สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านทำให้เราได้เห็นภาพปฏิบัติการทางทหารมากมายบนโลกออนไลน์ และในฝั่งสหรัฐอเมริกานั้นมักเผยแพร่คลิปภาพที่อ้างว่าเป็นความสำเร็จในการโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ต่ออิหร่านTNN Tech จะชวนมาทำความเข้าใจว่า ทำไมในทุกภาพที่สหรัฐอเมริกา (และหลายกองทัพทั่วโลก)แปล่อยออกมา ถึงกลายเป็นภาพขาวดำไปได้ ทั้งที่อเมริกาเคลมว่าตัวเองมีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย แถมคุณภาพดูสู้วิดีโอ 4K บน youtube ยังไม่ได้เลย ดูเหมือนภาพปลอมด้วยซ้ำภาพทหารขาว – ดำ: กลลวงตามหลัก OPSEC ?ถ้าใครก็ตามที่คิดว่าภาพปฏิบัติการต่าง ๆ เป็นภาพปลอม หรือภาพตัดต่อ เพราะเป็นภาพคุณภาพต่ำ และยังเป็นภาพขาว – ดำ ก็อาจถือว่าเป็นไปตามความตั้งใจของสหรัฐอเมริกา ที่ทำตามกฎ OPSEC (Operational Security) หรือกฎการปกปิดความลับในปฏิบัติการทางทหารในทางทฤษฎีแล้ว ทั้งหมดนี้อาจเป็นการปกปิดขีดความสามารถที่แท้จริงของตัวภาพ ปฏิบัติการ หรือเซนเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาใช้ในการทำภารกิจ ทำให้ผู้รับสารไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ภาพที่เห็น คือขีดความสามารถในการรับข้อมูลที่ดีที่สุดเท่าที่สหรัฐอเมริกามี หรือว่าเป็นการบีบอัดภาพและลดสเปกวิดีโอมากันแน่ หรือว่าแย่กว่าที่เห็นแต่เอามาตัดต่อเพิ่มคุณภาพภาพภายหลัง ก็ไม่มีใครทราบภาพทหารขาว – ดำ: เพราะแตกต่างจากกล้องปกติแต่ถ้าไม่พูดถึงเรื่องการปกปิดความลับ สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ภาพที่เราได้เห็นตามข่าวเป็นภาพขาวดำ มาจากกล้องที่ใช้สำหรับคนทั่วไป ภาพที่ได้ควรเห็นสีสันสวยงาม คมชัดตระการตา แต่สำหรับทหารทุกประเทศ การได้ภาพสีที่สวยงาม อาจเป็นอันตรายได้ด้วยซ้ำ เพราะสิ่งที่ทหารต้องการเห็นในภารกิจ คือการหาความต่าง แยกแยะเป้าหมายกับพลเรือนให้ไวและแม่นยำที่สุด และสิ่งที่ทำให้สับสนได้ง่ายที่สุด ก็คือสีสันที่สวยงามนั่นเองด้วยเหตุนี้ กล้องที่ทหารใช้ในการค้นหาเป้าหมาย จึงไม่ใช่แค่กล้องปกติ แต่เป็นกล้องตรวจจับความร้อนด้วยรังสีอินฟราเด (Forward-Looking Infrared / FLIR) ที่สร้างความแตกต่างด้วยความร้อน และแสดงภาพเป็นความสว่าง – มืด แทน เช่น เครื่องยนต์ที่ร้อนจัด หรือร่างกายมนุษย์ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่าสภาพแวดล้อม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ สำคัญและจำเป็นต่อภารกิจมากกว่าภาพทหารขาว – ดำ: ปัจจัยรบกวนมหาศาลนอกจากนี้ ภาพที่ได้จากการติดตามเป้าหมาย ส่วนใหญ่มาจากระบบค้นหาเป้าที่ติดตั้งบนเครื่องบินรบ หรือเรียกว่ากระเปาะชี้เป้า นั้นบินเหนือเป้าหมาย 15,000 – 30,000 ฟุต หรือที่ความสูงระดับ 5 – 9 กิโลเมตรกล้องที่ติดบนกระเปาะชี้เป้า จะต้องซูมทะลุชั้นเมฆ และเผชิญภาวะการบิดเบี้ยวของแสงจากอากาศ หรือ Atmospheric Distortion ฝุ่นควัน ไอร้อน ซึ่งทำให้ภาพนั้นมีสัญญาณรบกวนและที่สำคัญไปกว่านั้น กล้องที่ว่านี้ จะต้องทำงานได้ที่อุณหภูมิ -50 องศาเซลเซียส ทนแรงกระแทก (G-force) มหาศาล ทนความชื้น และทนแรงระเบิด ในกรณีบินเข้าไปใกล้กับเป้าหมายมาก ๆทำให้กองทัพบางประเทศ ยังยอมเลือกใช้กล้องที่ภาพความละเอียดน้อยกว่า HD แต่ทนทาน มากกว่ากล้องทั่วไป ที่แม้จะให้ภาพชัด แต่อาจทำงานไม่ได้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแทนด้วยเหมือนกันข่าวที่เกี่ยวข้องอิหร่านระดมเรือเล็กหลายร้อยลำ วางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซอินเดียวิกฤต "ก๊าซหมดประเทศ" ร้านอาหารใช้ฟืน หลังฮอร์มุซถูกปิดลุกลาม! "ซิตี้แบงก์" ปิดสาขาในยูเออี-"HSBC" ปิดทั้งหมดในกาตาร์"CRC" ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน ลุยสาขาใหม่ไทย-เวียดนามจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าทรัมป์ส่งทหารอเมริกันไปรบที่อิหร่าน?
ทำไมภาพวิดีโอจากภารกิจทางทหารยังเป็นขาวดำ หรือเพราะเป็นภาพปลอม !?
by
Tags: