‘ทองคำ’ ดิ่งหนัก 18 วัน 7,500 บาท จากราคานิวไฮ

'ทองคำ' ดิ่งหนัก 18 วัน 7,500 บาท จากนิวไฮปีนี้ ฉุดทองคำแท่งหลุด 60,000 บาทวันที่ 28 ต.ค. 68 ราคาทองคำในประเทศผันผวนหนักต่อเนื่องในทุกๆ 5 นาที หลังจากเปิดตลาดร่วงไปรวดเดียว 600 บาท ตั้งแต่เปิดตลาด จากนั้นตลอดทั้งวันเปลี่ยนแปลงมากถึง 49 ครั้ง โดยภาพรวมปรับลดลงไป 2,650 บาท จากวันก่อนหน้า ส่งผลให้ทองคำแท่ง รับซื้อบาทละ 59,800 บาท ขายออกบาทละ 59,900 บาท หลุดระดับ 60,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 58,608.56 บาท ขายออกบาทละ 60,700 บาททั้งนี้ หากนับตั้งแต่ที่ราคาทองคำขึ้นไปในระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งทองคำแท่งทำราคาขายออกสูงสุดบาทละ 67,400 บาท และทองรูปพรรณบาทละ 68,200 บาท ระยะเวลาเพียง 18 วัน ทองคำร่วงไปมากถึง 7,500 บาทเกิดจากแรงเทขายของนักลงทุน หลังจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าระหว่างสหรัฐและจีน เริ่มคลี่คลายลง ซึ่งล่าสุดรัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า สหรัฐมีแนวโน้มบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับจีน ซึ่งจะทำให้สหรัฐหลีกเลี่ยงการเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 100% ขณะที่จีนจะยอมเลื่อนการควบคุมการส่งออกแร่หายาก และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐ มีกำหนดพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน นอกรอบการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้ ในวันพฤหัสบดีที่ 30 ต.ค. นี้นอกจากนี้ เกิดจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และแรงเทขายทำกำไร หลังจากราคาปรับขึ้นมาจากต้นปี 60% จากปัจจัยความต้องการซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดจนกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเดินหน้าปรับลดดอกเบี้ย และจากการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ปีนี้ราคาทองคำเหนือการคาดการณ์ทั้งขึ้นทั้งลง เพราะราคาปรับขึ้นไปแรงและลดลงรุนแรง ถือว่าผิดปกติ ทำให้สถานการณ์ร้านทองขณะนี้เ วลาที่ทองคำปรับขึ้นแรงจะมีคนมาซื้อ และเวลาทองคำปรับลงแรงจะมีคนมาขาย จากคาดการณ์ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ จะสามารถเจรจาการค้ากับ นายสี จิ้นผิง เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่วันที่ 29 ต.ค. นี้ เฟดจะมีการพิจารณาเรื่องปรับลดดอกเบี้ย จึงมีโอกาสที่ราคาทองคำปรับขึ้นได้บ้าง“ตอนนี้นักลงทุนอยู่ในช่วงสับสนว่าจะขายหรือซื้อดี แม้ราคาทองคำจะปรับลดลงมาเยอะ แต่คนที่จะเข้าซื้อก็ไม่กล้าซื้อ มีแต่คนขาย แล้วไม่มีคนซื้อเลย อีกทั้งยิ่งขายยิ่งปรับราคาลง จึงทำให้จิตใจคนไม่อยากลงทุน”


Posted

in

by

Tags: