“ทองคำ” พุ่งทะลุ 4,800 ดอลลาร์ นักวิเคราะห์ชี้แรงหนุนยังไม่จบ ลุ้นแตะ 5,000-7,000 ดอลลาร์

"ทองคำ" นิวไฮทะลุ 4,800 ดอลลาร์ จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ดอกเบี้ยแท้จริงสหรัฐขาลง นักวิเคราะห์ชี้แรงหนุนยังไม่จบ ลุ้นแตะ 5,000-7,000 ดอลลาร์วันที่ 21 มกราคม 2569 เวลา 13.18 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในวันพุธที่ผ่านมา ขยายแรงปรับขึ้นอย่างร้อนแรง ท่ามกลางการแสวงหาสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน หลังทำเนียบขาวส่งสัญญาณขู่ใช้มาตรการภาษี และความกังวลเกี่ยวกับการกลับมาของสงครามการค้าโลกปะทุขึ้นอีกครั้งการปรับขึ้นครั้งนี้ได้จุดชนวนการถกเถียงในหมู่นักลงทุนว่า ราคาทองคำจะสามารถเดินหน้าขึ้นไปได้ไกลเพียงใด หลังปี 2568 กลายเป็นปีประวัติศาสตร์ที่ราคาทองพุ่งแรงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหลังทำสถิติสูงสุดในปี 2568 ทองคำเปิดปี 2569 ด้วยโมเมนตัมที่ยังแข็งแกร่ง โดย นักวิเคราะห์ มองว่า ปัจจัยหนุนสำคัญยังคงอยู่ครบ ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (real interest rates) ของสหรัฐที่ปรับลดลง รวมถึงความพยายามของนักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกในการกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์ ซึ่งยิ่งตอกย้ำบทบาทของทองคำในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัยสูงสุดของโลก”**มุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย London Bullion Market Association (LBMA) คาดว่า ราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปีนี้ จากความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของสหรัฐจะลดลงอย่างต่อเนื่อง นโยบายผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ของธนาคารกลางหลายประเทศ ขณะที่ จูเลีย ดู นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสจาก ICBC Standard Bank มองว่า ราคาทองคำอาจปรับขึ้นไปได้สูงถึง 7,150 ดอลลาร์LBMA ระบุในรายงานคาดการณ์ว่า ทองคำยังคงเป็นประเด็นหลัก หลังจากปี 2568 ที่ทำสถิติสูงสุดอย่างถล่มทลาย สอดคล้องกับมุมมองของ Goldman Sachs ที่ย้ำว่าทองคำยังเป็นการลงทุนที่ธนาคารมีความเชื่อมั่นสูงที่สุด โดย แดน สตรอยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์โลกของ Goldman Sachs ประเมินว่า ราคาทองคำตามกรณีฐาน ณ สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ราว 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์สตรอยเวนอธิบายว่า การซื้อทองคำของธนาคารกลางเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในช่วงปี 2566 และ 2567 ก่อนที่แรงซื้อจะเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2025 จากอุปสงค์ของภาคเอกชน โดยนักลงทุนเอกชนเริ่มกระจายการลงทุนเข้าสู่ทองคำผ่านหลายช่องทางมากขึ้น ซึ่งสะท้อนจากกระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน ETF ทองคำ แม้จะแยกได้ยากว่าเป็นแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยหรือสถาบันโดย Goldman Sachs ระบุว่า อุปสงค์หลักมาจากกลุ่มบริษัทบริหารความมั่งคั่ง ผู้จัดการสินทรัพย์ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และกองทุนบำเหน็จบำนาญด้าน นิกกี ชีลส์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์โลหะมีค่าของ MKS PAMP มองว่า วัฏจักรขาขึ้นของทองคำรอบนี้ไม่ใช่ภาวะฟองสบู่เชิงเก็งกำไร และคาดว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นไปแตะ 5,400 ดอลลาร์ภายในปีนี้ โดยชี้ว่าปีที่ผ่านมาเป็นปีประวัติศาสตร์ของตลาดโลหะมีค่า โดยเฉพาะเงิน (silver) ที่ราคาพุ่งเกือบเท่าตัว ขณะที่ทองคำปรับขึ้นราว 60% แม้จะไม่คาดหวังการปรับขึ้นแรงเท่าเดิม แต่การเพิ่มขึ้นราว 30% ต่อปีถือว่ายังแข็งแกร่ง และสะท้อนเทรนด์ระยะยาวมากกว่าการพุ่งแบบฟองสบู่ชีลส์ยังระบุว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่ได้คลี่คลายลง ตรงกันข้ามเหตุการณ์ล่าสุด เช่น การเคลื่อนไหวของสหรัฐในเวเนซุเอลา และความพยายามของวอชิงตันในการแสดงอำนาจเหนือกรีนแลนด์ ยิ่งกระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าหาทองคำมากขึ้นพร้อมชี้ว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความต้องการปกป้องโลหะและทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์จะทวีความเข้มข้นตลอดทศวรรษนี้อ้างอิง : www.cnbc.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องบาทแข็งสูงสุดรอบ 4 ปี 10 เดือน นำภูมิภาค รับทองคำพุ่งนิวไฮ


Posted

in

by

Tags: