น้ำตาซึมรับวันแม่! ยิงหัวสาววัย 35 ดับสลดต่อหน้าลูกวัย 3 ขวบคาบ้านพัก

น้ำตาซึมรับวันแม่! รวบมือปืนจ่อยิงหัวสาววัย 35 ดับสลดต่อหน้าลูกน้อยวัย 3 ขวบคาบ้านพัก สะเทือนใจลูกไร้เดียงสาพูด น้ำตาซึมรับวันแม่! รวบมือปืนจ่อยิงหัวสาววัย 35 ดับสลดต่อหน้าลูกน้อยวัย 3 ขวบคาบ้านพัก สะเทือนใจลูกไร้เดียงสาพูด "จะไปโรงเรียน ต้องไปไหว้แม่"ความคืบหน้ากรณีเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.บ้านนา จ.นครนายก เมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 69 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกยิงผู้อื่นเสียชีวิต บริเวณหน้าอู่ช่างแป๊ะ ตำบลทองหลาง อำเภอบ้านนา โดยผู้เสียชีวิตคือ น.ส.กรวิกา วิเวก อายุ 35 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณศีรษะเสียชีวิตคาที่ล่าสุด พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก (ผบก.ภ.จว.นครนายก) ได้สั่งการด่วนให้ชุดสืบสวน สภ.บ้านนา สนธิกำลังร่วมกับชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครนายก เร่งแกะรอยและปูพรมไล่ล่าตัวคนร้ายอย่างกระชั้นชิด จนสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุคือ นายอานนท์ สัมฤทธิ์ หรือ นนท์ เอาไว้ได้ทันทีภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอานนท์ ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ โดยระหว่างทำแผน ผู้ต้องหาได้กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "เขาด่าผม เขาพยายามท้าทายผม เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ อยากขอโทษผู้เสียชีวิต"ในส่วนของปมสาเหตุการก่อเหตุ ในชั้นสอบสวน นายอานนท์ ผู้ต้องหา ให้การอ้างว่าไม่พอใจที่ผู้ตายไปพูดกับคนอื่นว่าตนเองเมายาแล้วหลอน ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย จึงเกิดความแค้นและบุกมาก่อเหตุอย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้เปิดเผยข้อสงสัย และปมความขัดแย้งที่แท้จริงว่า นายนนท์น่าจะไม่พอใจ และระแวงในเรื่องที่พี่ชายของตนเอง ซึ่งเป็นอดีตสามีเก่าของผู้ตาย โดยทั้งคู่เลิกรากันไปหลายปี ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในคดียาเสพติดไปเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาโดยนายนนท์เข้าใจผิดคิดว่า น.ส.กรวิกา เป็นคนแจ้งเบาะแสให้ตำรวจมาจับกุมพี่ชาย ที่ผ่านมาผู้ตายได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมเชื่อแ ละมักจะมีปากเสียงทะเลาะกันมาอยู่เรื่อยๆ สอดคล้องกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากตรวจสอบจากภาพและเสียงในกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุ มีการโต้เถียงกันในประเด็นเรื่องการแจ้งตำรวจจับกุม แม้เสียงในคลิปจะได้ยินไม่ชัดเจนทั้งหมดก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด เพื่อคลี่คลายปมสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้าน ช่างแปะ เจ้าของบ้านและเป็นประจักษ์พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยนาทีระทึกว่า ตนได้ยินเสียงคนทะเลาะกันอยู่หน้าบ้าน จึงออกมาดู และพยายามห้ามปราม พร้อมไล่ให้แยกย้ายกันอยู่หลายรอบ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ยอมฟัง ตนจึงเดินไปหยิบโทรศัพท์ เพื่อจะโทรแจ้งตำรวจ แต่จังหวะนั้นก็เกิดเหตุยิงกันขึ้นเสียก่อน ตนจึงรีบวิ่งออกไปดูผู้เสียชีวิต และเด็ก ซึ่งในระหว่างนั้นเด็กน้อยร้องไห้งอแงด้วยความตกใจอย่างหนักช่างแปะยังได้กล่าวฝากสะท้อนใจว่า ควรคิดไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ เพราะเด็กก็ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย ไม่สมควรก่อเหตุรุนแรงต่อหน้าเด็กเช่นนี้เลยขณะที่ นางสุรีรัตน์ อายุ 36 ปี พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.กรวิกากำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่กับลูกสาววัย 3 ขวบเศษ จู่ๆ นายอานนท์ ได้บุกเข้ามาใช้อาวุธปืนข่มขู่บังคับให้ผู้ตายขึ้นรถ แต่ผู้ตายขัดขืนและตะโกนขอความช่วยเหลือ จนกระทั่งเกิดเหตุสลดขึ้นตามภาพจากกล้องวงจรปิด พร้อมฝากตัดพ้อว่า "มีอะไรทำไมไม่คุยกันดีๆ มาทำแบบนี้สงสารเด็กบ้างไหม"เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้พบเห็นและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก เนื่องจาก น้องอิง บุตรสาววัย 3 ขวบเศษ อยู่ในเหตุการณ์และจำเรื่องราวทั้งหมดได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายแม่ แต่ด้วยความไร้เดียงสา เด็กน้อยยังไม่ทราบว่าผู้เป็นแม่ได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยยังคงพูดด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า "จะไปโรงเรียน ต้องไปไหว้แม่ แม่เตรียมชุดไว้ให้แล้ว" กลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไร้ซึ่งแม่ให้กราบไหว้ในเทศกาลวันแม่แห่งชาติ หลังจากนี้ทางครอบครัวจะต้องช่วยกันโอบกอดและดูแลสภาพจิตใจของเด็กน้อยอย่างใกล้ชิดต่อไปทางครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิตได้กล่าวขอบคุณ พล.ต.ต.ประเสริฐ วิจิตรทัศนา ผบก.ภ.จว.นครนายก และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็ว เด็ดขาด และสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสีย


Posted

in

by

Tags: