไมผมจึงต่อต้านพรรคส้ม?.ผมต่อต้านพรรคส้มโดยมีธนาธรเป็นตัวบงการหลัก จึงต้องเน้นไปที่ธนาธร ไม่เกี่ยวกับคนอื่นๆ ของพรรคส้ม.ธนาธรไปตกลงดีลลับกับอนุทิน ในการสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย.อนุทินได้เป็นนายกฯ แลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 4 เดือน แล้วยุบสภา.ผมไม่ได้มองว่าอนุทินไม่เหมาะสม แต่มันเป็นเรื่องของหลักการ.เพราะผมรู้ทันว่าเป็นการ “พายเรือให้หนูนั่งนายกฯ“ (โพสต์ไว้เมื่อ 30 ส.ค. 68) โดยสาระสำคัญ คือ.หากให้อนุทินเป็นนายกฯ และพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล จะไม่ได้มาแก้รัฐธรรมนูญให้ แต่จะมาเตรียมการในการเลือกตั้งครั้งต่อไปแทน.รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง.โดยในระหว่างนั้นพรรคส้มยังไม่ได้เลือกตกลงสนับสนุนกับพรรคใด.แต่จากประสบการณ์ผมแน่ใจว่า ข้อตกลงใดที่พรรคส้มเสนอให้ทั้งภูมิใจไทย และเพื่อไทย ทั้งสองพรรคจะรับได้หมด.แลกกับการได้เป็นรัฐบาลในทำนองนักการเมืองเก่า คือ ”รับๆ ไว้ก่อน แล้วไปหาทางแก้กันทีหลัง”.เพราะการได้เป็นรัฐบาลคือการคุมอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด.ในส่วนพรรคภูมิใจไทยนั้น ผมยังบอกพรรคส้มว่า “จะดูไม่ออกเชียวหรือว่าพรรคน้ำเงินจะไม่มีวันแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจ สว.”.ใครจะแก้เพื่อลดอำนาจตัวเอง?.ผมยังลงลึกในโพสต์นี้ว่า “หากพรรคส้มตัดสินใจพลาดคะแนนพรรคจะตกต่ำกว่าเดิม จะพังเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยพังมาแล้วในอดีต“.โดยผมเสนอในขณะนั้นว่า ”ทางออกคือยุบสภา ล้างไพ่ใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน“.ในโพสต์ยังทิ้งท้ายว่า ”อย่ามั่นใจเกินไป ว่าการพายเรือให้บรรดานักการเมืองเขี้ยวลากดินทั้งหลายนั่ง จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่แว้งมากัดคนพายเมื่อถึงฝั่ง มันไม่มีสัจจะในหมู่นักการเมือง”.วันที่ 1 ก.ย. 68 ผมโพสต์ “พรรคประชาชนเสียงแตก” เพราะมีคนในพรรคส้มไม่เห็นด้วยกับการโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ ตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” มันผิดหลักการ.2 ก.ย. 68 โพสต์เน้น “ยุบสภาเป็นไฟต์บังคับ ดีกว่าปล่อยอนุทินเป็นนายก“.โดยขณะนั้นเพื่อไทยยื่นข้อเสนอ ”หากเลือกเพื่อไทยยุบสภาทันที“.พอถึง 4 ก.ย. 68 เท้งหัวหน้าพรรคส้ม ประกาศสนับสนุนอนุทินเป็นนายกฯ และบอกว่าตัวเองไม่ร่วมรัฐบาล ยอมไปเป็นฝ่ายค้าน.ผมได้โพสต์อีกในวันเดียวกันหลังทราบผลว่า ”เป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ“.พรรคส้มจะโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ โดยขณะนั้นอนุทินได้รวบรวมพรรคอื่นๆ เช่น พรรคกล้าธรรม เข้ามาร่วมด้วย.เพื่อรวมเสียงให้ได้มากที่สุด แล้วตั้งรัฐบาลด้วยการสนับสนุนของพรรคส้ม.สุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญไปติดที่ สว. ตามที่ผมบอกไว้ล่วงหน้าทุกประการ.และพรรคส้มยังถูกเยาะเย้ยเรียกว่าเป็น ”ฝ่ายค้ำ“ จากปากอนุทิน.ขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยเติบใหญ่ขึ้นมาเป็น ”คู่แข่งของพรรคส้ม“ ด้วยความสนับสนุนจากพรรคส้มเอง.ส่วนพรรคส้มกลับ ”ความนิยมถดถอย“ จากผลโพล 40% ที่ยังลังเลไม่เลือกใคร.นี่คือสิ่งที่ผมเตือนมาตลอดว่าเป็น ”ก้าวที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของพรรคส้ม”.แต่พรรคส้มไม่ฟังใคร ดื้อรั้น จนมองข้ามผู้สนับสนุนพรรคส้ม.ด้วยการเอาคะแนน 14.4 ล้านเสียง ไปมอบให้อีกฝั่ง (อนุรักษ์นิยม) ที่ว่าเป็นการเมืองเก่า ด้วยความสมยอมของตัวเอง.หลังจากอนุทินยุบสภา พรรคส้มไปจัดปิกนิก ”ขอโทษประชาชน“ แต่ไม่ได้ขอโทษที่เลือกพรรคภูมิใจไทยของอนุทิน.กลับกลายเป็นขอโทษที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จแทน.นอกจากดื้อรั้นแล้ว ยังไม่ยอมรับความจริงอีก.แล้วธนาธรยังมาขอโอกาสจากประชาชนให้สนับสนุนต่อ.ผมบอกว่า ”พรรคส้มทำผิดพลาดโดยไม่ฟังคำเตือนจากผู้สนับสนุน ด้วยความอ่อนประสบการณ์จนโดนหลอก แล้วยังมาขอโอกาสอีกครั้ง เดี๋ยวจะทำพังอีก“.แต่ธนาธรย้อนว่า.”ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าไม่ใช่หรือ? ที่ทำให้ประเทศฉิบหายมาถึงทุกวันนี้“.ดูเอาแล้วกัน นี่หรือคือ ”การเมืองใหม่“ ที่ธนาธรขายฝันให้บรรดาผู้สนับสนุน.นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผมไม่สามารถสนับสนุนบุคคลนี้ได้อีกต่อไป.แล้วในวันจัดอีเวนต์ “ปิกนิกขอโทษประชาชน”.ยังเปิดแผลบาดลึกเองอีกว่า “หากพิธาเป็นนายกฯ วันนั้น สถานการณ์ชายแดนจะไม่มาถึงจุดนี้”.และแล้วคลิปของพิธาที่เคยพูดว่า ”ทหารมีไว้ทำไม?“ จึงถูกขุดขึ้นมาประจานเป็นหอกทิ่มแทงพรรคส้มจนถึงทุกวันนี้.ทุกสิ่งทุกอย่างที่พังล้วนเกิดจากปากธนาธร ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคส้มทั้งสิ้น.มันเป็น ”ความรั้น” ของคนรวยเสียนิสัยที่ถูกตามใจมาแต่เด็ก.ทำให้โหวตเตอร์ที่เคยเป็นผู้สนับสนุนพรรคส้มต้องมาอยู่ฝั่งตรงข้าม.ภาพตามตลาดที่พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนทั่วไปไล่ผู้สมัคร สส. พรรคส้ม ปรากฏตามสื่อไม่เว้นแต่ละวัน.แทนที่จะได้รับการต้อนรับชี้แจงนโยบายของพรรค.กลับต้องมาชี้แจงคลิปด้อยค่าทหารของพิธา ด้วยการเริ่มต้นจากธนาธร.เห็นหรือยังว่าคนอย่างธนาธรเป็นคนประหลาดที่ไม่ได้รู้จักการเมืองดีพอ และที่สำคัญ ไม่รู้จักตัวเองเสียด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป.คนอย่างนี้หรือจะรู้จักประชาชน ในเมื่อแม้แต่ตัวเองยังไม่รู้จักถึงว่า ทำไมชูวิทย์ต่อต้านพรรคส้ม เจ้าตัวพูดแล้ว ถึงบางอ้อทันที


Posted

in

by

Tags: