ธารน้ำใจช่วย “น้องเด่น” ป.6 ยอดกตัญญู แต่แม่โผล่วีนด่ากราดยาย-ครู

(26 มิ.ย. 69) ความคืบหน้ากรณีครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของ ด.ช. ธนพล หรือ "น้องเด่น" อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านศาลา ตำบลโพนงาม อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี แล้วพบสภาพความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก อาศัยอยู่กับยายชราเพียงลำพัง ซ้ำยังมีพี่ชายติดยาเสพติดคลั่งอาละวาดจนยายและหลานต้องกอดกันร้องไห้ ซึ่งต่อมาทางฝ่ายปกครองได้เข้าควบคุมตัวพี่ชายไปบำบัดรักษา ทำให้ทั้งสองคนโล่งอกตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นหลังเรื่องราวของน้องเด่นเด็กยอดกตัญญูถูกเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่าธารน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศหลั่งไหลบริจาคสิ่งของเครื่องใช้และทุนการศึกษาเป็นจำนวนมาก ล่าสุด ดร.วิชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3 ได้นำเจ้าหน้าที่และนักการภารโรงลงพื้นที่ซ่อมแซมต่อเติมบ้านให้คุณยายและน้องเด่น โดยมีการกั้นห้อง ติดตั้งระบบไฟฟ้าใหม่ และเทพื้นห้องครัว โดยมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านมาร่วมแรงร่วมใจกันตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังประสานให้น้องเด่นได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนบ้านป่าก้าวซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เพื่อจะได้ดูแลคุณยายได้อย่างใกล้ชิดนางนวลดี อายุ 65 ปี คุณยายของน้องเด่น เปิดเผยด้วยความดีใจว่า รู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของทุกคนที่มาช่วยซ่อมแซมบ้านและมอบสิ่งของให้ ยายเลี้ยงและนอนกอดหลานคนนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ ดีใจมากที่หลานจะได้เรียนใกล้บ้าน ส่วนกรณีที่ต้องหนีไปอยู่บ้านญาติเมื่อวันก่อน เนื่องจากมีหลานห่าง ๆ ที่ติดยาเสพติดจะมาขอยืมเงินเพราะเห็นว่ามีคนมาบริจาคช่วยเหลือ ยายกลัวจึงต้องหลบไปก่อนอย่างไรก็ตาม ได้เกิดกระแสระอุกลางหมู่บ้าน เมื่อแม่ของน้องเด่นพร้อมสามีใหม่เดินทางมาที่บ้าน แล้วเปิดฉากด่าทอคุณยายลั่นบ้าน รวมถึงเดินทางไปด่าทอคณะครูถึงโรงเรียน โดยอ้างว่า "พวกคุณมาหลอกลวงอะไรยายและลูกชาย ครอบครัวไม่ได้เดือดร้อนหรือทุกข์ยากจนข้นแค้นอะไรเลย แล้วทำไมปลัดต้องมาจับลูกชายคนโตไปด้วย"ทางคณะครูได้พยายามอธิบายว่า ทุกคนทำด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อช่วยเหลือเด็กและซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรม ทำให้แม่ของน้องเด่นเริ่มสงบสติอารมณ์ลง แต่ก่อนเดินทางกลับกลับเอ่ยปากถามครูและชาวบ้านว่า "แล้วเงินบริจาคได้เท่าไหร่แล้ว" ท่ามกลางความตกตะลึงของครูและชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ทางด้านคุณยายยอมรับว่า ลูกสาวมาต่อว่าตนจริงเรื่องที่ให้เจ้าหน้าที่มาจับลูกชายคนโต ซึ่งตนได้อธิบายไปแล้วว่าไม่ได้จับกุม แต่พาไปบำบัดรักษาให้หาย และตนเป็นคนแจ้งเจ้าหน้าที่เอง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าลูกสาวเคยส่งเงินมาให้ใช้บ้างไหม คุณยายได้แต่ส่ายหน้าพร้อมบอกว่าไม่เคยส่งเงินมาให้แม่ใช้เลย มีเพียงส่งมาให้ลูกชายไปโรงเรียนบ้างเท่านั้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ชาวบ้านและผู้เกี่ยวข้องต่างแสดงความห่วงใยเรื่องเงินบริจาค กลัวว่าแม่ของเด็กจะเข้ามายุ่งเกี่ยวเพื่อหวังผลประโยชน์ จึงวิงวอนให้ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยบริหารจัดการตั้งคณะกรรมการดูแลบัญชีเงินบริจาคอย่างรัดกุม เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้แก่น้องเด่นจนสำเร็จการศึกษาตามความฝัน และป้องกันไม่ให้ญาติพี่น้องเข้ามารบกวนคุณยายกับเด็กอีกต่อไป


Posted

in

by

Tags: