ทำเป็นขบวนการ! แฉพฤติการณ์กลุ่มอัจฉริยะ เรียกเงิน 2.5 ล้าน ผกก.ตม.

เปิดแผนตบทรัพย์! ‘อัจฉริยะ’ พร้อมพวก เรียกเงิน 2.5 ล้าน แลกหยุดไลฟ์แฉ ผกก.ตม. พบ “พ.ต.อ.” ผู้ร่วมขบวนการมีประวัติพัวพันโกงสหกรณ์ 47 ล้านเปิดแผนตบทรัพย์! ‘อัจฉริยะ’ พร้อมพวก เรียกเงิน 2.5 ล้าน แลกหยุดไลฟ์แฉ ผกก.ตม. พบ “พ.ต.อ.” ผู้ร่วมขบวนการมีประวัติพัวพันโกงสหกรณ์ 47 ล้านวันที่ 22 เม.ย.2569 จากกรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกจับนายนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านถนนพระรามหก ข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ทั้งนี้จากรายงานการสืบสวนพบว่าคดีดังกล่าว มี นายอัจฉริยะ พร้อมพวก ร่วมกันกรรโชกเงิน พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.3 บช.สตม.จำนวน 2.5 ล้านบาท นั้น เบื้องต้นมีการออกหมายจับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 6 รายสำหรับแผนประทุษกรรมของ กลุ่มผู้ต้องหา พบว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ เริ่มจากนายอัจฉริยะ ไลฟ์สดพูดโจมตีผู้เสียหาย เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนให้ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ ซึ่งอดีตเคยรับราชการอยู่ใน บช.สตม. รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.52 กับผู้เสียหาย เข้าไปเจรจาพูดคุย อ้างว่าสามารถประสานเจรจายุติเรื่องราวกับนายอัจฉริยะ ได้ เนื่องจากพ.ต.อ.กวินศักดิ์ รู้จักกับนายอัจฉริยะเป็นการส่วนตัว ก่อนที่ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ จะได้ไปนัดเจอกับนายอัจฉริยะและเป็นที่มาของการ เริ่มขบวนการ โดยนายอัจฉริยะ ได้ให้บุคคล 3 คน คือ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ /น.ส.วิภาดา ทนายความส่วนตัวของนายอัจฉริยะ และ ส.อ.สิทธิชัย คนขับรถของนายอัจฉริยะ มาเจอกับผู้เสียหาย คือ พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.3 บช.สตม. โดยครั้งแรกมีการเรียกเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติไลฟ์สดโจมตี แต่การเจรจาครั้งแรกยังไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้ทั้งหมดจึงแยกย้ายกันกลับไปต่อจากนั้นไม่นาน น.ส.วิภาดา ก็ได้โทรศัพท์ติดต่อไปหา พ.ต.อ.วัชรพล ผู้เสียหาย อีกครั้ง พร้อมกับข่มขู่ด้วยข้อเสนอที่หนักขึ้น และมีการเรียกเงินเพิ่มเป็น 2.5 ล้านบาท จากนั้นจึงได้นัดหมายเจรจากันเป็นครั้งที่สอง โดยให้ทั้งสามคนเดิมไปคุยกับผู้เสียหาย ซึ่งรอบนี้ตกลงกันได้ ผู้เสียหายยอมจ่ายเงิน 2.5 ล้านบาท จากนั้นมีการนัดหมายรับเงิน โดยทั้งสามคนเป็นคนไปรับเงินเช่นเดิมรายงายข่าวแจ้งด้วยว่า พ.ต.อ.กวินศักดิ์ เคยมีชื่อเก่าว่า พ.ต.อ.เพื่อน และมีประวัติเก่า พบว่า เคยมีเรื่องพัวพันกับคดีฉ้อโกงสหกรณ์ในพื้นที่ภาค 5 มูลค่าความเสียหาย 47 ล้านบาท และปัจจุบันยังเป็นคดีอยู่


Posted

in

by

Tags: