ข่าวปนคน คนปนข่าว++ น้ำเงิน-แดงยังไม่ทันร่วมหอ “หนู” ฟาด “อ้วน” แพ้ทีไรมีพิรุธ แต่ชนะไม่เห็นมีปัญหา!การเมืองหลังเลือกตั้ง 2569 ยังไม่ทันตั้งโต๊ะเจรจาจัดรัฐบาลให้เสร็จ บรรยากาศก็เริ่มเหมือนงานแต่ง ที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว ยังไม่ทันเข้าหอ…แต่เปิดศึกกันกลางงานฝั่ง “สีน้ำเงิน” ผู้ชนะเลือกตั้ง ยังตีขิม และตีกรรเชียงหนีคำถามว่า จะตกลงปลงใจ “ร่วมหอ” กับ “สีแดง” และ “สีเขียว” กี่โมง!?แต่ที่ชัดกว่าไทม์ไลน์จัดตั้งรัฐบาล คือไทม์ไลน์การปะทะผ่านหน้าสื่อเมื่อ "อ้วน" ภูมิธรรม เวชยชัย คีย์แมนคนสำคัญค่ายแดง ลุกขึ้นร่ายยาวผ่านโซเชียลฯ ถึง “พิรุธเลือกตั้ง” โดยหยิบเคสชลบุรี ที่กำลังเป็นกระแส "น้ำเงิน" ชนะแต่ "ส้ม" ผู้แพ้บอก แพ้ได้ แต่โกงรับไม่ได้! มาเป็นตัวอย่าง ลากยาวไปถึง กกต. -ตำรวจ -ทหาร -อสม. ในอำนาจรัฐบาลรักษาการ แบบตั้งข้อสังเกตชวนให้คิด“อ้วน” ยังทิ้งท้ายประโยคหล่อๆว่า… “ประชาธิปไตยไม่อาจเดินหน้าบนความคลางแคลงใจ”อ่านเกมแล้วนี่ไม่ใช่แค่ "ภูมิธรรม" คันมืออยากเป็น "เกรียนคีย์บอร์ด"แต่ทางการเมืองเขาว่าคือการ “ป้ายยา" เชิงยุทธศาสตร์ ใส่ฝ่ายที่กำลังถือแต้มเหนือกว่าคำถามก็คือ เพื่อไทยกำลังสร้างแต้มต่อในการต่อรองอำนาจ หรือไม่ ?คำถามนี้ลอยค้างอยู่กลางอากาศ… แต่คำตอบจากฝั่งน้ำเงิน ผู้ที่ปากไวกว่าแสง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกฯ ผู้ถือไพ่ 190 กว่าเสียง ในมือ"เสี่ยหนู" สวนกลับ "อ้วน" สั้นๆตามนิสัยช่างพูดว่า “เวลาแพ้ก็มีพิรุธทุกที แต่เวลาชนะไม่เห็นมีพิรุธ!”นี่อาจจะไม่ใช่แค่การตีฝีปากตอบโต้ แต่อาจจะเป็น"สัญญาณ" ส่งถึงฝ่ายแดง ในทำนอง ตอนนี้ใครเป็น "ผู้ชนะ"แม้ในที่สุดโอกาสที่ "น้ำเงิน-แดง" จะร่วมหอลงโลงกัน เป็นไปไม่ได้สูง โดยที่ "เสี่ยหนู" พูดไว้ก่อนหน้าว่า พร้อมที่จะลืมความบาดหมางเดิมๆต้องไม่ลืมว่า “แดง-น้ำเงิน” ไม่ใช่เพิ่งมาทะเลาะกันวันนี้ คู่นี้มีรอยร้าวเก่า…ที่ยังอาจจะไม่สมานสนิทถ้าจำได้ ก็งัดกันมาตั้งแต่ มหากาพย์ “กัญชา” นโยบายเรือธงของน้ำเงิน ชนกับธง “กัญชาเพื่อการแพทย์” ของแดงในยุคนายกฯ "เศรษฐา ทวีสิน" บรรยากาศ ครม.เคยตึงจนเกือบวงแตกมาแล้วใครดัน ใครรื้อ เกมศักดิ์ศรีล้วนๆต่อมา ดิจิทัลวอลเล็ต vs งบกระทรวงเกรดเอ เมื่อ “แดง”ทุ่มหมดหน้าตัก กับโครงการใหญ่ แต่งบในกระทรวงที่ “น้ำเงิน” คุมอย่างมหาดไทย-คมนาคม ถูกเบียดจนเกิดแรงกระเพื่อมใต้น้ำ ที่สุดภูมิใจไทย ก็กรีดเพื่อไทยเป็นแผลใหญ่ทำนอง ถ้าไม่มีข้า เอ็งก็อยู่ไม่ได้แถมเรื่อง "entertainment complex" ที่ภูมิใจไทย ออกมาค้านหัวชนฝาส่วนแดงมาเอาคืนเรื่องของคดี "เขากระโดง" ฝั่งแดงโดย "อ้วน" ภูมิธรรม เดินหน้าไล่บี้คดี “เขากระโดง” กดดันให้เจ้าของพรรค "น้ำเงิน" คายพื้นที่คืนรัฐ เล่นกันแบบไม่ไว้หน้า!!งานนี้ "เสี่ยหนู" พูดให้ลืมความบาดบางแต่ถาม "เนวิน ชิดชอบ" หรือยังว่า ลืมไปได้ง่ายๆ หรือเปล่า?แล้วยังมีที่รัฐบาลเพื่อไทย ไฟเขียว คดีฮั้วสว. สกัดเกมสภาสูงของอีกฝ่ายอีกแผลที่ลึกไม่แพ้กันเพราะฉะนั้น รัฐบาลน้ำเงิน ที่คาดว่าจะขอ 300เสียงอัพ จับกันระหว่าง "น้ำเงิน-แดง-เขียว" เพื่อเสถียรภาพอยู่กันยาวๆ 4 ปี ก็อาจจะถูกจับตา "แต่งเพราะจำใจ" ไม่ใช่แต่งเพราะรัก หรือไม่ !รัฐบาลใหม่ปี 2569 หากพรรคอันดับหนึ่ง และอันดับสอง ต้องลงเรือลำเดียวกัน คนหนึ่งถือพาย…อีกคนราน้ำหรือไม่?เสียง 300+ อาจดูมั่นคงในกระดาษ แต่เมื่อ "หัวใจ" ทางการเมืองยังไม่เต้นจังหวะเดียวกัน จะเข้าทำนอง“ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ” หรือไม่รัฐบาลใหม่จะเป็นรัฐบาลที่ยิ้มให้กันหน้ากล้อง แต่ลับมีดรอกันหลังฉาก ก็เป็นได้ประสาอะไรกับการเมืองเรื่อง "การละคร" เมื่อผลประโยชน์ลงตัว ความบาดหมางก็สามารถแก้ไขได้คำพูดว่า"ลืม"แล้วพูดหล่อๆแบบ"เสี่ยหนู" ว่า จะจับกับใครขอฟังประชาชนก่อนนั่นแหละ งานนี้จึงต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป.++ ชลบุรีโมเดล! “เลือกตั้งสีเทา” นับคะแนนใหม่ลาม กกต.จะตัดสินใจอย่างไร?ปัญหาการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย การเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้ตอกย้ำอย่างชัดเจนว่า ความบกพร่องในการกำกับดูแล หละหลวม และการตัดสินใจของ กกต.ล่าช้า กำลังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อกระบวนการประชาธิปไตยอย่างรุนแรงหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบความผิดปกติในลักษณะคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคะแนนที่ไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ การนับคะแนนที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดรวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อเสียง ที่หลายฝ่ายสะท้อนตรงกันว่ามีอยู่จริง แต่กลับไม่เห็นท่าทีที่ชัดเจน หรือการดำเนินการเชิงรุก จาก กกต.เท่าที่ควรสถานการณ์ ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวของ กกต. ได้อย่างชัดเจนที่สุด คือความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้ง ที่ 1 จ.ชลบุรี ที่ “สุชาติ ชมกลิ่น” จากพรรคภูมิใจไทย ชนะ “วรท ศิริรักษ์ “ ผู้สมัครจากพรรคประชาชน ไปด้วยคะแนน 43,703 ต่อ 39,920 คะแนน“สุชาติ” ออกมาประกาศชัยชนะ ด้วยการกินส้มโชว์ต่อหน้าสื่อ แต่เหตุการณ์กลับไม่จบลงเพียงเท่านั้น เมื่อประชาชนจำนวนมาก ออกมารวมตัวเพื่อกดดัน และเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่หลักฐานสำคัญที่สร้างความคลางแคลงใจแก่สังคม คือ ขณะนับคะแนน บางหน่วยเกิด “ไฟดับ” เป็นเวลานาน แต่น่าแปลก ที่พัดลมยังทำงาน การรวมบัตรเลือกตั้งแล้วพบว่า จำนวนคะแนนไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิจริง จนเกิดปรากฏการณ์ที่ประชาชนเรียกว่า “บัตรเขย่ง” ยังมีการพบใบนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย ถูกทิ้งอยู่ในถังขยะเมื่อถูกประท้วง “สุชาติ ชมกลิ่น” ก็บอกว่า กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวให้มีการนับคะแนนใหม่ มีคนปลุกปั่นอยู่เบื้องหลัง ถือเป็นการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง หากมีการนับคะแนนใหม่ นับแล้วผลออกมาเท่าเดิม กลุ่มที่เรียกร้องจะรับผิดชอบยังไง พวกนี้เปรียบเหมือนเด็กอยากกินลูกอม แต่ไม่ได้กิน จึงร้องไห้ งอแง …ขณะที่ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคส้ม ก็ออกมาโต้ว่า คำพูดของ “สุชาติ” เป็นการดูถูกประชาชน ที่มาตามหาความโปร่งใส ด้วยความบริสุทธิ์ใจพร้อมท้าว่า “สุชาติ” กลัวอะไร? ถ้าชนะอย่างโปร่งใส นับร้อยรอบ ยังไงก็ชนะ ทำไมจะต้องร้อนรน ถ้านับใหม่แล้วคะแนน ไม่เหมือนเดิม แม้แต่คะแนนเดียว “สุชาติ” กล้าลาออกไหม กล้ารับคำท้าไหม?ขณะเดียวกัน เรื่องการขอนับคะแนนใหม่นี้ “กิตติชัย เตชะกุลวณิชย์” ผอ.เลือกตั้งพรรคประชาชน บอกว่า ขณะนี้ ผู้สมัครสส.ของพรรคทั่วประเทศ ได้ยื่นหนังสือต่อ กกต. จังหวัด เพื่อขอให้มีการนับคะแนนใหม่แล้ว18 เขต และอาจมีเพิ่มอีกด้าน กกต. ก็ได้มีการประชุมด่วน เพื่อหารือเรื่องนี้ ก่อนออกมาชี้แจงว่า การขอนับคะแนนใหม่นั้น หากมีข้อสงสัย ต้องร้องขอในขณะที่กำลังนับอยู่ ไม่ใช่นับเสร็จแล้วจะมาขอนับใหม่ เพราะได้มีการรวมหีบบัตรไปแล้ว ซึ่งการจะนับใหม่นั้น เป็นอำนาจของ กกต. ในการพิจารณาว่า จะให้นับใหม่หรือไม่ส่วนบางจังหวัดที่มีการนับใหม่ไปแล้ว ตามที่เป็นข่าวนั้น ถือว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ทำไปโดยพลการสำหรับกรณี ที่เขต 1 จ.ชลบุรี ทางกกต.ขอเวลาในการพิจารณา 2 วัน ก่อนจะให้คำตอบว่าจะมีการนับใหม่ หรือไม่เมื่อเจอ กกต. แสดงท่าทีบ่ายเบี่ยงเช่นนี้ “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หนึ่งในภาคีม็อบราษฎร หรือ ม็อบสามนิ้ว ก็ออกมาเคลื่อนไหว นัดชุมนุมที่สกายวอล์ก MBK เขตปทุมวัน ตะโกน “นับใหม่ทั้งประเทศ” และ จะไปตะโกนต่อที่ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ในวันนี้ (11ก.พ.)จะว่าไปแล้ว ความผิดพลาดเหล่านี้ ดูหมือนจะถูกอธิบายว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ระดับล่าง แต่ในทางหลักการ กกต.ในฐานะองค์กรกำกับดูแลสูงสุด ย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้จึงต้องมาทบทวนความจำ และย้ำให้ชัดว่า กกต.มีหน้าที่หลักเพียงหน้าที่เดียว คือ ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใส สุจริต และยุติธรรม หากองค์กรที่ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเสียงของประชาชน ยังไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องตอบคำถามจากสังคมอย่างตรงไปตรงมาว่า ในเมื่อไม่อาจปกป้องเจตจำนงของประชาชนได้ แล้วเราจะมี กกต.ไว้ทำไม ?website : mgronline.comfacebook : MGRonlineLivetwitter : @MGROnlineLiveinstagram : mgronlineline : MGROnlineyoutube : MGR Online VDO
น้ำเงิน-แดงยังไม่ทันร่วมหอ “หนู” ฟาด “อ้วน” แพ้ทีไรมีพิรุธ แต่ชนะไม่เห็นมีปัญหา! ** ชลบุรีโมเดล! “เลือกตั้งสีเทา” นับคะแนนใหม่ลาม กกต.จะตัดสินใจอย่างไร?
by
Tags: