ทำความรู้จัก บาร์โค้ด หรือ Barcode เทคโนโลยีเส้นดำขาวที่หลายคนมองว่าแสนธรรมดา แท้จริงแล้วคือหนึ่งในนวัตกรรมที่เปลี่ยนโฉมระบบค้าปลีก โลจิสติกส์ และการแพทย์ทั่วโลกอย่างเงียบ ๆ ทุกวันนี้มีการสแกนบาร์โค้ดเกิดขึ้นนับหมื่นล้านครั้งต่อวันในซูเปอร์มาร์เก็ต คลังสินค้า โรงพยาบาล และแม้กระทั่งในอวกาศ เทคโนโลยีที่เริ่มต้นจากไอเดียง่าย ๆ บนผืนทราย กลายเป็นรากฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่จากหาดทรายสู่สิทธิบัตรบาร์โค้ดโลกจุดกำเนิดของบาร์โค้ดนั้นต้องย้อนกลับไปถึงปี ค.ศ. 1948 เมื่อ เบอร์นาร์ด ซิลเวอร์ (Bernard Silver) นักศึกษาจากสถาบัน Drexel Institute of Technology ในสหรัฐฯ บังเอิญได้ยินผู้บริหารซูเปอร์มาร์เก็ตร้องขอให้มหาวิทยาลัยช่วยพัฒนาระบบอ่านข้อมูลสินค้าอัตโนมัติที่จุดชำระเงิน ซิลเวอร์จึงนำแนวคิดนี้ไปปรึกษาเพื่อนของเขา นอร์แมน โจเซฟ วูดแลนด์ (Norman Joseph Woodland)โดยวูดแลนด์ได้แรงบันดาลใจขณะนั่งอยู่บนชายหาดไมอามี เขาใช้มือขีดรหัสมอร์สลงบนทรายแล้วลากเส้นให้ยาวออก กลายเป็นเส้นหนาและเส้นบาง ซึ่งต่อมากลายเป็นต้นแบบของบาร์โค้ด ทั้งคู่ยื่นจดสิทธิบัตรในปี 1949 และได้รับการอนุมัติในปี 1952 โดยแบบแรกเป็นลักษณะวงกลมซ้อนกันคล้ายเป้ายิงปืน เพื่อให้สแกนได้จากทุกทิศทางอย่างไรก็ตาม เส้นทางของบาร์โค้ดในช่วงเริ่มต้นไม่ได้ราบรื่นนัก ในช่วงทศวรรษ 1960 สมาคมการรถไฟแห่งสหรัฐฯ (Association of American Railroads หรือ AAR) พยายามนำเทคโนโลยีบาร์โค้ดไปประยุกต์ใช้กับระบบ KarTrak เพื่อระบุตู้รถไฟทั่วอเมริกาเหนือ แม้แนวคิดจะล้ำสมัยในยุคนั้น แต่ระบบกลับประสบปัญหาคราบฝุ่น โคลน และสภาพอากาศที่ทำให้เครื่องอ่านค่าผิดพลาดบ่อยครั้ง สุดท้ายจึงต้องยุติโครงการลง เหตุการณ์นี้สะท้อนว่าความท้าทายทางเทคนิคและข้อจำกัดของสภาพแวดล้อมยังเป็นอุปสรรคสำคัญของเทคโนโลยีบาร์โค้ดในยุคบุกเบิกมาตรฐานกลางบาร์โค้ดที่เปลี่ยนโลกค้าปลีกจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วงปี 1973-1974 เมื่ออุตสาหกรรมค้าปลีกสหรัฐฯ ต้องการมาตรฐานกลาง จึงกำหนดรหัส UPC หรือ Universal Product Code ขึ้นมา จอร์จ เลาเรอร์ (George Laurer) วิศวกรจาก IBM เป็นผู้พัฒนารูปแบบแท่งสี่เหลี่ยมแนวตั้งที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากพิมพ์ง่ายกว่าแบบวงกลม และหากหมึกเลอะ เส้นจะเพียงยาวขึ้นแต่ยังอ่านค่าได้วันที่ 26 มิถุนายน 1974 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การค้าโลก เมื่อซูเปอร์มาร์เก็ต Marsh ในรัฐโอไฮโอ ทำการสแกนสินค้าด้วยบาร์โค้ดเป็นครั้งแรกของโลก สินค้าชิ้นนั้นคือหมากฝรั่ง Wrigley’s Juicy Fruit แบบแพ็ก 10 ชิ้น นับแต่นั้น ระบบคิดเงินหน้าร้านทั่วโลกก็เปลี่ยนไปอย่างถาวรในช่วงพัฒนา IBM ยังเคยกังวลเรื่องความปลอดภัยของเลเซอร์ จึงมีการทดสอบกับลิงวอกเพื่อยืนยันว่าแสงเลเซอร์จากเครื่องสแกนไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา ก่อนนำมาใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์บาร์โค้ดทำงานอย่างไรหลักการของบาร์โค้ดคือการแปลงข้อมูลตัวเลขหรือตัวอักษรให้เป็นรูปแบบที่เครื่องจักรอ่านได้ ในกรณีของ UPC จะประกอบด้วยตัวเลข 12 หลัก แปลงเป็นเส้นสีดำและช่องว่างสีขาวที่มีความหนาบางต่างกัน โดยมีเส้นกำกับหัว กลาง และท้าย เพื่อบอกจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ทำให้สามารถสแกนกลับหัวได้กระบวนการอ่านค่าเริ่มจากเครื่องยิงแสงเลเซอร์หรือ LED ไปยังบาร์โค้ด เส้นสีดำจะดูดกลืนแสง ส่วนพื้นขาวสะท้อนแสงกลับ เซนเซอร์จะแปลงปริมาณแสงเป็นสัญญาณไฟฟ้าในรูปแบบ 0 และ 1 จากนั้นระบบคอมพิวเตอร์จะนำรหัสไปค้นหาในฐานข้อมูลเพื่อแสดงชื่อสินค้าและราคา กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีจากบาร์โค้ด 1 มิติ สู่ 2 มิติ และเศรษฐกิจดิจิทัลบาร์โค้ดแบบดั้งเดิม หรือแบบ 1 มิติ (1D) เช่น UPC และ EAN ถูกพัฒนาในช่วงต้นทศวรรษ 1970 โดยเฉพาะมาตรฐาน UPC ที่พัฒนาโดย จอร์จ เลาเรอร์ (George Laurer) วิศวกรของ IBM และประกาศใช้ในปี ค.ศ. 1973 ก่อนเริ่มสแกนจริงครั้งแรกในปี 1974 ส่วน ISBN สำหรับหนังสือเริ่มใช้ในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 1967 และปรับให้สอดคล้องกับระบบ EAN ภายหลังอย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของบาร์โค้ด 1 มิติ คือ ความสามารถในการเก็บข้อมูลได้เพียงตัวเลขหรืออักขระสั้น ๆ และต้องเชื่อมต่อฐานข้อมูลภายนอกเพื่อดึงรายละเอียดสินค้า ทำให้เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล ความต้องการบาร์โค้ดที่เก็บข้อมูลได้มากขึ้นในพื้นที่ขนาดเล็กจึงเพิ่มสูงขึ้นจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1994 เมื่อบริษัท เด็นโซ เวฟ (Denso Wave) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ เด็นโซ (Denso Corporation) ในเครือโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น พัฒนา QR Code หรือ Quick Response Code ขึ้นมา วิศวกรผู้นำทีมพัฒนาคือ มาซาฮิโระ ฮาระ (Masahiro Hara) เป้าหมายเดิมคือใช้ติดตามชิ้นส่วนยานยนต์ในสายการผลิตให้รวดเร็วและแม่นยำกว่าบาร์โค้ดแบบเดิมจุดเด่นของ QR Code คือสามารถเก็บข้อมูลได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน ทำให้บรรจุข้อมูลได้มากกว่าบาร์โค้ด 1 มิติหลายเท่า เช่น เก็บตัวเลขได้มากกว่า 7,000 หลัก หรืออักขระภาษาอังกฤษได้กว่า 4,000 ตัว อีกทั้งยังมีระบบ Error Correction ที่ช่วยให้สแกนได้แม้รหัสบางส่วนเสียหายและจุดที่สำคัญ คือ บริษัท เด็นโซ เวฟ (Denso Wave) ตัดสินใจไม่เรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์สิทธิบัตร โดยเปิดให้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานฟรี ทำให้ QR Code แพร่หลายอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยเฉพาะหลังยุคสมาร์ทโฟนที่มีกล้องในตัวในช่วงทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา QR Code กลายเป็นหัวใจของระบบชำระเงินดิจิทัลในหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศไทย ในไทย ระบบพร้อมเพย์ที่เปิดตัวในปี 2017 ภายใต้นโยบาย National e-Payment ทำให้การชำระเงินผ่าน QR Code เติบโตแบบก้าวกระโดด ปัจจุบันมีธุรกรรมผ่าน QR หลายสิบล้านรายการต่อวัน และมีมูลค่าการชำระเงินรวมระดับหลายล้านล้านบาทต่อปี สะท้อนว่าบาร์โค้ด 2 มิติได้ก้าวจากเครื่องมือในโรงงาน สู่โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มตัวองค์กร GS1 หรือ Global Standards 1 ผู้กำหนดมาตรฐานรหัส UPC ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่กำหนดและดูแลมาตรฐานบาร์โค้ดและรหัสสินค้าให้ใช้ร่วมกันได้ทั่วโลก ประเมินว่าบาร์โค้ดช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์และบริหารคลังสินค้าได้หลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าหลายล้านล้านบาททั่วโลก อีกทั้งยังช่วยลดความผิดพลาดของมนุษย์ เพิ่มความเร็วในการทำงาน และเพิ่มความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานบาร์โค้ดในอวกาศและโรงพยาบาลเทคโนโลยีนี้ยังถูกใช้บนสถานีอวกาศนานาชาติ หรือ ISS เพื่อระบุอุปกรณ์ ติดตามอาหาร และจัดเก็บข้อมูลตัวอย่างทางการแพทย์ของนักบินอวกาศ ช่วยให้การบริหารทรัพยากรในสภาวะไร้น้ำหนักมีประสิทธิภาพสูงสุดในภาคสาธารณสุข การใช้สายรัดข้อมือผู้ป่วยและฉลากยาที่มีบาร์โค้ด ช่วยลดความผิดพลาดในการให้ยาอย่างมีนัยสำคัญ งานวิจัยหลายฉบับระบุว่าสามารถลดอัตราความคลาดเคลื่อนทางยาได้มากกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ และประหยัดต้นทุนโรงพยาบาลได้หลายล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือหลายสิบล้านบาทบาร์โค้ดเส้นดำขาวที่ขับเคลื่อนโลกจากแรงบันดาลใจบนหาดทรายเมื่อกว่า 70 ปีก่อน บาร์โค้ดได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก เทคโนโลยีที่ดูเรียบง่ายนี้ไม่เพียงช่วยให้การซื้อขายรวดเร็วขึ้น แต่ยังสร้างมาตรฐานข้อมูลระดับสากล เชื่อมโยงผู้ผลิต ร้านค้า และผู้บริโภคเข้าด้วยกันในระบบเดียวในโลกที่กำลังก้าวสู่ยุค Internet of Things และปัญญาประดิษฐ์ บาร์โค้ดยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และอาจกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างโลกกายภาพกับโลกดิจิทัลอย่างแนบแน่นยิ่งขึ้นในอนาคตข่าวที่เกี่ยวข้อง“บาร์โค้ด” ใช้ทำอะไร นวัตกรรม Scan ตรวจสอบ ที่ปรากฎแทบทุกสินค้า และบัตรเลือกตั้งไทยNorthrop Grumman เปิดตัว "Project Talon" เครื่องบินรบไร้คนขับทำหน้าที่บินร่วมกับเครื่องบินขับไล่ F-35"โลจิสติกส์" ไทยเติบโตพุ่ง 9 แสนล้านบาทจับตา ความร่วมมือ จีน-อังกฤษ อาจเปลี่ยนอนาคตโลก เลื่อนปล่อยภารกิจ Ax-4 หลังพบการรั่วของออกซิเจนเหลว (LOx) ขณะตรวจสอบระบบ
ทำความรู้จัก “บาร์โค้ด” จากลายเส้นบนผืนทรายสู่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงโลก
by
Tags: