ทนายแก้วลากคอ 5 แก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าคุก หลอกหนุ่ม19 สังเวย 10 ล้าน

ทนายแก้วลากคอ 5 แก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าคุก ฟ้องศาลอาญา หลอกหนุ่ม19 ทุบเซฟแม่ ขนทอง 10 ล้านสังเวย อ้าง DSI ขู่จับทนายแก้วลากคอ 5 แก๊งคอลเซ็นเตอร์เข้าคุก ฟ้องศาลอาญา หลอกหนุ่ม19 ทุบเซฟแม่ ขนทอง 10 ล้านสังเวย อ้าง DSI ขู่จับวันที่ 18 พ.ค. 69 นาย มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ทนายความชื่อดัง โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กเพจ “ทนายแก้ว” ระบุว่า เพื่อนๆ จำวันที่พี่เเก้วร้องไห้ได้ไหมครับ…ในรายการโหนกระแสเทปนั้น ที่มีน้องวัยรุ่นอายุ 19 ปี ก้มกราบขอโทษคุณแม่พร้อมกับพวงมาลัยกลางรายการ… สารภาพตามตรงว่า ภาพนั้นมันบีบหัวใจพี่แก้วมากๆ จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆ ครับวันนี้พี่แก้วเลยอยากมาเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนๆ ฟังอีกครั้ง เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยให้กับทุกครอบครัว เพราะมิจฉาชีพยุคนี้ มันไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ผู้หลักผู้ใหญ่แบบที่เราคุ้นเคยกันแล้ว แต่มันเล็งไปที่ "เด็กวัยรุ่น" ที่อาจจะเรียนหนักจนไม่ได้มีเวลาติดตามข่าวสารครับเรื่องมันเศร้าตรงที่… น้องมิก (นามสมมติ) กำลังนั่งเรียนอยู่ดีๆ ก็มีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหา อ้างตัวว่าเป็น "กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)" บอกว่าน้องมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงินระดับประเทศ พอโจรมันอ่านข้อมูลส่วนตัวและเลขบัตรประชาชนของน้องได้เป๊ะๆ เด็กที่ไม่เคยดูข่าวพวกนี้ก็ตกใจสิครับจากนั้นโจรมันก็งัดไม้ตาย สร้าง "ความกลัว" มาควบคุมเด็ก มันสั่งให้น้องปลีกตัวไปเปิดโรงแรมนอน เพื่อวิดีโอคอลคุยกันแบบห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด พวกมันใส่เครื่องแบบตำรวจเต็มยศ แถมมีโผล่มาอ้างตัวเป็น "ท่านนายพล" ทำให้น้องหลงเชื่อสนิทใจ ยอมโอนเงินเก็บหลักพันในบัญชีตัวเองไปให้พวกมันจนหมดแต่ความเหี้ยมของโจรมันไม่หยุดแค่นั้นครับ… มันหลอกถามจนรู้ว่าที่บ้านมี "ตู้เซฟ" ของคุณแม่ มันเลยขู่ว่าถ้าน้องไม่ยอมให้ความร่วมมือ คุณแม่จะโดนร่างแห โดนยึดทรัพย์และถูกจับติดคุกไปด้วยด้วยความที่น้อง "รักแม่" และไม่อยากให้แม่เดือดร้อน… น้องตัดสินใจกลับบ้านตอนที่ไม่มีใครอยู่ เอาสากกระเบือมาทุบตู้เซฟ! แล้วโกยสมบัติของคุณแม่ ทั้งทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ เครื่องเพชร และพระเครื่อง รวมมูลค่าเกือบ 10 ล้านบาท ใส่กระเป๋าไปให้พวกมันตรวจสอบที่น่าเจ็บใจสุดๆ คือ โจรมันไม่ได้ให้โอนหรือส่งไปรษณีย์นะครับ แต่มันสั่งให้น้องเรียกแกร็บ หอบทอง 10 ล้านไปทิ้งไว้ข้าง "ถังขยะ" แถวๆ สนามบาสย่านปากเกร็ด! โดยอ้างว่าเดี๋ยวจะมีตำรวจนอกเครื่องแบบมาเก็บไปตรวจเองแค่นั้นยังไม่พอ… วันรุ่งขึ้นมันยังหลอกให้น้องไปตีเนียนขอเงินแม่ 100 บาท เพื่อแอบส่องรหัสผ่านแอปธนาคาร แล้วแอบเอาโทรศัพท์แม่มาโอนเงินออกไปอีก 2 แสนกว่าบาท! กว่าคุณแม่จะรู้ตัว สมบัติที่หามาทั้งชีวิตด้วยความยากลำบากก็หายวับไปกับตา จนคุณแม่ถึงกับทรุด กรี๊ดลั่นบ้านเลยครับน้องไม่ได้มีเจตนาขโมยของแม่เลยครับ น้องทำไปเพราะความกลัว และอยากปกป้องแม่ แต่น้องแค่ก้าวตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของโจร ภาพที่น้องร้องไห้กราบแม่ในรายการ มันเลยเป็นความรู้สึกที่ทั้งน่าสงสารและน่าหดหู่ใจที่สุดแต่เรื่องนี้พี่แก้วและทีมงานไม่ปล่อยผ่านแน่นอนครับ! ล่าสุดพี่แก้วได้ดำเนินเรื่องนี้ต่อ โดยนำคดีขึ้นสู่ชั้น "ศาลอาญา" เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งเราสามารถตามลากคอผู้กระทำผิดมาเป็นจำเลยได้ทั้งหมด 5 คน ความคืบหน้าตอนนี้คือ จำเลยที่ 1, 3 และ 4 จำนนต่อหลักฐานและยอมรับสารภาพแล้วครับ ส่วนจำเลยที่ 2 และ 5 ยังคงให้การปฏิเสธ ซึ่งพี่แก้วขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า พี่แก้วจะสู้ให้ถึงที่สุด ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด จะไม่ยอมให้คนที่หากินบนความเดือดร้อนของครอบครัวคนอื่นลอยนวลแน่นอนครับ!สุดท้ายนี้… พี่แก้วอยากฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ทุกคนนะครับ โลกทุกวันนี้น่ากลัวกว่าที่เราคิด บางครั้งลูกหลานเราไม่ได้ทำผิดเพราะความดื้อรั้น แต่เขาแค่ "ไม่รู้" ลองหาเวลาว่างๆ นั่งทานข้าว แล้วหยิบยกข่าวพวกนี้มาเล่าให้ลูกๆ ฟังบ้างนะครับ ถือว่าเป็นการ "ฉีดวัคซีนป้องกัน" ให้เขา จะได้ไม่มีครอบครัวไหนต้องมาเสียน้ำตาและสูญเสียทุกอย่างแบบนี้อีก รักและห่วงใยทุกคนเสมอครับ พี่แก้ว (ทนายแก้ว)


Posted

in

by

Tags: