นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายทักษิณได้ยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง กรณีกรมสรรพากรดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้ภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2549กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งวินิจฉัยว่าการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานกรมสรรพากรชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้หนี้ภาษีตามการประเมินเป็นที่สุด โดยกรมสรรพากรได้เดินหน้าติดตามและเร่งรัดจัดเก็บภาษีจากนายทักษิณตามขั้นตอนนายวิญญัติระบุว่า นายทักษิณไม่ได้มีเจตนาโต้แย้งหรือไม่เคารพคำพิพากษาที่ถึงที่สุด แต่ประเด็นที่นำมาสู่การฟ้องคดีครั้งใหม่ คือวิธีการบังคับชำระหนี้ภาษีและการยึดหรืออายัดทรัพย์สินทั้งนี้ ฝ่ายทนายของนายทักษิณอ้างว่า เงินได้จำนวน 15,883.90 ล้านบาท ซึ่งถูกนำมาเป็นฐานเงินได้พึงประเมินสำหรับการชำระภาษีปี 2549 เป็นส่วนหนึ่งของเงินจากการขายหุ้นชินคอร์ปทั้งหมด 1,419,490,150 หุ้นอย่างไรก็ตาม เงินจากหุ้นดังกล่าวอยู่ในทรัพย์สินที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 เมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2553 ให้ตกเป็นของแผ่นดิน รวมมูลค่า 46,373.69 ล้านบาทแล้วนายวิญญัติจึงเห็นว่า การที่กรมสรรพากรเข้ายึดและอายัดทรัพย์สินของนายทักษิณเพิ่มเติม เป็นการบังคับที่ซ้ำซ้อนกับทรัพย์สินซึ่งตกเป็นของแผ่นดินตามคำพิพากษาดังกล่าวแล้วด้วยเหตุนี้ นายทักษิณจึงยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามกรมสรรพากรดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์เพิ่มเติมในส่วนที่ฝ่ายผู้ฟ้องเห็นว่าเป็นการบังคับซ้ำ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษานายวิญญัติกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณีที่กรมสรรพากรเคยระบุว่าจะติดตามทรัพย์สินของนายทักษิณทั้งในและต่างประเทศ และหากได้รับชำระภาษีไม่ครบถ้วน อาจพิจารณาดำเนินคดีล้มละลายว่า ฝ่ายนายทักษิณเห็นว่ากรมสรรพากรควรพิจารณาเรียกชำระจากเงินที่ตกเป็นของแผ่นดินและอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการคลัง แทนการยึดหรืออายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมสำหรับความเคลื่อนไหวของคดี ศาลภาษีอากรกลางนัดไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวในวันที่ 7 ต.ค. 2569 และนัดชี้สองสถานและสืบพยานในวันที่ 16 พ.ย. 2569ก่อนหน้านี้ กรมสรรพากรชี้แจงเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ว่า หลังคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ทำให้หนี้ภาษีตามการประเมินเป็นที่สุด กรมฯ ได้ดำเนินการติดตามทรัพย์สินทั้งในและต่างประเทศเพื่อบังคับชำระหนี้ภายใต้กรอบกฎหมาย และหากดำเนินการเร่งรัดแล้วได้รับชำระไม่ครบถ้วน จะพิจารณาดำเนินคดีล้มละลายต่อไป
“ทักษิณ” ฟ้องศาลภาษี ค้านสรรพากรยึดทรัพย์ “คดีหุ้นชิน” นัดไต่สวน 7 ต.ค.
by
Tags: