Mr.Dataทองคำร่วงแรงหลังสงคราม-1-เดือน_S2T-(เว็บ)_0.jpgสถานการณ์ทองคำโลกในรอบ 1 เดือนหลังความขัดแย้งอิหร่านปรับตัวลงแรงสวนทางสินทรัพย์ปลอดภัย จากแรงขายเชิงสภาพคล่อง ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า และการเทขายของธนาคารกลาง ขณะที่แนวโน้มระยะถัดไปเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว และทั้งปียังมีโอกาสปรับขึ้นต่อสัปดาห์นี้ Mr.Data ชวนมาอัปเดตสถานการณ์ราคาทองคำในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ภายหลังการปะทุของความขัดแย้งในอิหร่าน เผชิญกับความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ โดยราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวขึ้นตามบทบาทสินทรัพย์ปลอดภัย หากแต่กลับปรับตัวลดลงแรงจากจุดสูงสุดก่อนหน้าข้อมูลล่าสุดระบุว่า ราคาทองคำ Spot ปรับตัวลดลง 14.8% ในรอบ 1 เดือน และลดลง 11.5% เฉพาะในเดือนมีนาคม ขณะที่ราคาทองคำในประเทศปรับลดลงประมาณ 6,400 บาท หรือคิดเป็น 8.2% สะท้อนแรงกดดันจากทั้งตลาดโลกและอัตราแลกเปลี่ยนการเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกระแทกจากตลาดพลังงาน หลังอิหร่านใช้มาตรการกดดันอุปทานน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 44% ในเดือนมีนาคม และเพิ่มขึ้นรวม 70% ในไตรมาสแรกของปี ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นในหลายประเทศสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ตลาดการเงินปรับมุมมองต่อนโยบายการเงิน โดยประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และอาจคงนโยบายการเงินในระดับเข้มงวดต่อไป ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 2.3% ในช่วงเวลาเดียวกัน และกลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาทองคำนอกจากปัจจัยด้านมหภาคแล้ว ตลาดทองคำยังได้รับแรงกดดันจากพฤติกรรมการถือครองสินทรัพย์ของนักลงทุน ซึ่งมีการปรับลดสถานะการลงทุน (Positioning) และเพิ่มการถือครองเงินสดในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูงขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของธนาคารกลางบางประเทศยิ่งซ้ำเติมแรงกดดันในตลาด โดยธนาคารกลางตุรกีได้ขายทองคำออกมาประมาณ 58–60 ตัน ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เพื่อนำเงินไปพยุงค่าเงินลีราที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ส่วนรัสเซียได้ขายทองคำประมาณ 18 ตัน เพื่อนำไปใช้ชดเชยงบประมาณจากภาระค่าใช้จ่ายด้านการทหารแรงขายจากภาคทางการดังกล่าว ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลงมาทดสอบระดับ 4,420–4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงปลายเดือนมีนาคมฮั่วเซ่ง เฮง มองแนวโน้มราคาทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าทางด้านเทคนิคคาดกลับมาเป็นขาขึ้น หลังจากที่ในช่วงสงครามราคาทองคำปรับลงแรงจนลงไปต่ำสุดที่ 4,100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (SMA) 200 วัน มีแรงซื้อกลับเข้ามาจากแนวรับดังกล่าว ขณะที่จุดต่ำสุดของราคาทองคำยกสูงขึ้นต่อเนื่องและเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ราคาทองคำปรับขึ้นแรงทะลุผ่านแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA 100 วันได้ แต่ต้องยืนเหนือให้ได้จะทำให้ราคาทองคำมีแนวโน้มปรับขึ้นไปที่ 4,800 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 73,500 บาท) และจะมีแนวต้านสำคัญที่ 4,950-5,000 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 75,000-75,500 บาท) เป้าหมายของราคาทองคำ 1 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 5,200 ดอลลาร์ (ราคาทองไทย 77,500 บาท) ทั้งนี้มีเงื่อนไขว่าสงครามต้องไม่ยกระดับความรุนแรงและในที่สุดจบลงได้ในอีก 1 เดือนข้างหน้าสำหรับแนวโน้มในระยะกลางถึงยาว ภาพรวมยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงนอกจากนี้ การที่สิงคโปร์เร่งพัฒนาตัวเองเป็นศูนย์กลางการค้าทองคำในเอเชีย ทั้งในด้านการซื้อขาย การจัดเก็บ และการให้บริการรับฝากทองคำสำหรับธนาคารกลาง อาจเป็นอีกปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความต้องการในตลาดทองคำโลกในระยะยาว“การขยับตัวของสิงคโปร์ในครั้งนี้ เป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่า ทองคำยังคงได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกในระยะยาวสอดคล้องกับมุมมองของ YLG ที่ประเมินว่าทองคำปีนี้ยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น โดยให้เป้าหมายแรกที่ 5,596 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หรือประมาณ 86,600 บาท และหากผ่านได้ มีโอกาสขึ้นทดสอบระดับ 5,824 ดอลลาร์ หรือประมาณ 90,000 บาทต่อบาททองคำ”พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวนอกจากนี้ Nitesh Shah จาก WisdomTree แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมทองคำในช่วงที่ราคาปรับตัวลง โดยจัดสรรการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ประมาณ 15–20% ของพอร์ต และเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด….แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ส่งผลให้แนวโน้มหลักเปลี่ยนแปลง โดยตลาดยังคงมีโอกาสฟื้นตัวในระยะถัดไป หากปัจจัยเสี่ยงไม่รุนแรงขึ้น และแรงกดดันจากค่าเงินและนโยบายการเงินเริ่มผ่อนคลายลงในระยะต่อไปทองคำร่วงแรงหลังสงคราม-1-เดือน_0.jpg
ทองคำร่วงแรงหลังสงคราม 1 เดือน แรงขายธนาคารกลาง-ดอลลาร์แข็งกดตลาด ลุ้นฟื้นตัว เป้า 5,200–5,800 ดอลลาร์
by
Tags: