‘ทรัมป์’ ประกาศรบยาว 1 เดือน ‘มัดรวม’ สิ่งที่คนไทยต้อง ‘รับมือ’ เริ่มจากเติมน้ำมันให้เต็มถัง!

“โดนัลด์ ทรัมป์” ประกาศด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว การสู้รบกับอิหร่านครั้งนี้ อาจยืดเยื้อถึง 1 เดือน แม้สงครามจะอยู่ในพื้นที่แถวตะวันออกกลาง ดูเหมือน “สงครามที่อยู่ไกล” อาจไม่เคยไกลจริงอีกต่อไป หลังความตึงเครียดระหว่าง อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลาง หากแต่เป็นแรงสั่นสะเทือนต่อระบบเศรษฐกิจโลกทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ราคาน้ำมัน เส้นทางเดินเรือ พลังงาน อาหาร ไปจนถึงตลาดการเงินทุกครั้งที่ ภูมิรัฐศาสตร์ปะทุ ราคาน้ำมันดิบจะผันผวนทันที เส้นทางขนส่งในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด นักลงทุนทั่วโลกปรับพอร์ตหนีความเสี่ยง เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันอย่างไทยต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่อาจพุ่งสูงขึ้น กดดันเงินเฟ้อ ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชนคำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า “ไทยเกี่ยวอะไรกับสงครามนี้” แต่คือ “ไทยพร้อมแค่ไหนกับแรงกระแทกที่กำลังจะมา” เพราะในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ความมั่นคงทางพลังงานไม่อาจแยกจากความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพมหภาคไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปเมื่อความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจและประเทศในตะวันออกกลางทวีความเข้มข้น ไทยจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ทั้งด้านพลังงาน การค้า การลงทุน ค่าเงินบาท และความเชื่อมั่นผู้บริโภค ควบคู่กับการวางแผนเชิงรุกเพื่อรับมือความผันผวนที่อาจยืดเยื้อกว่าที่คาดในวันที่โลกไม่แน่นอน คำตอบของไทยจึงไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่คือ “การเตรียมพร้อมเชิงโครงสร้าง” ตั้งแต่การกระจายแหล่งพลังงาน การบริหารสต๊อกน้ำมัน การดูแลค่าเงินบาท ไปจนถึงการสร้างกันชนทางเศรษฐกิจเพื่อปกป้องภาคธุรกิจและประชาชนจากคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นเสพข่าวต้องมี “สติ” อย่าตื่นตูมครั้งนี้ “Sustain Daily” จึงขอรวบรวมทางออก แนวทางที่คนไทย และผู้ประกอบการไทย ควรเตรียมพร้อมรับมือกับศึกสงครามที่ยืดเยื้อครั้งนี้ เริ่มจากคนไทยทั่วไป สิ่งสำคัญตอนนี้ต้องเสพข่าวอย่างมี “สติ” จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และ อย่าตื่นตูมจนเกินเหตุ เมื่อเกิดสงครามแถบตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันขนาดใหญ่ของโลกน้ำมันพุ่งแน่พลังงานสั่งรับมือผลกระทบแรก ๆ คือ “ราคาน้ำมัน” ย่อมผันผวนอย่างแน่นอน แม้ล่าสุดกระทรวงพลังงานออกมายืนยันแล้วว่า ปริมาณน้ำมันจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน ยังมีสต๊อกเหลือใช้กว่า 60 วัน รวมถึงสั่งให้บริหารสต๊อกน้ำมันให้ใช้เพียงพอ และมาตรการห้ามส่งออกน้ำมัน ซึ่งปกติไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันมากกว่า 90% ของปริมาณการใช้อยู่แล้ว ส่งออกไม่มากนัก แต่ที่ต้องติดตาม คือ ราคาน้ำมันจะดีดขึ้นไปเท่าไรล่าสุด “กระทรวงพลังงาน” ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงพลังงาน เช่น สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เกาะติดสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกระทบกับราคาน้ำมันในตลาดโลก และกระทบมาถึงราคาน้ำมันประเทศไทย โดยผู้บริหารได้สั่งการให้ดูแลราคาน้ำมันทุกชนิด ทั้งเบนซิน แก๊สโซฮอล์ และดีเซล เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพประชาชนมากนัก ซึ่งเวลานี้ ยังดูแลราคาน้ำมันทุกประเภท แต่ถ้าราคาน้ำมันขึ้นไปวิกฤติ ทะลุเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลไปมาก ๆ ก็ต้องเลือกดูแลราคาน้ำมันดีเซล ไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้ในการขนส่ง มีผลต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องก่อน“ถ้าวิกฤติเกินต้านจริง ๆ ก็ต้องเลือกดูแลราคาน้ำมันดีเซลเป็นหลัก ล่าสุดราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นไปแล้ว ประมาณ6-10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ถ้าเทียบกับราคาในประเทศ ถ้าไม่มีการเข้าไปดูแล ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับขึ้นไป2-3 บาท จากลิตรละ29.94 บาท จะปรับขึ้นไปเป็นลิตรละ32-33 บาทแล้ว แม้ขณะนี้กองทุนน้ำมันฯวันที่1 มี.ค. ในส่วนบัญชีน้ำมันจะบวกอยู่ที่40,313 ล้านบาท และภาครวมยังเป็นบวก2,459 ล้านบาท แต่ในส่วนบัญชีก๊าซแอลพีจี ยังติดลบอยู่37,854 ล้านบาท และมีหนี้ที่กองทุนฯ ยังต้องจ่ายอยู่ จึงต้องดูภาพรวมเป็นหลัก เพราะในอดีตฐานะกองทุนฯเคยติดลบมากกว่าแสนล้านบาท”แนะเติมให้เต็มถังแต่อย่ากักตุนเพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญ คือ คนใช้รถต้องเตรียมพร้อม เมื่อน้ำมันพร่อง หรือน้ำมันจะหมด ควรเติมให้เต็มถังเตรียมพร้อมไว้ก่อน แต่ไม่ต้องถึงขนาดเข็นถังน้ำมัน 200 ลิตร มาเติมกักตุนไว้ เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัย อย่าได้หาทำกัน!! ช่วงนี้ทำแค่เติมให้เต็มถังสม่ำเสมอพอจำเป็นต้องเดินทางต้องเช็กให้ถี่ส่วนเหตุจำเป็นหาก ต้องเดินทางไปตะวันออกกลาง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงนี้ ต้องคอยเช็กสถานะของไฟลต์อย่างต่อเนื่อง อย่าได้วางใจดูตารางบินเดิม เพราะตารางบินเดิมอาจเปลี่ยนไปแล้ว โดยให้เช็กจากเว็บไซต์และแอปพลิเคชันสายการบิน, เคาน์เตอร์สายการบิน หรือคอลเซ็นเตอร์์ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย โทร. 1772 รวมทั้งต้องติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนจากกระทรวงการต่างประเทศ หรือสถานทูตประเทศที่เราจะเดินทางไปอย่างใกล้ชิด, อย่าลืมตรวจสอบประกันการเดินทางที่ซื้อไว้ครอบคลุมอะไรบ้างทองคำต้องเล่นให้มีสติ“ทองคำ” เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับผลกระทบเร็ว จากสถานการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้ โดย “จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี” นายกสมาคมค้าทองคำ เตือนว่า ระยะสั้นราคาทองคำยังมีความผันผวนสูง นักลงทุนที่เข้าซื้อ-ขายตลาดระยะสั้น ต้องระมัดระวัง ปัจจัยสำคัญยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ว่าจะยืดเยื้ออย่างไร หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น ราคาทองคำอาจพุ่งแรง แต่หากยุติเร็วการปรับขึ้นอาจไม่รุนแรงมากนัก ส่วนแนวโน้มระยะยาว ประเมินว่า ราคาทองคำช่วงปลายปี 69 นี้ มีโอกาสแตะระดับ 90,000 บาทต่อบาททองคำ หรือประมาณ 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นโอกาสให้ผู้ที่เคยซื้อในช่วงราคาสูง หรือ ติดดอยอยู่ มีโอกาสฟื้นตัวได้ผู้ส่งออกตรวจสอบให้ดีหวั่นต้นทุนพุ่งขณะที่ผู้ประกอบการส่งออก “อัทธ์ พิศาลวานิช” นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน แนะให้เร่งวิเคราะห์ความเสี่ยงเส้นทางขนส่งไปยุโรป ต้องตรวจสอบว่าเส้นทางเดินเรือผ่านพื้นที่เสี่ยงหรือไม่ เช่น บริเวณอ่าวโอมาน ทะเลแดง และคลองสุเอซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของการขนส่งจากเอเชียไปยุโรป และควรวิเคราะห์เปรียบเทียบต้นทุนในแต่ละทางเลือก ได้แก่เส้นทางปกติผ่านทะเลแดงและสุเอซ และเส้นทางอ้อมแอฟริกาเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องในการขนส่งเพื่อประเมินว่าความเสี่ยงด้านต้นทุนและความล่าช้า,ผู้ส่งออกควรจัดทำวิเคราะห์ความไว เพื่อประเมินว่า หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งระหว่างประเทศ ต้นทุนโลจิสติกส์ในประเทศ ต้นทุนการผลิต (วัตถุดิบ พลังงาน ไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ) เพื่อให้สามารถบริหาร “ต้นทุนรวมของบริษัท” ได้อย่างแม่นยำทั้งหมดนี้เป็นแค่คำแนะนำรองรับสถานการณ์การโจมตีที่ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อถึงเมื่อไหร่ อย่างไร และจะเกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ เพราะ ณ เวลานี้ต้องยอมรับว่า โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว กติกาต่าง ๆ ที่ถูกวางไว้ เพื่อให้โลกอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ได้ถูกฉีกออกหมดแล้ว เพราะฉะนั้น“ทางรอด” ที่ดีที่สุด คือ ต้องมี“สติ” ดูแลตัวเองให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ.


by

Tags: