ทำไม “เอสตาดิโอ อัซเตกา” ถึงเป็นงานหินของอังกฤษในฟุตบอลโลก?

เปิดเบื้องลึกความได้เปรียบของเม็กซิโกบนพื้นที่สูงกว่า 2,200 เมตร อุปสรรคใหญ่ที่ทัพสิงโตคำรามต้องเร่งหาทางรับมือ เพื่อหวังทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จเหตุผลที่ "พื้นที่สูง" เป็นอุปสรรคสำคัญของอังกฤษ ดวล เม็กซิโกอังกฤษจำเป็นต้องรับมือกับบททดสอบครั้งใหญ่ หากหวังผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก โดยเกมกับ เม็กซิโก เจ้าภาพร่วม จะลงเล่นที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา ในกรุงเม็กซิโกซิตี ซึ่งตั้งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 2,200 เมตร เลยทีเดียวเพื่อมองให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น "เดอะ ฮอว์ธอร์นส์" สนามเหย้าของ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ซึ่งถือว่าอยู่ในจุดที่สูงที่สุดในประเทศอังกฤษ ยังมีความสูงเพียง 168 เมตร จากระดับน้ำทะเลเท่านั้นสถิติยังแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบของเจ้าถิ่นจากสภาพแวดล้อมดังกล่าว โดยเม็กซิโกแพ้ที่เอสตาดิโอ อัซเตกา เพียง 2 นัด จากทั้งหมด 89 เกม และแน่นอนว่านี่คือความได้เปรียบมหาศาลของเจ้าภาพร่วมอย่างแท้จริงการเล่นบนพื้นที่สูงขนาดนี้จึงอาจสร้างปัญหาอย่างมากให้กับแข้งอังกฤษ โดยอาการที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ หายใจถี่ เหนื่อยล้าเร็วกว่าปกติ และผลกระทบจากปริมาณออกซิเจนที่ลดลงในอากาศพื้นที่สูงได้เปรียบจริงหรือ?คำตอบคือได้เปรียบอย่างมาก เพราะการลงเล่นฟุตบอลบนพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถือเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะทีมชาติอังกฤษที่จะไม่ค่อยต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมเช่นนี้บ่อยนักประวัติศาสตร์การเผชิญหน้า: ครั้งล่าสุดที่อังกฤษลงเล่นที่เอสตาดิโอ อัซเตกา คือศึกฟุตบอลโลกรอบก่อนรองชนะเลิศปี 1986 ซึ่งแพ้ให้กับอาร์เจนตินา 1-2 โดยเกมนั้นเป็นที่จดจำจากประตู "หัตถ์พระเจ้า" อันโด่งดัง และประตูฉายเดี่ยวสุดคลาสสิกของ ดีเอโก มาราโดนาความคุ้นเคยของเจ้าถิ่น: สำหรับทีมจากอเมริกากลางและอเมริกาใต้ การแข่งขันบนพื้นที่สูงถือเป็นเรื่องคุ้นเคย หลายชาติถึงกับเลือกใช้สนามที่ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงเป็นสนามเหย้า เพื่อสร้างความได้เปรียบและทำให้คู่แข่งปรับตัวได้ยากกรณีศึกษา: เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปี 2017 ที่โบลิเวียเปิดบ้านพบกับบราซิล ในกรุงลาปาซ ซึ่งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 3,660 เมตร งานนี้ทำให้แข้งแซมบ้าบางคนถึงกับต้องใช้ออกซิเจนช่วยหายใจหลังจบการแข่งขันเลยทีเดียวเมื่อเล่นฟุตบอลในพื้นที่ระดับสูง ร่างกายจะรู้สึกอย่างไร?การลงเล่นที่สนามเอสตาดิโอ อัซเตกา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ความกดอากาศของโลกจะลดลง ทำให้อากาศเบาบางกว่าเดิม ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนที่เข้าสู่กระแสเลือดลดลงตามไปด้วยสภาพดังกล่าวก่อให้เกิดอาการที่ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างชัดเจน เช่น:หายใจไม่ทันหัวใจเต้นเร็วขึ้นภาวะขาดน้ำความเหนื่อยล้าอย่างหนักไนเจล รีโอ-โคเกอร์ อดีตกัปตันทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเคยลงเล่นให้กับมอนทรีออล อิมแพ็ค ในศึกคอนคาเคฟ แชมเปียนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ที่เอสตาดิโอ อัซเตกา เมื่อปี 2015 ได้กล่าวถึงประสบการณ์ของเขาว่า สนามแห่งนี้ต้องใช้พละกำลังมากที่สุดเท่าที่เคยเล่นฟุตบอลมา "หายใจก็ลำบาก และต้องออกแรงให้ถูกจังหวะไม่งั้นหมดแรงเอาได้ง่ายๆ"มีอะไรที่สามารถทำเพื่อแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่?อังกฤษได้เตรียมตัวรับมือสถานการณ์นี้มาตั้งแต่การจับสลากฟุตบอลโลกในเดือนธันวาคม ซึ่งทำให้พวกเขามีเส้นทางที่อาจต้องไปลงเล่นที่กรุงเม็กซิโกซิตี หากผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่ม แอลอย่างไรก็ตาม ทัพ “สิงโตคำราม” ซึ่งมีศูนย์ฝึกซ้อมอยู่ห่างออกไปถึง 1,664 ไมล์ ที่เมืองแคนซัสซิตี สหรัฐอเมริกา ยังคงเผชิญข้อจำกัดจากตารางการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ที่ค่อนข้างแน่นโธมัส ทูเคิล กุนซือชาวเยอรมัน อธิบายถึงสถานการณ์ว่า แนวทางที่ถูกแนะนำมีอยู่สองแบบ:การเดินทางไปปรับตัวล่วงหน้าประมาณ 10 วัน: ซึ่งนานเกินไปสำหรับทีมการเดินทางไปแบบกระชั้นชิดก่อนแข่งขัน: ซึ่งไม่สามารถทำได้ตามข้อกำหนดเขายังระบุเพิ่มเติมว่า บางทีมเลือกเดินทางไปถึงในช่วงเวลาสุดท้ายของวันแข่งขัน แต่ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด สภาพความเสียเปรียบก็ยังคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ในส่วนของการเตรียมความพร้อม นักเตะอาจใช้วิธีฝึกซ้อมในเต็นท์จำลองสภาพพื้นที่สูง หรือสวมหน้ากากฝึกซ้อมที่ช่วยจำลองสภาวะออกซิเจนต่ำ เพื่อเลียนแบบสภาพแวดล้อมที่จะต้องเผชิญในการแข่งขันจริงกีฬาอื่นๆ รับมือกับ “พื้นที่สูง” อย่างไร?รักบี้ทีมชาติอังกฤษจะต้องลงสนามพบกับแอฟริกาใต้ ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก โดยสนามเอลลิส พาร์ค สเตเดียม ซึ่งตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,753 เมตร ทีมเยือนตัดสินใจบินไปถึงตั้งแต่วันพุธเพื่อปรับตัวล่วงหน้ามุมมองผู้เชี่ยวชาญ: นาธาน เบียร์ดสลี่ โค้ชด้านความแข็งแรงและสภาพร่างกาย อธิบายว่าปัญหาหลักของการเล่นในพื้นที่สูงคือ “อาการเหนื่อยหอบ” เนื่องจากบรรดานักกีฬาพยายามฟื้นลมหายใจหลังการใช้แรงซ้ำๆความแตกต่าง: ในเกมที่เล่นในอังกฤษ ร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ จึงสามารถฟื้นตัวได้เร็วระหว่างจังหวะการเล่น แต่เมื่ออยู่ในพื้นที่สูง การฟื้นตัวจะทำได้ยากกว่าอย่างมากบทเรียนจากอดีต: ย้อนกลับไปเมื่อ 8 ปีก่อน อังกฤษเคยนำ 24-3 แต่กลับพ่ายให้แอฟริกาใต้ 42-39 ที่โจฮันเนสเบิร์ก ซึ่งสะท้อนให้เห็นผลกระทบของสภาพความสูงต่อเกมได้อย่างชัดเจนด้าน เจมี่ จอร์จ นักรักบี้ตัวเก๋า ยอมรับว่าทีมเคยประเมินเรื่องการเตรียมตัวต่ำเกินไปในอดีต แต่ครั้งนี้พวกเขาอยู่ที่พื้นที่ดังกล่าวนานพอเพื่อปรับตัวให้พร้อม ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าแนวคิดที่ว่าเป็นเพียงเรื่อง “สภาพจิตใจ” อย่างเดียวนั้นไม่ถูกต้องทั้งหมด และมีหลักฐานชัดเจนว่าปัจจัยทางร่างกายมีผลจริงขณะเดียวกัน สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ได้ประสานงานกับสมาคมรักบี้ และฝ่ายโอลิมปิก เพื่อรวบรวมข้อมูลให้กับ ทูเคิล กับทีมสตาฟฟ์ สำหรับนำไปใช้เพื่อวางแผนรับมือเกมที่เม็กซิโกซ้อมในพื้นที่จำลองเพื่อสร้างความคุ้นชินอเล็กซ์ ดาวเซตต์ อดีตนักปั่นจักรยาน มองว่าทีมชาติอังกฤษควรให้ความสำคัญกับการเตรียมตัวเรื่อง “พื้นที่สูง” มากกว่านี้เขาเคยทำสถิติการปั่นหนึ่งชั่วโมงที่เมืองอากวสกาเลียนเตส ซึ่งอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,887 เมตร ในปี 2021 โดยเขาเล่าว่าตนเองเคยใช้ชีวิตฝึกซ้อมอยู่ที่ระดับความสูงราว 2,000 เมตร ในอันดอร์ราเป็นเวลานานดาวเซตต์ อธิบายว่า การฝึกในที่ที่มีความสูงไม่ได้หมายถึงแค่การลงแข่งบนพื้นที่สูงเท่านั้น แต่การ “นอนและใช้ชีวิต” ในสภาพอากาศเบาบางก็ช่วยให้ร่างกายพัฒนาขึ้น และทำให้กลับไปทำผลงานได้ดีขึ้นเมื่ออยู่ระดับน้ำทะเลวิธีนี้ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายขนส่งออกซิเจนได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความทนทานและการฟื้นตัว พร้อมอธิบายเชิงเปรียบเทียบว่า การออกแรงซ้ำๆ ในฟุตบอล เช่น การวิ่งสปรินต์และการเพรสซิ่ง ล้วนต้องอาศัยความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากระดับออกซิเจน


Posted

in

by

Tags: