บ้านอดีต พ.ต.ท.หลังเดียวดื้อ! ไม่ยอมให้เทศบาลตั้งแนวป้องกันน้ำ หวั่นทำท่วมทั้งชุมชน นครปากเกร็ดไม่สน หลังเจรจาไม่เป็นผล ตั้งกระสอบทรายบนถนนหน้าบ้านหลังตลอดแนว หากรื้อออกแจ้งจับทันทีจากกรณีที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงสุดในฤดูกาลน้ำหลากนี้ ระดับน้ำสูงสุดที่ท่าน้ำนนทบุรีเมื่อเวลา 09.45 น.สูง 2.70 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตจังหวัดนนทบุรี เริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุวิวาทะขัดแย้งกันในชุมชนบางตลาดพัฒนา 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เกี่ยวกับเรื่องการสร้างแนวคันกระสอบทรายป้องกันน้ำท่วม จากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สูงขึ้นไม่ให้ไหลเข้าท่วมในชุมชนซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำและอยู่ติดริมแม่น้ำ หลังจากที่‘พ.ต.ท.’ อดีตตำรวจวัยเกษียณ ไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เทศบาลนครปากเกร็ด เข้าตั้งแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำท่วมโดยอ้างว่า หากปล่อยให้สร้างแนวคันกั้นน้ำหน้าของตนแล้ว จะทำให้บ้านของตนได้รับความเสียหายจากน้ำในแม่น้ำที่ไหลผ่านเข้ามาท่วมขังในบ้าน พื้นจะทรุดและผนังบ้านจะถูกน้ำท่วมขังได้รับความเสียหาย โดยที่ผ่านตนไม่เคยได้รับความเหลียวแลหรือช่วยเหลือจากทางราชการเลยหากจะมาสร้างแนวกั้นน้ำหน้าของตนก็ต้องปล่อยให้มีช่องทางระบายน้ำออกสู่ชุมชนบ้าง ไม่ใช่เอาบ้านของตนมาเป็นแนวกั้นน้ำเพียงฝ่ายเดียว หากน้ำมันจะท่วมมันก็ต้องเดือดร้อนด้วยกันทั้งชุมชน ไม่ใช่บ้านตนบ้านเดียว เพราะที่ผ่านมา ตนเคยยอมให้สร้างแนวคันกั้นน้ำมาแล้ว แล้วก็เดือดร้อนอยู่เพียงลำพังโดยไม่มีใครมาเหลียวแลหรือช่วยเหลือตนเลยต่อมา นายยุทธนา จิตต์บรรเทา สมาชิกสภาเทศบาล(ส.ท.)นครปากเกร็ด เดินทางมาเพื่อเจรจาขอสร้างแนวคันกระสอบทรายกั้นน้ำที่บริเวณหน้าบ้านของ พ.ต.ท. พร้อมด้วยกับตัวแทนชาวบ้านในชุมชนอีกรายคน แต่ปรากฎว่าในระหว่างการเจรจานั้น พ.ต.ท.เจ้าของบ้าน อ้างว่าที่ผ่านมาบ้านของตนก็เดือดร้อนเพราะถูกน้ำท่วมจนบ้นจะทรุด สีรอบบ้านก็ลอกหมด ไม่เห็นมีใครมาช่วย ทำให้ตัวแทนชาวบ้านบอกว่าจะรับผิดชอบทาสีบ้านใหม่ให้ และทาง พ.ต.ท.ไม่ยอมทำให้ทางนายยุทธนา ได้พยายามเจรจาขอความเห็นใจจาก พ.ต.ท. เพื่อให้เห็นกับคนในชุมชนอีกกว่า 300 หลังคาเรือนที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำในแม่น้ำที่จะไหลเข้าท่วมชุมชนชั้นใน แต่ทาง พ.ต.ท. จะให้สร้างแนวป้องกันด้วยกระสอบทรายหน้าบ้านตน แต่ก็ต้องเว้นช่องทางให้น้ำระบายออกไปได้ด้วย เพราะในปี 54 กับ 62 บ้านตนได้รับผลกระทบและเดือดร้อนอยู่คนเดียว หากมาทำให้น้ำกักขังอยู่ที่บ้านตนบ้านเดียวตนไม่ยอมทาง นายยุทธนา ได้พยายามชี้แจงว่า การสร้างแนวคันกระสอบทรายกั้นน้ำในจุดนี้สำคัญ และน้ำที่เอ่อท่วมบ้านของ พ.ต.ท. ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยานั้น จะไม่ท่วมขังเพราะมีจังหวะขึ้นลงตามปริมาณน้ำในแม่น้ำ มีน้ำขึ้นน้ำลง แต่ทาง พ.ต.ท. ไม่ยอม อ้างว่าเทศบาลไม่ได้มาเดือดร้อนกับตนด้วย และตนไม่แคร์ว่าชาวบ้านในขุมชนจะเดือดร้อนไปด้วย ตนอายุปูนนี้แล้วไม่ช้าก็ตาย แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาเหลียวแลดูแลตนตอนลำบากเลย และหากในปีนี้จะต้องมาเดือดร้อนด้วยกันทั้งหมด ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะตนก็เดือดร้อนเหมือนกัน การเจรจาจึงไม่เป็นผลหลังการเจรจากับทาง พ.ต.ท. เจ้าของบ้านซึ่งตั้งติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่สำเร็จ ทางด้านนายยุทธนา จึงตัดสินใจก่อสร้างแนวคันกั้นน้ำด้วยกระสอบทรายบนถนนหน้าบ้านของ พ.ต.ท.ต่อ โดยชี้แจงว่าพื้นที่บนถนนเป็นที่สาธารณะไม่ใช่ของ พ.ต.ท.ดังนั้นหากทาง พ.ต.ท.มารือกระสอบทรายออกทำให้น้ำไหลเข้าท่วมชุมชน ก็จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีทำลายทรัพย์สินทางราชการต่อไปด้านส.ต.มนตรี มานะสุข กรรมการชุมชนบางตลาดพัฒนา 1 กล่าวว่า สถานการณ์ในตอนนี้ ชาวบ้านในชุมชนบางตลาดพัฒนา 1 มีความกังวลใจว่าระดับน้ำจะมามากเหมือนปี 54 เพราะมีพายุลูกใหม่เข้ามา ประกอบกับทางเขื่อนเร่งระบายน้ำเพิ่มมากขึ้น ทางชุมชนและเทศบาลจึงต้องหาวิธีการป้องกันเพราะหากน้ำให้แม่น้ำเจ้าพระยาหนุนสูงกว่านี้จะมาตั้งแนวป้องกันไม่ทัน ก็จะทำให้ชุมชนในเขื่อนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากกว่า 300 หลังคาเรือนส่วนบ้านที่มีปัญหาไม่ให้สร้างแนวป้องกันนั้นตนก็พยายามคุยพยายามเอาเจ้าหน้าที่มาคุย ทั้งกรรมการชุมชนและเจ้าหน้าที่เทศบาล และสมาชิกสภาเทศบาลมาพูดคุยช่วยกันเคลียร์ให้ก็เป็นอย่างที่เห็น แต่สิ่งที่ตนเป็นกังวลอีกเรื่องก็คือ ปัจจุบันในชุมชนแห่งนี้มีเครื่องสูบน้ำอยู่เพียงสองเครื่องซึ่งต้องสลับใช้ในการสูบน้ำที่ไหลซึมเข้ามาในชุมชน โดยจะสลับเปลี่ยนกันไปมา แต่ถ้าหากเครื่องสูบน้ำทั้ง 2 เครื่องหรือตัวใดตัวหนึ่งเสียไปจากการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ชุมชนแห่งนี้ก็ท่วมจมน้ำแน่นอนตอนนี้ทางชุมชนจึงได้ประสานไปยังเทศบาลนครปากเกร็ดเพื่อขอนำเครื่องสูบน้ำสำรองมาติดตั้งไว้เพื่อความไม่ประมาท ขณะเดียวกันในตอนนี้ทางชุมชนได้ออกประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านนำรถยนต์ไปจอดที่ลานจอดรถของร้านพาร์คเกร็ดแทนแล้ว เพราะเกรงว่าหากน้ำในแม่น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ในชุมชนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจริง ๆ จะทำให้เคลื่อนย้ายรถกันไม่ทันอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทน.ปากเกร็ดปวดหัว ‘บ้านอดีต พ.ต.ท.’ หลังเดียว ไม่ยอมให้ตั้งแนวกันน้ำ อ้างห่วงบ้านพัง-ที่ผ่านมาไม่เคยดูแลติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่– Website : https://www.matichon.co.th
ทน.ปากเกร็ดปวดหัว ‘บ้านอดีต พ.ต.ท.’ หลังเดียว ไม่ยอมให้ตั้งแนวกันน้ำ อ้างห่วงบ้านพัง-ที่ผ่านมาไม่เคยดูแล
by
Tags: