‘ทราย’ ซัดแรงเป็นแม่แค่ดีเอ็นเอ ไกล่เกลี่ยรอบสองไม่ลงตัว นัดแถลงศาล 8 ก.ค.

ที่ศาลแพ่งพระโขนงได้มีการนัดไกล่เกลี่ยครั้งที่ 2 ในคดีที่ นางจีรานุช ภิรมย์ภักดี ยื่นฟ้อง นายสิรณัฐ สก๊อต หรือ "ทราย สมุทร" เพื่อเรียกคืนทรัพย์มรดกของคุณตา โดยใช้เวลาเจรจานานกว่า 4 ชั่วโมง ซึ่งนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยว่า ตลอดการเจรจาทรายและคุณแม่ไม่ได้เผชิญหน้ากัน เนื่องจากศาลใช้วิธีแยกไกล่เกลี่ยคนละรอบ ทั้งนี้ ผลการเจรจายังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ แม้จะเห็นตรงกันในบางเรื่อง แต่ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังตกลงกันไม่ได้ ซึ่งไม่สามารถลงรายละเอียดได้เนื่องจากเป็นคำสั่งศาล ศาลจึงมีคำสั่งให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปเจรจากันเองนอกรอบเพื่อหาข้อสรุป และนัดให้มาแถลงความคืบหน้าต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีครั้งแรก หากถึงวันนั้นยังหาข้อสรุปไม่ได้ ศาลก็จะเดินหน้ากระบวนการพิจารณาคดีต่อไปความรู้สึกถึงแม่ "เป็นแม่แค่เชิงดีเอ็นเอ"เมื่อถามคุณทราย ว่าวันนี้คุณแม่มาไกล่เกลี่ยด้วยรู้สึกอย่างไรบ้าง ทราย บอกว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ส่วนความเป็นแม่เป็นลูกวินาทีนี้ ทราย ตอบว่าไม่มี “ทรายมีแม่แค่แม่บุญธรรมเท่านั้น ส่วนแม่คนนี้ก็เป็นแม่แค่เชิงดีเอ็นเอ”เผยข้อความจากผู้ใหญ่ "สิงห์" หลังพบ "เต้ ภูริต"พร้อมระบุต่อว่าเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ทรายได้ไปทานข้าวกับ นายภูริต ภิรมย์ภักดี หรือเต้ โดยมี พี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ไปร่วมด้วย เบื้องต้นได้มีการพูดคุยว่าควรมีการประชุมในตระกูลและต้องคำนึงถึงอนาคตของตนเองหลังจากที่กินข้าวและคุยกันวันนั้น ทรายก็ได้รับข้อความจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของ บริษัทสิงห์ฯ โดยข้อความระบุว่า “เมื่อคุยกับเต้ ก็ควรบอกเขาให้หมด และไม่ควรลงอะไรในโซเชียลอีกแล้ว”หลังรับข้อความ ทราย มองว่า ”ในความเป็นจริง ถ้าคุณแก้ไขตั้งแต่แรก คงไม่ถึงจุดนี้ เพราะชีวิตทรายพังไปเยอะเพราะเรื่องนี้ ทรายมีความทุกข์กับเรื่องนี้“ ซึ่งหลังจากการคุยและได้รับข้อความก็ไม่มีความชัดเจนอะไรเกิดขึ้นอีก ไม่มีการนัดวัน ทรายต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ มากกว่าข้อความที่ได้มา ทรายมองว่ามันน่าผิดหวัง เพราะมันไม่มีความชัดเจนอะไรลั่นไม่ขอปิดปาก ย้ำต้องมีทีมร่วมเจรจาส่วนการนัดวัน ขึ้นอยู่กับทางฝ่ายนั้นจะนัดมาเมื่อไหร่ เพราะมันเป็นความรับผิดชอบฝ่ายเขา พร้อมย้ำว่า ทรายไม่มีความประสงค์ที่จะปิดปากตัวเอง เพราะเรื่องดังกล่าวควรเป็นบทเรียนให้กับคนอื่น ไม่ใช่การสร้างภาพ เราควรแก้ไขเรื่องนี้ด้วยความจริงใจ เพราะมันส่งผลต่อผม หรือเด็กที่เคยเจอเรื่องแบบนี้และมันไม่เป็นผลดีต่อ บริษัทสิงห์ฯ ด้วยทราย ยังบอกอีกว่าพร้อมที่จะคุยเสมอแต่ทรายต้องเอาทีมของทรายไปด้วย เพราะเราไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่แต่งงานเข้าไป แต่เราเป็นเด็กที่โตในตระกูลนี้ บาดแผลมันลึกมาก มันคือความปลอดภัยของผมหวังตระกูลเปิดใจรับฟัง สู่การสร้างบรรทัดฐานสังคมและการที่ได้พบเต้ มองว่าเป็นทางออกที่ชัดเจนขึ้นแต่ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนในตระกูลว่าจะมีความยึดมั่น ยืนข้างความถูกต้องหรือไม่ ญาติหลายคน ฟังข้อความจากฝั่งแม่คนเดียวเพราะที่ผ่านมาทรายไม่ค่อยได้ไปงานในครอบครัว ทางครอบครัวก็บอกว่า อยากให้ทรายไปเล่าเรื่องให้ทางฝ่ายตระกูลฟัง ซึ่งทรายก็หวังว่าเค้าจะเปิดใจที่จะรับฟังทั้งที่ผ่านมา ทรายเคยติดต่อไปขอความช่วยเหลือทั้งคุณต๊อดและคนอื่น ทรายเชื่อว่าต๊อดคงไม่รู้ว่าทรายถูกข่มขืน รู้แค่ว่าทรายไร้บ้าน ทรายอยากให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานในสังคม หรือคนในตระกูลใหญ่ที่เคยเจอเรื่องแบบทรายให้ได้รับความยุติธรรม และทรายอยากกลับไปเป็นนักอนุรักษ์ เพราะนั่นคือสิ่งที่ทรายรัก และอยากจบเรื่องแบบนี้ให้เร็วที่สุดเพราะบอกว่ามันเป็นเรื่องน้ำเน่าผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้มีกลุ่มแฟนคลับมารอให้กำลังใจทรายตั้งแต่ช่วงเช้า และเข้าไปมอบดอกไม้ของขวัญที่ระลึก รวมทั้งขอถ่ายรูป พร้อมกับให้กำลังใจทรายอีกด้วย


Posted

in

by

Tags: