น่ากลัวมาก! เปิดจำนวนผู้เสียชีวิต อากาศร้อนจัด เผยกลุ่มเสี่ยงต้องระวัง

วันที่ 14 มีนาคม 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนในประเทศไทยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (Digital Disease Surveillance: DDS) ของกรมควบคุมโรค ในปี พ.ศ.2568 พบผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อนรวม 182 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 59.3 และพบมากในกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 15-34 ปี จำนวน 78 ราย คิดเป็นร้อยละ 42.8 ขณะที่ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป พบ 29 ราย หรือร้อยละ 15.9 ทั้งนี้ กลุ่มผู้ป่วยจำนวนมากเป็นผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น ทหาร และแรงงานรับจ้างทั่วไป ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 53.3 ของผู้ป่วยทั้งหมดวันที่ 14 มีนาคม 2569 น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลกระทบจากสภาพอากาศร้อนในประเทศไทยว่า จากข้อมูลระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (Digital Disease Surveillance: DDS) ของกรมควบคุมโรค ในปี พ.ศ.2568 พบผู้ป่วยโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อนรวม 182 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 59.3 และพบมากในกลุ่มวัยทำงานอายุระหว่าง 15-34 ปี จำนวน 78 ราย คิดเป็นร้อยละ 42.8 ขณะที่ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไป พบ 29 ราย หรือร้อยละ 15.9 ทั้งนี้ กลุ่มผู้ป่วยจำนวนมากเป็นผู้ที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น ทหาร และแรงงานรับจ้างทั่วไป ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 53.3 ของผู้ป่วยทั้งหมดสำหรับอาการที่พบมากที่สุดคือ ภาวะเพลียแดด (Heat exhaustion) จำนวน 62 ราย คิดเป็นร้อยละ 34.07 รองลงมาเป็นการเป็นลมจากความร้อน (Heat syncope) จำนวน 43 ราย หรือร้อยละ 23.63 และตะคริวจากความร้อน (Heat cramp) จำนวน 26 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.29 ขณะที่ภาวะลมร้อน หรือ Heat stroke ซึ่งเป็นอาการที่มีความรุนแรง พบรายงานผู้ป่วย 17 ราย หรือร้อยละ 9.34 ของผู้ป่วยทั้งหมดในส่วนของการเฝ้าระวังการเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับภาวะอากาศร้อน จากข้อมูลของกองระบาดวิทยาในปี พ.ศ.2568 พบผู้เสียชีวิตรวมทั้งสิ้น 21 ราย เป็นเพศชาย 18 ราย และเพศหญิง 3 ราย อายุระหว่าง 27-79 ปี โดยมีอายุเฉลี่ย 51 ปี และพบว่ากลุ่มผู้เสียชีวิตส่วนหนึ่งประกอบอาชีพรับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 28.5 นอกจากนี้ยังพบว่าผู้เสียชีวิตจำนวนร้อยละ 24 มีโรคประจำตัวร่วม เช่น ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือพฤติกรรมการดื่มสุรา รวมถึงการอยู่ในพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 67 ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั้งนี้ มีรายงานการเสียชีวิตจากภาวะอากาศร้อนใน 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี 5 ราย จังหวัดนครราชสีมา 2 ราย ส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ชลบุรี ชัยนาท ชัยภูมิ นนทบุรี บุรีรัมย์ พัทลุง มหาสารคาม ลพบุรี ลำปาง สมุทรสงคราม สระแก้ว สุรินทร์ และอุทัยธานี จังหวัดละ 1 ราย โดยเมื่อจำแนกตามภูมิภาค พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้เสียชีวิตสูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 52 รองลงมาคือภาคกลางและภาคตะวันตก ร้อยละ 24 และเมื่อพิจารณาตามช่วงเวลา พบว่ามีรายงานการเสียชีวิตมากที่สุดในเดือนเมษายน คิดเป็นร้อยละ 57 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงที่สุดของปีสรุปกลุ่มเสี่ยงฮีทสโตรก (ลมแดด) จากข้อมูลของ น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ มีดังนี้-ผู้สูงอายุ-เด็กเล็ก-หญิงตั้งครรภ์-ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เช่น กรรมกร คนงาน ทหาร-นักกีฬา หรือผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้ง-ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนกลุ่มเหล่านี้ควรระวังเป็นพิเศษในช่วงอากาศร้อนจัด เพราะมีโอกาสเกิด ฮีทสโตรก ได้ง่ายกว่าคนทั่วไปเรียบเรียงโดย มุมข่าว


Posted

in

by

Tags: