น้ำมันพุ่ง “ตลาดนํ้าอัมพวา” ซบหนัก เรือหิ่งห้อยต้นทุนสูง ที่พักยอดจองวูบ

บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ตลาดนํ้าอัมพวา จ.สมุทรสงคราม เริ่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนหลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ร้านค้ารวมถึงธุรกิจที่พักในพื้นที่โดยเฉพาะกิจกรรมไฮไลต์อย่าง “ล่องเรือชมหิ่งห้อย” ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันเป็นต้นทุนหลักนายวิจัย ณ บางช้าง 80 ปี ผู้ประกอบการเรือนําเที่ยวเปิดเผยว่า ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่สามารถปรับราคาค่าบริการขึ้นมากนัก เนื่องจากเกรงจะกระทบต่อนักท่องเที่ยว ส่งผลให้รายได้ลดลงจากเดิมช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ วิ่งอยู่วันละ 40-50 เที่ยว รายได้เที่ยวละ 200-300 บาท แต่พอมาเจอนํ้ามันขึ้นราคาตอนนี้เหลือเพียงวันละ 10 กว่าเที่ยวเท่านั้นเนื่องจากไม่สามารถออกเรือได้ บางทีลูกค้ามา 3-4 คน เก็บคนละ 50 บาท ค่านํ้ามันตอนนี้ตกเที่ยวละ 200 บาท รายได้แทบไม่เหลือทําให้บางครั้งต้องแจ้งให้ลูกค้ารอหรือเหมาลํา 6-7 คน ขึ้นไปกิจกรรมล่องเรือชมหิ่งห้อย ซึ่งถือเป็นจุดขายสำคัญของอัมพวา และดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากในช่วงเย็นถึงค่ำก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเนื่องจากต้นทุนนํ้ามันที่สูงขึ้นประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงทำให้เรือหลายลำมีผู้โดยสารไม่เต็มเหมือนที่ผ่านมาขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่พักและโฮมสเตย์ในพื้นที่สะท้อนตรงกัน ว่า ยอดการจองลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของทุกปี โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบครอบครัวหรือหมู่คณะซึ่งมีการชะลอการท่องเที่ยวเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยที่พักได้รับผลกระทบตั้งแต่ช่วงที่มีสงครามตะวันออกส่งผลให้ลูกค้าชาวต่างชาติโทรมาขอแคนเซิลไปเยอะมาก และยิ่งมาเจอช่วงนี้ที่ราคานํ้ามันแพงขึ้นทําให้คนเดินทางน้อยลง แต่ตนเองยังมองในแง่ดีว่าตลาดนํ้าอัมพวาอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ผู้คนอาจจะเดินทางมาเที่ยวบ้างแทนที่จะเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดที่ไกล ซึ่งผลกระทบแน่นอนว่ากระทบอยู่แล้วแต่ยังไม่หนักเท่าที่ประเมินไว้อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า หากเทียบในห้วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้วถือว่าลูกค้าหายไปมากพอสมควร อย่างปีที่แล้วในช่วงวันหยุดยาวและใกล้เทศกาลวันสงกรานต์ลูกค้าจะจองห้องพักเต็มหมด แต่ปีนี้ยังมีห้องพักเหลือเยอะประกอบกับพฤติกรรมการจองของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเดิมที่จองล่วงหน้าเป็นเดือนก็เปลี่ยนมาจองแบบวันต่อวัน เช่น จองวันนี้มาพรุ่งนี้ด้าน น.ส.วรรณ สุภาพร ผู้ประกอบการร้านอาหาร ระบุว่า หลังนํ้ามันเพิ่มขึ้นราคาสินค้าก็เพิ่มขึ้นตามซึ่งวัตถุดิบต่างๆ ที่ร้านปรับเพิ่มทุกอย่างแต่ทางร้านยังไม่ได้ปรับราคาขึ้นทําให้ต้องแบกรับต้นทุนคาดไว้ว่าจะแบกต้นทุนดูก่อน 1-2 เดือน หากไม่ไหวจริงๆ ก็คงต้องแจ้งขอปรับราคาขึ้น ซึ่งพฤติกรรมลูกค้าก็เปลี่ยนไปจากเดิมมาเดินซื้อของซื้ออาหาร ปัจจุบันเดินอย่างเดียวไม่ได้จับจ่ายใช้สอย อย่างที่ร้านปกติในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนจะมีทัวร์จองมาลงที่ร้านแต่ช่วงนี้ไม่มีเลย คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องนํ้ามันที่แพงขึ้นด้วยทั้งนี้ผู้ประกอบการที่พักและพ่อค้าแม่ค้าหวังว่าตลาดนํ้าอัมพวาจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในช่วงวิกฤตนํ้ามันให้เที่ยวใกล้บ้านได้ไม่ต้องเดินทางไกลให้เปลืองนํ้ามัน อยากฝากตลาดนํ้าอัมพวาไว้เป็นอีกตัวเลือกสําหรับคนที่อยากหาที่พักผ่อนคลาย ให้อัมพวาเยียวยาใจ เพราะพ่อค้าแม่ค้าก็ยังขายของกันเหมือนเดิมและรอที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนทั้งไทยและต่างชาติ.


Posted

in

by

Tags: