นาวิกฯ อเมริกา ซื้อป้อมปืนกลพลัง AI ยิงสกัดฝูงโดรนราคาถูก เน้นติดรถหุ้มเกราะเคลื่อนที่เร็ว

นาวิกโยธินสหรัฐฯ ดึงป้อมปืน AI Bullfrog บูรณาการบน L-MADIS ยกระดับปืนกล M240 สกัดฝูงโดรนราคาถูก ไร้เรดาร์รบกวน ยิงไกล 1.5 กม. งบจัดซื้อทะลุ 200 ล้านบาทหน่วยนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา (U.S. Marine Corps) จัดซื้อ "บูลฟร็อก" (Bullfrog) ระบบป้อมปืนกลอัตโนมัติพลัง AI ของ อัลเลน คอนโทรล ซิสเตมส์ (Allen Control Systems: ACS) สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศจากรัฐเทกซัส มูลค่าเริ่มต้นประมาณ 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 200 ล้านบาท เพื่อยกระดับปืนกลดั้งเดิมที่กองทัพใช้งานอยู่แล้ว ให้กลายเป็นอาวุธสกัดกั้นโดรนโจมตีอัตโนมัติด้วย AI ที่มีความแม่นยำสูงขึ้นรู้จัก Bullfrog ป้อมปืนกลพลัง AI จากเท็กซัสบูลฟร็อก (Bullfrog) ไม่ใช่อาวุธชนิดใหม่ แต่เป็นแท่นติดตั้งหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotic mount) ที่นำปืนกลดั้งเดิม เช่น ปืนกล M240 ขนาด 7.62×51 มิลลิเมตร NATO มาประกอบเข้ากับระบบประมวลผลอัลกอริทึมคอมพิวเตอร์วิชัน (Computer Vision) เพื่อทำหน้าที่ตรวจจับ ติดตาม และคำนวณทิศทางการยิงเป้าหมายทางอากาศได้ด้วยตนเองคุณลักษณะจำเพาะ (Specifications)พิกัดน้ำหนักและอัตรายิง: ตัวแท่นยิงปืนเปล่าหนักประมาณ 136 กิโลกรัม (300 ปอนด์) รองรับอัตราการยิงสูงสุด 850 นัดต่อนาทีสถาปัตยกรรมเซนเซอร์แบบ Passive: ระบบตรวจจับเป้าหมายทำงานผ่านกล้องประมวลผลภาพถ่ายโดยไร้การปลดปล่อยคลื่นเรดาร์หรือสัญญาณวิทยุ (Passive detection) ทำให้ข้าศึกไม่สามารถตรวจจับตำแหน่งของป้อมปืนจากการสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในสมรภูมิได้การควบคุมแบบ Human-in-the-Loop: แม้ระบบจะสามารถค้นหา ติดตาม และล็อกเป้าหมายได้อย่างอัตโนมัติ แต่ยังกำหนดให้ต้องรับการอนุมัติสั่งยิงจากเจ้าหน้าที่มนุษย์ (Human authorization) ก่อนการลั่นไกทุกครั้งระเภทเป้าหมาย: โดรนตั้งแต่ Group 1 ถึง Group 3 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่คอร์ดคอปเตอร์พาณิชย์ขนาดเล็ก ไปจนถึงโดรนปีกติดลำตัวหนักสูงสุด 599 กิโลกรัมระยะยิงเป้าหมาย: ระยะยิงหวังผลสูงสุดตั้งแต่ 800 ถึง 1,500 เมตร (1.5 กิโลเมตร) ตามประเภทของปืนที่เลือกใช้อาวุธที่รองรับ: รองรับปืนกลหนัก M2, ปืนใหญ่กล M230 ขนาด 30 มม. และปืนกลแบบ M134 Minigunอเมริกาใช้ป้อมปืนกลพลัง AI แก้ปัญหาสงครามอสมมาตรนาวิกโยธินสหรัฐฯ จะนำระบบ Bullfrog เข้ามาประยุกต์ใช้งานกับโครงการป้องกันทางอากาศภาคพื้นดิน (Ground Based Air Defense: GBAD) บูรณาการระบบป้อมปืนกลเข้ากับแพลตฟอร์มต่อต้านโดรนยุทธวิธี L-MADIS (Light Marine Air Defense Integrated System) เพื่อยกระดับปืนกลดั้งเดิมที่กองทัพใช้งานอยู่แล้ว ให้กลายเป็นอาวุธสกัดกั้นโดรนโจมตีอัตโนมัติด้วย AI ที่มีความแม่นยำสูงก่อนหน้านี้ L-MADIS ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ จะประกอบไปด้วยรถออฟโรด Polaris MRZR จำนวน 2 คัน ทำงานคู่กัน โดยคันหนึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์สั่งการ และอีกคันติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (EW) เพื่อกวนสัญญาณโดรนด้วยเหตุนี้ ป้อมปืน Bullfrog จะเข้ามาเสริมขีดความสามารถในการทำลายล้างทางกายภาพ (Kinetic defeat) หรือที่เรียกว่า Hard Kill เพิ่มเติม ซึ่งมีต้นทุนต่อการทำลายเป้าหมาย (Cost-per-kill) ลงเหลือเพียงหลักสิบดอลลาร์สหรัฐต่อครั้งเท่านั้น ซึ่งจะช่วยแก้ความไม่สมดุลทางเศรษฐศาสตร์ (Economic mismatch) ที่เกิดขึ้นในสงครามยุคปัจจุบัน ซึ่งกองทัพมักต้องใช้อาวุธปล่อยนำวิถี (Missiles) มูลค่าหลายแสนถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการยิงสกัดโดรนโจมตีที่มีราคาเพียงไม่กี่พันดอลลาร์อนาคตของป้อมปืนกลพลัง AI จากเท็กซัสโดยสัญญาต้นแบบมูลค่า 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการของบประมาณโครงการ GBAD ของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประจำปีงบประมาณ 2027 ที่สูงถึง 1,270 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 42,800 ล้านบาทก่อนหน้านี้ ระบบ Bullfrog ได้ผ่านการทดสอบในงาน Technology Readiness Experimentation ณ รัฐอินเดียนา เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2024 ที่ผ่านมา และได้รับสัญญาจากกองทัพบกสหรัฐฯ (US Army) มูลค่า 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อทดสอบติดตั้งบนยานเกราะรบ 5 รุ่น ตลอดจนสัญญาส่งออกและร่วมผลิตกับกองทัพเกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และโรมาเนียอีกด้วยข่าวที่เกี่ยวข้องทำไมอนาคต AI ของประเทศไทยถึงขึ้นอยู่กับ “คน” ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีคนจีนกำลังอกหัก หลังรัฐบาลออกกฎห้ามคุยกับแชตบอตAI ด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง"ทรัมป์" ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ายาสามัญ 100% เริ่มปี 2571 หวังดึงฐานผลิตกลับสหรัฐฯนักวิจัย MIT เสนอไอเดียเซนเซอร์ตรวจจับอาวุธนิวเคลียร์ในอวกาศครั้งแรกของโลก ชูสเปกแม่นยำ 99% ตรวจไกล 1,000 เมตรรู้จัก Summer Eunhyung Ann นศ.สาว ป.เอก ด้าน AI ที่เป็นไวรัล หลังไปนำเสนอผลงานที่เกาหลี ด้านโซเชียลแห่ตาม


Posted

in

by

Tags: