ทัวร์ลงก็ยอม! อ.ช้าง ขอพูดความจริง ปม ตชด. ยิงวิน ดับ 2 ราย

เรียกได้ว่าสังคมยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุสะเทือนใจในพื้นที่ตลาดห้วยขวาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตกเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงวินจักรยานยนต์รับจ้างจนมีผู้เสียชีวิต 2 รายเรียกได้ว่าสังคมยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด หลังเกิดเหตุสะเทือนใจในพื้นที่ตลาดห้วยขวาง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตกเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงวินจักรยานยนต์รับจ้างจนมีผู้เสียชีวิต 2 ราย กระทั่งกลายเป็นคดีใหญ่ที่ถูกพูดถึงอย่างหนักและสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลกออนไลน์ล่าสุดด้าน พ.ต.ท.ดร.ธนันวัฒน์ ธีรพัฒน์ชญากุล นายตำรวจและอาจารย์ประจำกลุ่มงานคณาจารย์ คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ออกมาโพสต์ข้อความให้แง่คิดและดึงสติเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก อาจารย์ช้าง มือปราบคอลเซ็นเตอร์ โดยระบุว่า ที่นี่ห้วยขวางกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่มหานคร Gotham ที่จะมีแบทแมนออกมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง โดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมายแบทแมนตัวจริงมันอาจจะเป็นมหาเศรษฐีบรูซ เวย์น ที่ใส่หน้ากากออกมากระชากลากโจร กำจัดคนเลวอภิบาลคนดี แต่ที่นี่ประเทศไทยนะครับ ไม่ใช่หนังฮอลลีวู๊ด ตอนนี้กระแสโซเชียลกำลังเดือดจัดกับเหตุการณ์ที่ตลาดห้วยขวาง กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้กับพี่วินมอเตอร์ไซค์ จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก และที่น่าตกใจคือ หลายคนแห่เข้าไปคอมเมนต์ชื่นชม ยกย่องให้คนยิงเป็น ฮีโร่ ที่กล้าลุกขึ้นมาจัดการกับคนพาลเข้าใจครับว่าสังคมเราทุกวันนี้มันอัดอั้น บางครั้งพอเจอความไม่ยุติธรรมหรือคนพาล เราก็อยากเห็นใครสักคนลุกขึ้นมาจัดการให้มันเด็ดขาด สะใจ แต่ขอให้พวกเรา ดึงสติ กันสักนิดครับ ลองมองทะลุความสะใจ แล้วเอาความจริงตามกฎหมายมากางดูกัน การกระทำที่เรากำลังปรบมือให้นั้น ในโลกของความเป็นจริง มันไม่ใช่การกระทำของฮีโร่ แต่มันคือ การกระทำความผิดทางกฎหมาย ครับ เหตุผลสำคัญที่เราต้องตระหนัก มีดังนี้ พกปืนเดินตลาด ไม่ใช่วิถีฮีโร่ การพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ แหล่งชุมชน หรือตลาด โดยไม่ได้อยู่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่หรือมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามกฎหมาย ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ อย่างชัดเจน กฎหมายไม่ได้ให้อภิสิทธิ์ใครพกปืนไปเดินตลาดเพื่อเตรียมตั้งตัวเป็นศาลเตี้ยครับอ้างป้องกันตัว แต่นี่คือ เกินสมควรแก่เหตุ กฎหมายให้สิทธิเราในการป้องกันตัวครับ แต่ต้อง ได้สัดส่วน กับภัยที่เข้ามาหาเรา ในกรณีนี้คู่กรณี ไม่มีอาวุธ เป็นเพียงการใช้กำลัง แต่การชักอาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงถึงชีวิตออกมายิงสวนไป ในทางกฎหมายถือเป็นการป้องกันที่เกินสมควรแก่เหตุ หลักการใช้กำลัง (Use of Force) เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนถูกฝึกมาอย่างดี (และ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไปถามตำรวจทุกคนได้) เพื่อให้รู้จักประเมินสถานการณ์และควบคุมอารมณ์ เรามีหลักการใช้กำลังจากเบาไปหาหนักหากคู่กรณีมามือเปล่า เจ้าหน้าที่มีทักษะและยุทธวิธีในการยับยั้งภยันตรายโดยไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธหนัก อาจจะใช้กระบอง สเปรย์พริกไทย ปืนช็อตไฟฟ้า ซึ่งสามารถ ใช้ทำอันตรายได้แต่ไม่ถึงชีวิต อาวุธปืนคือทางเลือกสุดท้ายที่จะใช้เพื่อปกป้องชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่ใช้เพื่อระงับเหตุวิวาทหรือระบายความโกรธแค้น สังคมเราต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ความสะใจลองคิดดูสิครับว่า หากเราสนับสนุนการกระทำแบบนี้ ปรบมือให้กับการใช้ปืนยิงคนมือเปล่าเพียงเพราะเราเกลียดชังพฤติกรรมของเขา วันหน้าเราจะยอมให้ใครก็ได้ที่มีปืน ออกมาพิพากษาชีวิตคนอื่นตามอำเภอใจอย่างนั้นหรือ ความถูกต้อง ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายเสมอครับ เพราะเมื่อไหร่ที่ความถูกต้องถูกขับเคลื่อนด้วยความสะใจและละเมิดกฎหมายเสียเอง เมื่อนั้นเราก็ไม่ต่างอะไรกับอาชญากรแล้วคุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ เห็นด้วยหรือไม่ว่าสังคมเราต้องการกฎหมายมากกว่าศาลเตี้ย คอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างมีเหตุผลด้านล่างนี้ได้เลยครับ และถ้าคุณเห็นว่าบทความนี้พอจะช่วยดึงสติสังคมเราได้ ฝากกดแชร์ ออกไปให้มากที่สุด เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้กับสังคมไทยครับ เหมือนอย่างที่ผมโพสต์ไปตั้งแต่แรกแล้วครับ ถ้าผมอยู่ในเหตุการณ์แบบนี้แล้วก็พกปืนอยู่กับตัว โดนรุมยำตีน ก็คงจะยับยั้งสติไม่อยู่เช่นกัน แต่ผมคงไม่เลือกที่จะพกปืน ติดตัวเพื่อความอุ่นใจ แล้วพร้อมจะไปมีเรื่องกับใครแน่นอนครับ ปืน เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ แต่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรมหลายคนชอบนโยบายคนดีมีปืน แต่ถามว่าทุกวันนี้ปืนอยู่ในมือคนดีสักกี่คน คนดีๆมีอาวุธปืนซื้อไว้ใส่ในเซฟที่บ้าน แต่อันธพาล พกปืน ก่อคดีมีให้เห็นทุกวัน ขับรถปาดหน้าไม่พอใจก็ใช้ปืน พูดถึงเรื่องปืนทีไรเดี๋ยวก็ทัวร์ลง เพราะหลายคนมักจะคิดว่าเอาไว้ป้องกันตัวเวลาเกิดเหตุ แต่ก็เพราะปืนนี่แหละครับที่ทำให้เหตุเกิด เพราะมันทำให้เราเป็นคนใจร้อน ใจใหญ่ จนลืมใช้สติถ้าเป็นตำรวจที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการ สืบสวน ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมที่มีหน้าที่โดยตรง การพกปืนเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่หากไม่มีหน้าที่ อยู่ระหว่างพักผ่อน หรือใช้ชีวิตส่วนตัว ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพาอาวุธปืนติดตัวไปทุกที่ อย่าอ้างว่า เพราะตัวเองเป็นตำรวจ หากมีเหตุการณ์ ใด ๆ เกิดขึ้น จะได้ใช้ระงับเหตุ ลองถามตัวเองอีกหลาย ๆ ที ว่าคุณกล้าหาญพอไหมที่จะปกป้องผู้อื่นด้วยจิตวิญญาณความเป็นตำรวจ ถ้าคำตอบของคุณเป็นเช่นนั้นจริงผมก็ขอยกย่องสรรเสริญว่า คุณคือ ตำรวจที่มีอุดมการณ์แรงกล้าโพสต์นี้การันตีว่าทัวร์ลงแน่นอน แต่ก็นั่นแหละครับ มันก็คงดีกว่า จะปล่อยผ่านเหตุการณ์นี้ แล้วไม่ให้บทเรียนอะไรกับสังคมเลย เพราะผมเป็นครูครับ เกิดเป็นครู โตเป็นครู ตายก็เป็นครู เป้าหมายสูงสุดขอเป็นอาจารย์ใหญ่สอนนักศึกษาแพทย์ บริจาคร่างกายที่โรงพยาบาลศิริราชมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้เป็นสักที แต่โพสต์แบบนี้บ่อย ๆ คงใกล้แล้วอ่านข่าวเพิ่มเติมช็อกหนัก! เพื่อน วิน ห้วยขวาง คนเดียวที่รอดจากอาวุธของ ตชด. สูญเสียอวัยวะสำคัญ ครอบครัวรับร่าง วินห้วยขวาง สะอื้นเผยลางบอกรักสุดท้าย คาใจโซเชียลเซฟ ตชด. ยันทำเกินกว่าเหตุ โดนข้อหาหนัก! ตชด. เปิดปากก่อนถูกฝากขัง หลังยิงวิน จยย. เสียชีวิต 2 ราย


Posted

in

by

Tags: