สังคมแห่ตั้งคำถาม สรุปสถานการณ์น้ำมันในประเทศไทย เข้าขั้นวิกฤติแล้วหรือไม่ แม้รัฐบาลดาหน้าออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวทุกวัน ย้ำประโยคเดิมๆ น้ำมันเรามีเพียงพอ แต่ภาพจริง ประชาชนกลับต้องไปต่อคิวยาวจนล้นปั๊ม เพื่อรอเติมน้ำมัน บางปั๊มแปะป้ายหมด บางคนต้องขับรถไปเกือบ 10 ปั๊มกว่าจะได้เติม สรุปแล้วเวลานี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่!เวลานี้คงไม่มีประเด็นใดร้อนแรงไปกว่า “สถานการณ์น้ำมัน” หลังหลายพื้นที่เริ่มเห็นภาพสถานีบริการติดป้าย “หมด หมด หมด” ขณะที่บางปั๊มที่ยังมีน้ำมันจำหน่าย ต้องจำกัดการเติมเพียง 300–500 บาทต่อคัน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดแม้ในกรุงเทพฯ หลายพื้นที่ยังเติมได้ตามปกติ แต่ภาพคิวยาวล้นออกมานอกสถานีบริการก็เริ่มเกิดขึ้น จนเกิดคำถามในสังคมว่า สถานการณ์น้ำมันของไทยกำลังเข้าสู่ “ภาวะวิกฤติ” แล้วหรือไม่?ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนหลายพื้นที่สะท้อนความเดือดร้อน หาน้ำมันเติมยาก ถูกจำกัดปริมาณ ต้องต่อคิวยาว บางรายน้ำมันหมดกลางทาง โดยเฉพาะ “น้ำมันดีเซล” ที่ถูกมองว่าเริ่มกลายเป็นของหายากในบางพื้นที่อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงย้ำข้อความเดิมว่า ประเทศไทยยังไม่มีภาวะน้ำมันขาดแคลน และขอให้ประชาชนอย่ากักตุนแต่สถานการณ์จริงกลับยังไม่ปกติ ณ เวลานี้ ผู้คนจึงตั้งคำถามทำไมรัฐบาลถึงบอกไม่ขาดแคลน แต่หลายๆ พื้นที่ยังเกิดโกลาหล หาน้ำมันเติมไม่ได้ ต้องถูกจำกัดการเติม?เรื่องนี้ มุม “กระทรวงพลังงาน” ออกมาระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีการนำเข้า และผลิตน้ำมันตามปกติ พยายามหาน้ำมันในหลายๆ แหล่งมาเติมด้วยซ้ำไม่เชื่อมั่นรัฐจนเร่งช่วยตัวเองแต่ที่หลายๆ พื้นที่น้ำมันหมด โดยเฉพาะ “ดีเซล” เพราะประชาชนแห่เติมน้ำมันในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้บางสถานีจำหน่ายหมดเร็วกว่าปกติ เช่น ปกติปั๊มน้ำมันได้โควตาจากคลังวันละ 8,000 ล้านลิตร แต่ตอนนี้ความต้องการเพิ่มเป็นเท่าตัว เป็น 15,000 ล้านลิตร ทั้งจากรถเก๋ง รถขนส่ง ชาวสวน ชาวไร่ที่นำไปเติมในเครื่องมือเกษตร ต่างตื่นตระหนกกับข่าว จึงยิ่งแห่ไปเติมไปกักตุน จากเดิมใกล้ๆหมดแล้วเติม แต่ตอนนี้ยังไม่หมดก็ไปเติมตุนไว้บางบ้านมีรถ 2-3 คัน ก็ขนทุกคันไปเติม ให้เต็มไว้ จากปกตินานๆ ไปเติมที จึงทำให้ความต้องการปริมาณสูงขึ้นผิดปกติ ทั้งที่การส่ง การผลิต ยังอยู่ในปกติ ไม่ได้ลดลง แทบจะทุกคลังทำมันทำงาน 7 วันรวดแล้วปั๊มย่อยหาน้ำมันยากจ็อบเบอร์ขาจรขาดส่งเหตุผลต่อมา ปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมันจะส่งให้ผู้ค้าที่เป็นปั๊มใหญ่มีสัญญาระยะยาว ทำให้ปั๊มแบรนด์ใหญ่เหล่านี้ไม่ขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งในไทยมีปั๊มอยู่ประมาณ 8,500 แห่ง จากทั้งหมด 26,000 ปั๊ม อีก 16,000 ปั๊ม เป็นปั๊มอิสระ ไม่สามารถซื้อน้ำมันโดยตรงจากโรงกลั่นหรือคลังใหญ่ได้ ต้องซื้อผ่านตัวแทนหรือพ่อค้าคนกลางที่เรียกว่า จ็อบเบอร์ จ็อบเบอร์ที่มีการทำสัญญาตรงกับโรงกลั่นหรือคลังน้ำมัน ซึ่งไม่ค่อยมีปัญหาแต่มีจ็อบเบอร์อีกกลุ่ม “จ็อบเบอร์ขาจร” ที่เปลี่ยนที่ซื้อน้ำมันไปเรื่อยๆ เจอที่ไหนถูกกว่าก็ซื้อ แล้วนำมาขายต่อให้ปั๊มอิสระ ซึ่งปกติแล้วมักไม่มีการทำสัญญากัน เป็นการซื้อแบบสปอท หรือซื้อแบบครั้งต่อครั้ง ซึ่งเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ จึงประสบปัญหาการหาน้ำมันมาส่งต่อให้ ลูกค้าที่เป็นปั๊มรายย่อยขนส่งสะดุดส่งน้ำมันไม่ทันอีกเหตุผล ช่วงนี้การขนส่ง หรือทางโลจิสติกส์ อาจสะดุดบ้าง โดยปกติแล้วใน 1 ปั๊มจะมีรถน้ำมันทยอยมาส่งวันละ 3 คัน คันละ 3-4 หมื่นลิตร แต่เมื่อประชาชนเกิดตื่นตระหนกแห่ไปเติมน้ำมันพร้อมๆ กันจนยอดเติมเพิ่ม 3 เท่า ทำให้ปั๊มต้องบริหารจัดการหารถส่งน้ำมันเพิ่ม ซึ่งอาจไม่ทัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำมันในปั๊มไม่เพียงพอบ้างคนกังวลราคาลอยตัวหลัง 17 มี.ค. แห่เติมเหตุผลต่อมา ผู้บริโภคกังวลกับสถานการณ์ “ราคาน้ำมันดีเซล” ที่จะหมดโปรโมชั่นในการตรึงราคา 15 วัน สิ้นสุดวันที่ 17 มี.ค. ซึ่งรัฐบาล ออกมาระบุว่า “จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด” ทำให้ประชาชนต่างแตกตื่น กังวลว่า การปล่อยราคา หมายถึงปล่อยให้เป็นไปตามราคาจริงหรือไม่ เพราะเวลาราคาตรึงอยู่ที่ลิตรละ 29.94 บาท แต่ราคาจริงหากไม่ใช้เงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนจะอยู่ที่ลิตรละประมาณ 45 บาทส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการระบุไม่ชัดเจนของรัฐบาล ทั้งที่กองทุนฯ ออกมาระบุแล้วว่า จะทยอยการปล่อยขึ้นราคาดีเซลแบบขั้นบันได หลังจากสิ้นสุดมาตรการจะทยอยขึ้นไม่เกินลิตรละ 1 บาท และจะทยอยๆ ขึ้นไป อาจไปถึงจุดที่ก่อนหน้านี้ลิตรละ 35 บาท เพื่อไม่ให้กระชากจนเกินไป จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจเปิดเหตุผลทำไมต้องจำกัดเติมไม่เกิน 500 บาทอีกหนึ่งคำถาม ทำไมรัฐบาลประกาศ น้ำมันมีเพียงพอ แต่กระทรวงพลังงาน กลับแนะนำให้สถานีบริการพิจารณาจำกัดการจำหน่ายน้ำมันในลักษณะเดียวกัน จนทำให้ปั๊ม ปตท. เริ่มไปดำเนินการแล้ว คือรถยนต์ 4 ล้อ แนะนำเติมได้ไม่เกิน 500 บาท/คันรถยนต์ 6 ล้อขึ้นไป แนะนำเติมได้ไม่เกิน 1,000 บาท/คันรถราชการหรือรถภารกิจสาธารณะ ให้พิจารณาตามความเหมาะสมการเติมน้ำมันใส่ภาชนะ ให้งด ยกเว้นเกษตรกรหรือผู้ประกอบการที่มีความจำเป็น จำกัดไม่เกิน 3,000 บาท/ราย/วันเรื่องนี้เป็นผลจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติเวลานี้ โดยเฉพาะในช่วง 15-17 มี.ค. ที่ใกล้วันหมดมาตรการตรึงราคา กระทรวงพลังงาน ประเมินแล้วว่า ประชาชนจะแห่ไปเติมมากกว่าปกติ จึงต้องกำหนดเป็น “มาตรการชั่วคราว” เพื่อรอให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ โดยสั่งให้พลังงานจังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดถ้าให้มองว่า สถานการณ์น้ำมันในปัจจุบันเข้าขั้นวิกฤติแล้วหรือไม่ เบื้องต้นก็ต้องตอบว่า ในภาพรวมอาจไม่ถึงเข้าขั้นวิกฤติในสถานการณ์ แต่จะมีปัญหาในบางพื้นที่ เพราะเห็นได้จากพื้นที่ในส่วนของกรุงเทพฯ ยังมีน้ำมันให้เติมได้ แต่อาจต้องต่อคิว บางปั๊มก็ไม่ต้องต่อคิว แต่ในหลายๆ พื้นที่ไกลๆ ที่ต้องมีการขนส่ง จะประสบปัญหามากกว่าแต่ที่ "วิกฤติ" แน่ๆ คือ "วิกฤติความเชื่อมั่น" ของประชาชนที่ไม่มั่นใจในการแก้ปัญหาของรัฐบาล จึงทำให้ประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเอง จนเกิดการกักตุน ความต้องการสูงกว่าปกติ เป็นเพราะหลายๆ เหตุการณ์ในอดีตที่คนไทยต้องเจ็บซ้ำๆ กับการแก้ปัญหาของรัฐบาล
‘น้ำมัน’ ไทยวิกฤติแล้วหรือไม่ ทำไมคนแห่ล้นปั๊ม ต้องจำกัดปริมาณเติม?
by
Tags: