“ท็อป วราวุธ” จะทิ้งมรดกพ่อ เพื่อโอกาสแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย!? ** จังหวะนรกของพรรคส้ม!! “คดี44สส.”ในมือป.ป.ช จะชี้มูลความผิดอย่างช้าธันวาคมนี้

ข่าวปนคน คนปนข่าว++ "ท็อป วราวุธ" จะทิ้งมรดกพ่อ เพื่อโอกาสแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย!?ตอนนี้การเมืองไทยเหมือนกับสภาพดินฟ้าอากาศท่ามกลางกระแส “ฝนตก ขี้หมูไหล” นักการเมืองแห่แหนเข้าสังกัดสีน้ำเงิน ฝ่ายสีแดง ก็พยายามสร้างภาพให้ดูว่าพรรคยังยิ่งใหญ่ แถมจะมีเซอร์ไพรส์ ออกมาให้คอการเมืองได้ฮือฮาแต่นี่ก็ไม่รู้จะเป็นเรื่อง “ฮือฮา” หรือ “ฮา”อย่างเดียว จากข่าวลือให้แซ่ดว่า "ท็อป" วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าค่าย ชาติไทยพัฒนา ทายาทการเมือง “บรรหาร ศิลปอาชา” นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 แห่งเมืองขุนแผนสุพรรณบุรี อาจจะควบรวมกับพรรคเพื่อไทย!แถมลือกันไปไกลถึงขั้นที่ว่า “ลูกท็อป” อาจจะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ หรืออาจจะถึงขั้นเป็น 1 ในแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีเลยทีเดียว!นี่ถ้าเป็นเรื่องจริงคงต้องเรียกว่าเป็น "ดีล" ที่หลายคนไม่คาดคิด ซึ่ง "สมศักดิ์ เทพสุทิน" แกนนำพรรคเพื่อไทย ก็ออกโรงมาสยบกระแสว่า ยังเร็วไปที่จะพิจารณาในเรื่องนี้แต่ไม่ว่า "สมศักดิ์" ที่ดูเหมือนปฏิเสธ แต่เรื่องราวที่แพร่สะพัด ก็ห้ามกันไม่อยู่เริ่มจากการวิเคราะห์ว่า ตอนนี้ “พรรคเพื่อไทย” ต้องการจุดเปลี่ยน ในตัว “แคนดิเดตนายกฯ” เพราะช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาใช้เปลืองไปเยอะ ตั้งแต่ "เศรษฐา ทวีสิน" มา "แพทองธาร ชินวัตร" ลูกสาวนายใหญ่ มา "ชัยเกษม นิติสิริ " จนมาถึงข่าวว่า จะผลักดัน “ลูกเขยทักษิณ” ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่มาสืบทอดก็ตามไปๆ มาๆ มาที่ “ท็อป-วราวุธ” ที่เชื่อว่าอาจเป็น "ทีเด็ด" ที่จะเสริมแกร่งให้พรรคงานนี้เลยมีกระแสว่ากำลังมีการ "พูดคุย" กันอย่างเข้มข้น อยู่เบื้องหลัง!จริงจังถึงขั้นที่ว่า ท่าทีของ “หนูนา” กัญจนา ศิลปอาชา ที่เหมือนจะออกมาเบรกเอี๊ยด…ว่า ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ ขอให้รอฟังความชัดเจนจากปากน้องชายเอง หลังกลับจากภารกิจต่างประเทศ ในวันที่ 21 ต.ค.นี้หากให้ตีความ ลีลา "รอฟังความชัดเจน" แบบนี้ แสดงว่ามันมีอะไรให้ต้อง "ตัดสินใจ" จริงๆ หรือเปล่า?ถ้าเป็นข่าวลือที่ไม่มีมูลเลย…ป่านนี้ก็คงออกมาปฏิเสธเสียงแข็ง แบบไม่เหลือเยื่อใยไปแล้ว แต่นี่กลับมีคำว่า "ต้องดูหลายอย่าง" โผล่ออกมาก็แสดงว่า…ข่าวลือมีเค้า มีมูล!ทีนี้ถ้าจะวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ทำไมเพื่อไทย ถึงอยากได้ "ท็อป" ?เพราะ "ท็อป วราวุธ" ไม่ใช่แค่ลูกชายของอดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา แต่เป็นนักการเมืองที่ "มีของ" ครบเครื่องบารมีตระกูลศิลปอาชา คือ "บ้านใหญ่"เมืองสุพรรณฯ ที่มีฐานเสียงเหนียวแน่น และเป็น "สายกลาง" ที่ทำงานได้กับทุกขั้วโปรไฟล์ดี-มีผลงาน จบปริญญาโท ด้าน Finance and Banking แถมผ่านงานรัฐมนตรีมาแล้วหลายกระทรวง ทั้งรมช.คมนาคม รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และที่โดดเด่นสุดๆคือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สร้างภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ ใส่ใจโลกได้ดีความสดใหม่ หากพรรคเพื่อไทยต้องการหาแคนดิเดตนายกฯ ที่ไม่ซ้ำหน้า ไม่ถูกตราหน้าเป็น “ทายาทอสูร” ของนายใหญ่ เป็นที่ยอมรับของสังคมวงกว้าง โดยเฉพาะชนชั้นกลาง และคนรุ่นใหม่ มีภาพลักษณ์ดี และเคยเป็นรัฐบาลมาก่อน รู้งานแต่ไม่ใช่คนของเพื่อไทยดั้งเดิม… “ท็อป-วราวุธ” ตอบโจทย์ทุกข้อ!ก่อนศึกเลือกตั้งใหญ่จะเริ่ม การดึง "ท็อป-วราวุธ” เข้าร่วม คือการ "เสริมทัพ" และส่งสัญญานไปถึงบ้านใหญ่เก่าๆ ที่จะตีจาก หรือกำลังชั่งใจให้มั่นใจและ "ตัดกำลัง" คู่แข่งไปในตัวด้วย!คำถามอยู่ที่ว่า แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย…จะใช่เก้าอี้ที่ "ท็อป-วราวุธ" ต้องการหรือไม่!?ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง ก็คงไม่จบแค่การเป็นส.ส.บัญชีรายชื่อ ธรรมดาๆ แต่การเป็น "แคนดิเดตนายกฯ" ของเพื่อไทย คือ เดิมพันสูงสุดที่ วราวุธและครอบครัว จะได้รับตอบแทนมองในแง่ดี สำหรับ “ลูกท็อป” เป็นการอัปเกรด สถานะทางการเมืองจากหัวหน้าพรรคขนาดเล็ก ที่โอกาสเป็นนายกฯได้ยาก ไปสู่การเป็น "ตัวเต็ง" ชิงเก้าอี้นายกฯ ในพรรคที่มีโอกาสชนะสูงแต่สิ่งที่ต้องแลกคือการ ยุติบทบาทหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่สร้างมากับมือ… และต้องยอมเป็นส่วนหนึ่งของเพื่อไทย…ซึ่งตรงนี้แหละ ที่ต้องดูว่า ตระกูลศิลปอาชา จะตัดใจจากพรรคเก่าได้หรือ!?วันที่21ตุลาคมนี้ จึงไม่ใช่แค่วันที่รอฟังคำพูดจากท็อป…แต่คือวันที่อาจเป็น "จุดเปลี่ยน" ตามกระแสข่าวลือหรือไม่!?"ท็อป วราวุธ" จะยอมสวมเสื้อเพื่อไทย ก้าวไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อแลกกับโอกาสทางการเมืองครั้งสำคัญหรือไม่? หรือจะเลือก "รักษามรดก" ที่พ่อสร้างไว้ต่อไป ?ดรามานี้คงยังไม่จบง่ายๆ มิหนำซ้ำ บอกเลยว่าชั่วโมงนี้ แวดวงการเมืองจะมีเรื่องดรามาอะไรในทำนองนี้ ออกมาอีก แน่นอน!++ จังหวะนรกของพรรคส้ม!! “คดี44สส.”ในมือ ป.ป.ช จะชี้มูลความผิดอย่างช้าธันวาคมนี้วันก่อน “สุรพงษ์ อินทรถาวร” รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงานป.ป.ช. ที่มาทำหน้าที่แทน เลขาธิการป.ป.ช.คนก่อน ที่ลาออกไป ได้ถือโอกาสเปิดตัวพร้อมแถลงความคืบหน้า“คดีการเมือง”ที่อยู่ในมือป.ป.ช.หลายคดีอาทิ คดี “แพทองธาร-ครม.” โยกงบฯ ทำดิจิทัลวอลเล็ต ฝ่าฝืน รธน. มาตรา144 ตอนนี้ไต่สวนเสร็จแล้ว รอชงที่ประชุมใหญ่ชี้ขาด ส่วนกรณี “คลิปเสียงฮุน เซน” ที่ถูกร้องผิดจริยธรรมร้ายแรง เพิ่งได้คำวินิจฉัยศาลรธน.ฉบับเต็ม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอน ศึกษารายละเอียดข้อเท็จจริง , คดีทักษิณ ชั้น14 ก็มีตัวละครเพิ่มมาอีก 2 คนคดี “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” แจกถุงยังชีพ ได้แจ้งข้อกล่าวหาไปทางไปรษณีย์แล้ว และก็ได้รับการชี้แจงกลับมาแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนัก ในการสรุปสำนวนคดีไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ คดีของ “พรรคส้ม” เพราะน่าจะมีผลต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง คือ“คดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล” ที่ร่วมกันเสนอ และร่วมกันลงชื่อในร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112ความคืบหน้าเดินไปถึงขั้นสอบพยานหลักฐานเสร็จแล้ว เตรียมสรุปสำนวน เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อพิจารณาชี้มูลความผิด … คาดว่าเร็วสุดคือเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน หรือ อย่างช้าไม่น่าจะเกินธันวาคมนี้คดี 44 สส.นี้ เกิดจาก “ธีรยุทธ สุวรรณเกสร” ทนายความ ยื่นคำร้องต่อป.ป.ช. เมื่อ 2 ก.พ.67 เพื่อขอให้ไต่สวน และดำเนินคดีกับ สส.พรรคก้าวไกล (ขณะนั้น) จำนวน 44 คน ฐานฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันเสนอ ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า เป็นการล้มล้างการปกครองระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข44 สส.ก้าวไกล ที่ถูกป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนนั้น ส่วนหนึ่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่ได้เป็นสส.แล้ว ปัจจุบันยังมีที่เป็น สส.สังกัดพรรคประชาชน 25 คน แบ่งเป็น สส.เขต 8 คน สส.บัญชีรายชื่อ 17 คนโดยเฉพาะ สส.บัญชีรายชื่อนั้น แต่ละคนเรียกได้ว่าอยู่ระดับแถวหน้าของพรรคทั้งนั้น อาทิ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคปชน. ,ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, นิติพล ผิวเหมาะ , ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ,นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ,ณัฐวุฒิ บัวประทุม , นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร , สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ , รังสิมันต์ โรม เป็นต้น“สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มองเห็นผลกระทบที่จะเกิดกับพรรคประชาชน ทันที พร้อมระบุ “ไทม์ไลน์” ให้เห็นกันชัดๆถ้า ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ไม่ว่าจะผิดกี่คนก็ตาม ต้องส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกา เมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้อง หากบุคคลดังกล่าวเป็น สส. ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และหากถึงที่สุด ศาลตัดสินว่าผิด ก็จะถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และ ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีหากจังหวะที่ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้ศาลฯ คือเดือนธันวาคม ศาลฎีกาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน เพื่อวินิจฉัย พิพากษา ซึ่งอาจจะเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงหลังยุบสภา และมีการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเป็นช่วงที่สมัครรับเลือกตั้งเสร็จแล้ว และอยู่ระหว่างการหาเสียงหากรับสมัครเสร็จสิ้น มีหมายเลขผู้สมัครแล้ว เกิดมีการตัดสิทธิทางการเมือง บุคคลดังกล่าวจะขาดคุณสมบัติทันที ใครกาเลขดังกล่าว จะเป็นบัตรเสียกรณีบุคคลนั้น เป็นผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ และได้สส.เท่าไร ก็ให้กลายเป็นสิทธิของบัญชีรายชื่ออันดับถัดไปหากผู้ถูกตัดสิทธิ บังเอิญเป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค ทั้งสามคน ก็เท่ากับว่าพรรคประชาชนจะไม่เหลือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลยแม้พรรคประชาชนจะชนะเลือกตั้งถล่มทลาย แต่ถ้าไม่มีแคนดิเดตนายกฯเหลืออยู่ ถ้าไม่เรียกว่าเป็น “จังหวะนรก” ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรนี่เป็นการมอง “ฉากทัศน์” ในด้านลบไว้ก่อน เพื่อที่พรรคส้มจะได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นwebsite : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO


Posted

in

by

Tags: